"ถ้าคุณรื้อผนังรับแรงตรงนี้ออก ตึกทั้งหลังจะพับลงมาเหมือนกระดาษโอริกามิ และฉันรับรองได้เลยว่าคนแรกที่จะโดนซากปูนทับจนแบนเป็นกล้วยปิ้ง ก็คือสถาปนิกปากดีที่ยืนถือม้วนพิมพ์เขียวทำหน้าเหมือนกินยาขมอยู่นี่แหละค่ะ"
เสียงทุ้มห้าวที่เจือความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นละอองจากงานก่อสร้างที่ฟุ้งกระจายในอากาศ ธันวาตวัดสายตาคมกริบมองไปยังเจ้าของเสียง—ผู้ชายตัวสูงโปร่งในชุดช่างสีซีดที่เปื้อนคราบปูนปลาสเตอร์ เส้นผมหยักศกยุ่งเหยิงไม่ได้รูปรับกับดวงตาคมปลาตายที่มองตรงมาอย่างไม่เกรงใจใคร
ให้ตายเถอะ... นี่น่ะเหรอวิศวกรโครงสร้างมือหนึ่งที่พายเพื่อนสนิทของเธออวดนักอวดหนาว่าฝีมือระดับเทพ? สภาพไม่ต่างจากคนงานแบกหามที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากหลุมหลบภัยเลยสักนิด
"ถ้าคุณใช้สมองวิเคราะห์สักนิดก่อนจะพ่นคำว่า *พับลงมาเหมือนกระดาษ* ออกมาจากปาก คุณก็จะเห็นว่าเส้นประในพิมพ์เขียวแผ่นนี้ไม่ได้สั่งให้รื้อผนังรับแรง แต่เรากำลังจะเสริมเสาเหล็ก H-Beam เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้โปร่งโล่งต่างหากล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษที ลืมไปว่าคนบางคนอาจจะอ่านแบบแปลนไม่ออก นอกจากอ่านความซวยของคนอื่น" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน รอยยิ้มมุมปากเหยียดขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า ขณะก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนขวางหน้าแปลนโครงสร้างอาคารพาณิชย์เก่าแก่ใจกลางเมืองแห่งนี้
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองสถาปนิกหนุ่มเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกริบไร้รอยยับกับกางเกงสแลคเข้ารูปดูขัดหูขัดตากับสถานที่ก่อสร้างชะมัด เหมือนเอาตุ๊กตาห้างหรูมาโยนไว้กลางกองขยะ
"อ่านไม่ออกเหรอ? หึ" คินก้าวประชิดตัวกลับบ้าง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะแนบชิด กลิ่นเหงื่อจางๆ ปนกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ และฝุ่นปูนลอยเข้าจมูกธันวาจนต้องเผลอกลั้นหายใจ "พิมพ์เขียวอนุบาลแบบนี้ เด็กฝึกงานปีสามยังอายเลยคุณสถาปนิก แต่ปัญหามันอยู่ที่สมองของคุณต่างหากที่คิดแต่จะเอาสวยจนลืมความปลอดภัย พื้นที่ตรงนี้มันรับน้ำหนักเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์สิบเครื่องนะเว้ย ไม่ใช่ห้องนั่งเล่นมุ้งมิ้งให้คุณมาวางโซฟาฟรุ้งฟริ้ง"
"มันคือดีไซน์ มินิมอลที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานต่างหากล่ะครับคุณวิศวกรโครงสร้างสมองทึบ!" ธันวาเถียงกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ไม่เคยมีใครกล้าวิจารณ์งานออกแบบของเขาด้วยถ้อยคำหยาบคายและดูถูกเหยียดหยามแบบนี้มาก่อนในชีวิต
"มินิมอลบ้านป้าคุณสิ! ถ้าตึกถล่มลงมาจริงๆ คนที่จะเดือดร้อนไม่ใช่แค่คุณ แต่หมายถึงชีวิตคนงานนับสิบที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ข้างล่างนั่น!" คินชี้มือไปยังชั้นล่าง น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังขึ้นจนธันวาชะงักไปนิด ความเกรี้ยวกราดในแววตาของอีกฝ่ายสะท้อนความรับผิดชอบบางอย่างที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มเถียงไม่ออกชั่วขณะ
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องเจาะปูนแว่วมาจากตึกข้างเคียง ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน แม้เขาจะโมโหจนตัวสั่น แต่ลึกๆ แล้วเขาก็รู้ดีว่าคินพูดความจริง โครงสร้างเก่าแก่เกินกว่าจะดัดแปลงตามใจชอบโดยไม่คำนวณให้รอบคอบ
แต่มีหรือที่คนอย่างธันวาจะยอมจำนนให้ผู้ชายปากเสียคนนี้เห็นว่าเขาเป็นฝ่ายผิด?
"งั้นก็แก้สิครับ หน้าที่ของคุณไม่ใช่เหรอที่จะต้องหาทางออกให้งานดีไซน์มันเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่มายืนเห่าใส่ผมอยู่ตรงนี้" ธันวาเชิดหน้าขึ้น ท้าทายด้วยสายตา
คินจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมชั่วขณะ ความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่าง—ผู้ชายคนนี้ดื้อรั้น อวดดี และน่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา แต่ให้ตายเถอะ... เวลาโกรธแล้วดวงตากลมโตคู่นั้นกลับสว่างวาบจนละสายตาไม่ได้เลย
"ปากเก่งนักนะ" คินพึมพำเสียงต่ำ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนธันวาต้องผถะถอยหลังโดยอัตโนมัติ "อยากได้ทางออกนักใช่ไหม? ได้... เย็นนี้หกโมงตรง เลี้ยงกาแฟผมที่ร้านใต้ตึกนี้ แล้วผมจะสอนวิธีอ่านโครงสร้างตึกแบบมนุษย์ปกติเขาทำกัน"
"ฝันไปเถอะ!" ธันวารีบถอยกรูด คว้าม้วนพิมพ์เขียวของตัวเองขึ้นมากอดแนบอกราวกับกลัวจะถูกปล้น "ผมไม่มีเวลาไปนั่งดินเนอร์กาแฟกับวิศวกรปากเสียอย่างคุณหรอกนะ!"
"ถ้าไม่มา..." คินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาอยากจะคว้าเก้าอี้ฟาดหน้าสักที "ผมจะเซ็นปฏิเสธแบบแปลนของคุณทุกฉบับ จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจลาออกไปเป็นพนักงานขายประกันโน่นเลย"
"คุณ...!"
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้พ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าคนกวนประสาท เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหอบแฮกของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงบันไดทางขึ้นชั้นลอยเสียก่อน
"ธันวา! คิน! พวกแกสองคนอยู่ข้างบนใช่ไหมวะ ชิบหายแล้ว!"
เสียงตะโกนของพายดังลั่นตึก อินทีเรียหนุ่มหน้าตาตื่นวิ่งหน้าตั้งขึ้นมาบนชั้นลอย มือถือในมือสั่นระริก สีหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ
ธันวาขมวดคิ้วแน่น หันไปมองเพื่อนสนิทที่วิ่งมาหยุดหอบอยู่ตรงหน้า "มีอะไรพาย? ตึกจะถล่มตามที่พ่อคุณนี่ขู่ไว้หรือไง"
พายกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปจับแขนธันวาแน่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัวจนธันวาใจหายวาบ
"ไม่ใช่ตึกจะถล่ม..." พายละล่ำละลักพูด "แต่... แต่เจ้าของโครงการตัวจริง... คนที่จะมาเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ร้อยเปอร์เซ็นต์ของโปรเจกต์นี้ เขาเพิ่งเดินเข้ามาข้างล่างเมื่อกี้... และเขากำลังเดินขึ้นมาบนนี้แล้ว!"
ธันวากับคินหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติ ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่เมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจประหลาด
"แล้วทำไมแกต้องทำหน้าเหมือนโลกจะแตกขนาดนั้นด้วยวะพาย?" คินถามเสียงห้วน
พายสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปล่อยระเบิดลูกใหญ่ใส่หน้าเพื่อนรักทั้งสองคน
"ก็เพราะ... เจ้าของโครงการคนใหม่ที่เพิ่งซื้อหุ้นทั้งหมดไป... เขาคือ **'ภูวดล'** ...แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไปแบบไม่เผาผีของธันวาไงล่ะ!"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดหน้าแรกของพิมพ์เขียวหัวใจดวงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - หิมะแรกในโตเกียว
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไม่ตรงกัน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!