"จะแก้แบบนี้จริงๆ เหรอครับคุณภูวดล? นี่มันงานสถาปัตยกรรม ไม่ใช่การเอาเศษเหล็กมาเชื่อมเป็นเพิงหมาแหงนในไซต์ก่อสร้าง"
ธันวากระแทกปากกาสไตลัสลงบนโต๊ะประชุมไม้โอ๊คตัวยาว เสียงกระทบดังสนั่นจนพายที่นั่งอยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยง เขาจ้องมองร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่อีกฝั่งด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาให้อีกฝ่ายมอดไหม้ แววตาของภูวดลดูนิ่งสนิท ราวกับพายุที่สงบก่อนจะถล่มเมือง
"ผมมองในมุมของวิศวกรและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ไม่อยากขาดทุน" ภูวดลตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่าหมั่นไส้ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะเลื่อนผังโครงสร้างที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาแดงเถือกกลับมาทางธันวา "ดีไซน์ของคุณมันสวยหรู แต่ถ้าคานรับน้ำหนักไม่ได้ตามสเปกที่ผมต้องการ สุดท้ายมันก็แค่ภาพวาดราคาแพงที่ไม่ควรมีตัวตน"
"สวยหรูแต่พังทลายเหรอ? นั่นมันก็นิยามความรักของคุณไม่ใช่หรือไง" ธันวาแค่นยิ้มมุมปาก ความเย็นชาในดวงตาทำให้อากาศในห้องประชุมดูจะลดอุณหภูมิต่ำลงไปถนัดตา
พายรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามทัพ "ใจเย็นกันก่อนนะธันวา คุณภูวดล... เรื่องโครงสร้างเราค่อยๆ ปรับกันได้ไหมคะ อย่าเพิ่งเอาเรื่องส่วนตัวมาตัดสินงานเลย"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าจนแผ่นอกแทบจะแนบลงบนโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเขากับภูวดลเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมไม้สนจางๆ ที่คุ้นเคยของอีกฝ่ายทำให้ธันวาต้องเม้มริมฝีปากแน่น
"คุณคงไม่ได้กำลังแก้แค้นผมเรื่องเมื่อสามปีก่อนด้วยการทำลายงานของผมใช่ไหม?" ธันวากระซิบ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงด้วยความกดดัน
ภูวดลวางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบโต๊ะดัง 'กึก' ก่อนที่เจ้าตัวจะโน้มตัวตอบกลับมาบ้าง นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ผมแยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัวได้ดีเสมอธันวา... ดีกว่าคุณ ที่แค่เห็นหน้าผมก็ทำท่าเหมือนจะขาดใจตาย" ภูวดลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม ก่อนจะยกมือขึ้นขยับแว่นสายตาแล้วขยับตัวออกห่าง "แต่ถ้าการที่คุณยืนกรานจะเอาแบบเดิม มันทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเอง 'พิเศษ' กว่าคนอื่นล่ะก็ ผมก็เสียใจด้วยนะ เพราะกฎที่นี่ คือกฎของผม"
"ไอ้คนหลงตัวเอง!" ธันวาสบถเบาๆ มือที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริกด้วยความโกรธ
"ใจเย็นนะคะธันวา!" พายรีบแทรกตัวขึ้นมาดึงแขนเพื่อนไว้ "เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องเอกสารเอง คุณไปพักดื่มน้ำก่อนเถอะ"
"ไม่ต้องห่วงหรอกพาย..." ธันวาหันไปพูดกับเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มที่เคลือบความเจ็บใจไว้จนมิด ก่อนจะหันกลับไปสบตาภูวดลอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณอยากได้โครงสร้างที่แข็งแรงนัก ก็เอาเลย ภูวดล... รื้อแบบของฉันให้พังคามือคุณไปเลย แต่อย่าลืมนะว่างานที่ไม่มีจิตวิญญาณของสถาปนิก มันก็แค่อาคารที่รอวันทุบทิ้งเหมือนความสัมพันธ์ของเรานั่นแหละ"
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดหน้าเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามอง บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบ พายมองตามเพื่อนสนิทไปก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วหันมาสบตากับชายหนุ่มมาดนิ่งที่ยังคงนั่งกอดอกมองตามหลังธันวาไปอย่างไม่วางตา
"คุณภูวดลคะ... บางทีการบีบคั้นเขาเกินไป มันอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการหรอกนะคะ" พายเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะรีบเดินตามเพื่อนไป
ทิ้งให้ภูวดลนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องประชุมที่เงียบสงัด เขาหยิบแบบแปลนที่ธันวาออกแบบไว้ขึ้นมาดูอีกครั้ง ลายนิ้วมือของธันวายังคงติดอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ภูวดลใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามเส้นสายที่ธันวาบรรจงวาดอย่างประณีต สายตาที่เคยดูเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและร่องรอยของความรู้สึกที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากวิศวกรผู้เย็นชา
"หึ... ปากดีเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน" เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพอาคารที่กำลังจะถูกเนรมิตขึ้นมา
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงประตูห้องประชุมก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ทำให้ภูวดลต้องชะงัก
"ภูวดล... คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย" เสียงหวานใสของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น เธอเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางสนิทสนม "ฉันไปตามหาคุณที่ไซต์งานตั้งนาน พ่อบอกว่าคุณกำลังวุ่นกับสถาปนิกปากจัดคนนี้อยู่ใช่ไหม?"
ภูวดลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในขณะเดียวกัน ประตูอีกบานที่ธันวาเพิ่งเดินออกไปกลับถูกผลักเข้ามาอีกครั้งโดยคนคนเดิมที่ต้องการเอกสารลืมไว้ แต่ทว่า... สิ่งที่ธันวาเห็นตรงหน้าคือภาพของภูวดลที่กำลังถูกหญิงสาวสวยจัดคนหนึ่งคล้องแขนไว้แน่น และสายตาที่ภูวดลมองหญิงสาวคนนั้น มันดูอ่อนโยนอย่างที่ธันวาไม่เคยได้รับตลอดระยะเวลาที่คบกันมา
ธันวาที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู สบตากับภูวดลที่หันมามองพอดี ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้องจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของตัวเอง
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ... ผมแค่จะมาเอาของ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเพียงเล็กน้อย แต่สายตากลับจ้องมองมือของหญิงสาวที่เกาะแขนภูวดลอย่างไม่วางตา
"ไม่เป็นไรครับ..." ภูวดลตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับไม่ยอมละจากใบหน้าของธันวา "คนนี้... คู่หมั้นผมเอง แนะนำให้รู้จักสิ ธันวา"
ธันวาแทบหยุดหายใจ ความรู้สึกเหมือนถูกฟาดด้วยค้อนหนักๆ ลงกลางอก เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามฝืนยิ้มที่ดูอย่างไรก็ฝืนเต็มทน
"ยินดีด้วยนะครับ... แล้วผมจะแก้แบบให้ใหม่ตามที่ต้องการ... จะได้ไม่ต้องมีอะไร 'ติดค้าง' กันอีก"
ธันวาหันหลังกลับทันที แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตูไป มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาไว้แน่น จนร่างทั้งร่างเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งของภูวดลที่พุ่งตัวมาถึงตัวเขาตอนไหนก็ไม่ทราบได้
"คุณจะไปไหน... งานเรายังไม่จบ" เสียงกระซิบที่ข้างหูนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ธันวาไม่เข้าใจ พร้อมกับกลิ่นไม้สนที่อบอวลไปทั่วประสาทสัมผัส
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายของธันวาและภูวดลนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 2
มาตรวัดความอดทน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!