สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 3

กาแฟขมกับบรรยากาศตึงเครียด

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงเคาะกระจกโต๊ะทำงานดังขึ้นสามครั้งติด เป็นจังหวะที่ไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจโดยสิ้นเชิง ธันวาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยใบหน้าเรียบตึง มือเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกวางปากกาในมือลงอย่างช้าๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาตั้งแต่เช้า เขาไม่ต้องเงยหน้ามองเต็มตาด้วยซ้ำก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นแชมพูผสมกลิ่นอายไม้สนจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกนี่มันเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตา “วิศวกรเทวดา” จอมรั้นคนนั้นชัดเจน “ผมไม่ได้อนุญาตให้คุณเดินเข้ามาในโซนพนักงานแบบนี้นะครับ... คุณคิน” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์คมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ “ประตูไม่ได้ล็อก แล้วยามหน้าตึกก็ดูจะยินดีต้อนรับผมเป็นพิเศษด้วยสิ... สถาปนิกธันวา” คินสวนกลับทันควัน ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวะเซอร์ๆ ก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะทำงานของธันวาโดยไม่รอคำเชิญ ฝ่ามือหนาวางแผ่ลงบนแปลนกระดาษพิมพ์เขียวที่กางอยู่บนโต๊ะ แรงกดจากน้ำหนักตัวทำเอาขอบกระดาษยับยู่ยี่เล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้คิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มกระตุกเกร็งทันที ธันวากวาดสายตาคมกริบมองมือคู่นั้น ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มของคินพราวระยับด้วยประกายความดื้อรั้น ชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าสักทีสองที นี่มันผ่านไปไม่ถึงสิบสองชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์ประหลาดในห้องประชุมใหญ่เมื่อคืน... เหตุการณ์ที่ลมหายใจอุ่นร้อนข้างใบหูและกลิ่นไม้สนนั้นยังคงวนเวียนหลอกหลอนประสาทสัมผัสของธันวาจนนอนไม่หลับ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวต้นเรื่องจะไม่ได้มีความทรงจำที่น่ากระอักกระอ่วนใจแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย “ถ้าจะมาเพื่อกวนประสาทเชิญกลับไปครับ ออฟฟิศผมมีงานมีหัวข้อให้คิดเยอะ ไม่ว่างมานั่งเล่นเกมจ้องตาเหมือนเมื่อคืน” ธันวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รักษาระยะห่างและท่าทีเย่อหยิ่งไว้ได้อย่างแนบเนียน ทั้งที่หัวใจข้างในกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงระยะห่างระหว่างเขากับผู้ชายคนนี้ “ผมไม่ได้มาเล่น” คินหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนๆ บนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังที่น่ากลัวขึ้นมาดื้อๆ “ผมมาเพื่อบอกว่า... แปลนที่คุณออกแบบมาเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ “แปลนโครงสร้างตู้ปลาที่ผมส่งให้คุณตรวจสอบผ่าน 3D Simulation ไปแล้วสามรอบเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้? คุณคินครับ... ถ้าคุณคำนวณไม่ออกว่ากระจกโค้งรับน้ำหนักยังไง แนะนำให้กลับไปเรียนวิชาวัสดุศาสตร์เบื้องต้นใหม่ดีกว่าไหมครับ” “ไม่ใช่เรื่องกระจกโค้ง” คินโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น จนธันวาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อัตโนมัติ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความดุดันแผ่ซ่านจนพื้นที่รอบตัวดูแคบลงไปถนัดตา “แต่เป็นเสารับน้ำหนักตรงกลางห้องโถงที่คุณอยากได้ เพื่อความ ‘มินิมอล’ ตามใจคุณน่ะ... มันขวางทางท่อระบายน้ำหลัก และถ้าผมฝืนสร้างตามแบบที่คุณวาด อาคารนี้มีสิทธิ์ทรุดตัวลงมาฝังพวกเราสองคนก่อนเปิดโครงการแน่” ธันวานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณสถาปนิกบอกว่าเขาคำนวณถูก แต่ประสบการณ์หน้างานของวิศวกรตรงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ง่ายๆ “เป็นไปไม่ได้ ผมเช็คสถิติการรับน้ำหนักแล้ว...” “คุณเช็คด้วยคอมพิวเตอร์ แต่ผมเช็คด้วยหน้างานจริง” คินพูดแทรกน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา ราวกับต้องการค้นหาว่าคนตรงหน้าจะดื้อดึงไปได้สักกี่น้ำ “เราต้องแก้โครงสร้างใหม่ทั้งหมด... ตรงนี้ และเดี๋ยวนี้” บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานตกอยู่ในความเงียบงันที่อึดอัด พายที่นั่งทำงานอยู่โต๊ะถัดไปแอบเหลือบมองพร้อมกับทำมือเป็นสัญญาณว่า ‘ใจเย็นๆ นะเพื่อน’ แต่ธันวาไม่มีอารมณ์จะมาส่งซิกตอบรับเพื่อนสนิท เขากำลังจ้องหน้าวิศวกรปากร้ายที่กล้าสั่งให้เขารื้อโครงสร้างที่ใช้เวลาทำเป็นเดือนทิ้งภายในประโยคเดียว “คุณกำลังจะบอกว่า... งานออกแบบของผมมันขยะดีๆ นี่เองสินะ?” ธันวาเค้นเสียงถาม รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย “ผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นขยะ” คินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง สายตาทอดมองสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ผมแค่บอกว่ามันต้องรื้อ... เพื่อความปลอดภัย และเพื่อความเหมาะสม” “ถ้าอยากรื้อนัก คุณก็ทำเองสิครับ!” “ทำคนเดียวมันไม่สนุกหรอก” คินโน้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูธันวาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ “งานนี้ต้องทำร่วมกัน... แบบตัวต่อตัว ถึงจะรู้ว่าโครงสร้างใครจะพังก่อนกัน” ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ ความโกรธผสมผสานกับความวูบวาบแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอกจนพูดไม่ออก มือเรียวยกขึ้นเตรียมผลักอกกว้างออกไปให้พ้นทาง ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสเนื้อผ้าของอีกฝ่าย เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาเหลือบมองหน้าจอที่แสดงเบอร์แปลกปลอม แต่พอกดรับและฟังเสียงปลายสาย ใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงทันที ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ “ว่ายังไงนะ... ตึกฝั่งทิศเหนือเกิดเรื่องอะไรขึ้นนะ?!” ธันวาโพล่งออกมาเสียงดังลั่นจนพายต้องสะดุ้งสุดตัว คินขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาผิดปกติของสถาปนิกหนุ่ม เขารีบคว้าข้อมือบางของธันวาไว้แน่นก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกพรวดพราด “เกิดอะไรขึ้น?” คินถามเสียงเข้ม ธันวาหันมาสบตาคิน มือที่สั่นเทาเล็กน้อยวางทับมือหนาที่จับข้อมือตนไว้ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป กลายเป็นความตระหนกที่แขวนชีวิตของทุกคนไว้บนเส้นด้าย “คนงานบอกว่า... คานเหล็กหลักของไซด์งานโซน B ทรุดตัวลงมาแล้ว... ตอนนี้คนติดอยู่ข้างใน!” ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่สามแล้วนะคะ หวังว่าจะถูกใจความเชือดเฉือนและเคมีที่เริ่มคุคุกรุ่นคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%