"คิน! อย่าไปนะ—!"
เสียงหวีดร้องของธันวายังคงก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของมุมจัดแสดงสินค้าชั้นใน ชายหนุ่มหอบหายใจจนอกกระเพื่อมแรง ฝ่ามือเย็นเฉียบยังคงค้างอยู่กลางอากาศในท่าทางที่พยายามคว้าจับชายเสื้อของอีกฝ่ายไว้ ความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจเมื่อครู่ ทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบและเชื่อมั่นในเหตุผลเสมอมาแทบเสียศูนย์ไปชั่วขณะ
ความมืดสลัวของบูธนิทรรศการวัสดุก่อสร้างที่ปิดไฟไปครึ่งหนึ่ง ทำให้เงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากมุมมืดนั้นดูราวกับภาพลวงตา แต่กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟคั่วผสมกับกลิ่นบุหรี่เมนทอลอ่อน ๆ ที่ลอยมาแตะจมูก เป็นเครื่องยืนยันตัวตนที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
"เรียกซะเสียงหลงเชียวนะคุณสถาปนิก กลัวผมหายไปจากชีวิตขนาดนั้นเลยหรือไง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของคิน วิศวกรหนุ่มมาดเซอร์ที่กำลังยืนกอดอกพิงเสาเหล็กโครงสร้างด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองธันวาด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านยาก—แต่มันไม่ใช่แววตาดุดันหรือเย่อหยิ่งอย่างที่เคยเป็น
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น ความอับอายและโล่งอกตีรวนกันจนปั่นป่วนอยู่ในท้อง เขาตวัดสายตาคมกริบใส่คนตรงหน้าทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่
"ใครเขากลัวคุณหายไปกัน ทุเรศที่สุด คิน! คุณแกล้งผมสนุกมากใช่ไหม ตั้งแต่เดินหลงเข้ามาในโซนนี้แล้วนะ นายวิศวกรสมองกลวง!" ธันวาแหวใส่เสียงเขียว พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายด้วยความโมโหที่ถูกหลอกให้ตกใจเล่น
"อ้าว ๆ ปากจัดแบบนี้แสดงว่าหายกลัวความมืดแล้วสิครับ" คินหัวเราะในลำคอเบา ๆ ร่างสูงไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับทิ้งน้ำหนักตัวพิงเสaให้มากขึ้น ปล่อยให้ธันวาเดินเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด "ผมก็แค่จะเดินมาดูว่า หลอดไฟตรงมุมนี้มันขาดหรือมีใครแกล้งปิดสเตปต์ไฟ แต่พอหันมาอีกที คุณก็ทำหน้าเหมือนเห็นผีแล้วพุ่งเข้ามาคว้าเสื้อผมไว้... จะบอกว่าคิดถึงก็พูดมาเถอะ ผมไม่ถือหรอก"
"หลงตัวเองที่สุด! ใครเขาคิดถึงคุณกัน!" ธันวาปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างเขากับวิศวกรปากร้ายตอนนี้มันใกล้กันเกินไปแล้ว กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นเหงื่อจาง ๆ จากการเดินตรวจงานมาทั้งวันลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส จนเขาต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น
แต่ก่อนที่ธันวาจะได้ก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง คินกลับเอื้อมมือไปคว้าข้อศอกเขาไว้เบา ๆ ไม่ได้ออกแรงรั้งให้เจ็บ แต่เป็นการตรึงให้เขาขยับไปไหนไม่ได้
"เดี๋ยวสิ... ดูนั่นก่อน" คินพยักเพยิดใบหน้าไปทางผนังกระจกโค้งด้านหลังบูธ ซึ่งเป็นจุดที่มองทะลุออกไปเห็นสวนหย่อมส่วนกลางของศูนย์แสดงสินค้าพอดี
ธันวาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมหันไปมองตาม แรงดึงดูดบางอย่างจากน้ำเสียงของคินทำให้เขาเผลอทำตามคำสั่งโดยง่าย
ภาพที่ปรากฏเบื้องหลังกระจกใสคือการแสดงแสงสีเสียงขนาดย่อมที่ทางผู้จัดงานเพิ่งเริ่มเปิดทดสอบระบบ จังหวะนั้นเองที่แสงไฟเลเซอร์สีฟ้าครามสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน สะท้อนกับละอองน้ำจากน้ำพุกลางลานกว้างจนเกิดเป็นละอองประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันดวงที่ร่วงหล่นลงมาพื้นดิน ความงดงามที่ตัดกับความเงียบสงบของมุมอับแสงทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา
บรรยากาศที่เงียบงันและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด
ธันวาเผลออ้าปากค้างเล็กน้อย นัยน์ตาส่อแววตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า ความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์แบบโปรเจกต์รื้อถอนและปัญหาหน้างานที่รุมเร้ามาทั้งอาทิตย์คล้ายจะมลายหายไปชั่วขณะ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้นข้างหู
มันไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะหยันแบบที่คินชอบใช้เวลาเถียงกันเรื่องโครงสร้างตึก ไม่ใช่เสียงหัวเราะแห้งแล้งเชิงประชดประชัน แต่เป็นเสียงหัวเราะที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของความรู้สึกจริง ๆ—เสียงหัวเราะที่โปร่งเบา เจือความสุขและอบอุ่นจนน่าประหลาด
ธันวาหันขวับกลับมามองคนข้างตัวทันที
ดวงตาของคินโค้งลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างชัดเจน รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง ไม่มีความกวนประสาทเจือปน เป็นรอยยิ้มจริงใจที่สว่างไสวเสียยิ่งกว่าแสงไฟเลเซอร์ข้างนอกเสียอีก
มันเป็นรอยยิ้มที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยตลอดหลายเดือนที่รู้จักกัน
หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง จังหวะการเต้นในอกรัวเร็วจนน่าตกใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนเขาเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าของคินในยามที่ระบายยิ้มกว้างเช่นนี้ มีพลังทำลายล้างความเกรี้ยวกราดทั้งหมดของธันวาให้ราบคาบได้ในพริบตาเดียว
"มองอะไรเหรอครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง" คินหันมาสบตา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติจนคนฟังถึงกับทำตัวไม่ถูก
"เปล่า..." ธันวาเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจและฝีปากกล้าที่เคยมีหายวับไปกับตา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าสายตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองไปที่อื่นเลย นอกจากริมฝีปากและดวงตาของเขา
รอยยิ้มบนใบหน้าของคินค่อย ๆ จางลงเปลี่ยนเป็นแววตาที่ลึกซึ้งขึ้น มือที่เคยจับข้อศอกของธันวาเลื่อนขึ้นมาสัมผัสเบา ๆ ที่ต้นแขน ไล้ปลายนิ้วผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก
"คุณ... หัวเราะแบบนั้นเป็นด้วยเหรอ" ธันวาถามอุบอิบ พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงของตัวเองกลับมา แต่เสียงของเขากลับสั่นพร่าอย่างน่าขายหน้า
"ก็เวลาเห็นหน้าคนแถวนี้ทำหน้าเหมือนหมาหงอยตอนคิดว่าผมหายไป... มันอดขำไม่ได้นี่ครับ" คินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าผสมผสานกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดต้นคอ ทำให้ธันวาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ไอ้บ้าคิน! ใครหมาหงอย—!" ธันวาเตรียมจะยกกำปั้นขึ้นประท้วงตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ทว่า...
พรึบ!
จู่ ๆ ไฟทั้งโซนจัดแสดงก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันอย่างกะทันหัน เสียงประกาศจากสปีกเกอร์กลางงานดังสนั่นขึ้นเตือนว่าใกล้เวลาปิดทำการแล้ว และในจังหวะที่แสงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามานั่นเอง เงาร่างของใครบางคนก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าทางเข้ามุมอับพอดิบพอดี
"พี่ธันวา! พี่คิน! อยู่นี่เองเหรอคะ! แหม... ตามหากันทั่วงานเลย ยัยพายบอกว่าพี่สองคนหายมาแถวนี้ ฉันก็นึกว่าแอบมาสวีตเคลียร์ใจอะไรกันสองต่อสองซะอีก!"
เสียงใสแจ๋วของ 'น้ำใส' ลูกค้าสาวเจ้าของโปรเจกต์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ทำเอาธันวาและคินต้องรีบผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ธันวาสะดุ้งโหยง ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เขารีบก้าวถอยหลังออกมาสามก้าวจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางด้วยความลิบลับ ส่วนคินทำเพียงแค่กวาดมือเสยผมลวก ๆ สีหน้าเรียบสนิทกลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น—ยกเว้นรอยยิ้มมุมปากที่ยังคงซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างมิดชิด
ธันวากลืนก้อนความเขินอายลงคอ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแล้วหันไปยิ้มแห้งให้น้ำใส แต่ในใจกลับนึกสาปแช่งเวลาที่เดินเร็วนัก
ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากแก้ตัวอะไรออกไป คินก็ก้าวเข้าไปขนาบข้างเขาอย่างถือวิสาสะ ฝ่ามือหนาวางลงบนลาดไหล่ของสถาปนิกหนุ่มเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาธันวาแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
"ไม่ได้สวีตอะไรหรอกครับคุณน้ำใส... พอดีผมกำลังสอนวิธี 'รื้อถอน' กำแพงในใจให้คุณสถาปนิกเขาอยู่น่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หิมะแรกในโตเกียว
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 21
รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อย
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!