"เฮ้ยไอ้ธัน! ทำไมเปิดประตูช้าจังวะ หรือว่า... มึงไม่ได้อยู่คนเดียว?!"
เสียงโวยวายของพายดังทะลุผ่านธรณีประตูเข้ามาทันทีที่บานไม้สีเข้มถูกเปิดออกครึ่งหนึ่ง อินทีเรียร์หนุ่มเพื่อนสนิททำหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับชะโงกคอซ้ายขวาทำตัวเหมือนปาปารัสซี่มืออาชีพ ทว่าสิ่งที่รออยู่หลังประตูกลับไม่ใช่ภาพสัญชาตญาณอันตรายอย่างที่สมองจอมเสือกของเจ้าตัวจินตนาการไว้
มีเพียงธันวา—สถาปนิกหนุ่มเนี๊ยบที่ยืนกอดอกแน่น สีหน้าเรียบสนิทจนเกือบจะเย็นชา และเสื้อเชิ้ตที่ติดกระดุมเม็ดบนสุดครบถ้วนราวกับกำลังจะเดินขึ้นไปรับรางวัลนักธุรกิจดีเด่นแห่งชาติ
"ถ้าสมองแกว่างมากจนเอาเวลามาคิดเรื่องไร้สาระ ไปตรวจหน้างานโซน B ให้เสร็จก่อนดีกว่าไหมพาย" ธันวาสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงักกึก
พายกะพริบตาปริบๆ มองเพื่อนสนิทหัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก บรรยากาศรอบตัวธันวาตอนนี้ไม่ได้คุกรุ่นด้วยความหงุดหงิดแบบที่ชอบทำเวลาโดนกวนประสาท แต่กลับ... เย็นเยียบจนน่าขนลุก มันคือความห่างเหินแบบที่ตั้งใจขีดเส้นกั้นไว้อย่างชัดเจน ทั้งที่เมื่อวานนี้ พวกเขาเพิ่งจะยืนเถียงกันเรื่องดีไซน์เคาน์เตอร์บาร์จนจมูกแทบจะชนกันในห้องประชุมไซต์งานแท้ๆ
"เอ้า... อะไรวะเนี่ย อยู่ๆ ก็แปลงร่างเป็นน้ำแข็งขั้วโลกใส่กูเฉย" พายบ่นอุบอบ เดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องโดยไม่รอเชิญ กวาดสายตาสำรวจรอบห้องรับแขกที่เงียบเชียบและไร้เงาของสิ่งมีชีวิตอื่น "แล้วไอ้คินล่ะ? ปกติเห็นตัวติดกันเป็นตังเม หรือว่า... ทะเลาะอะไรกันอีก?"
คำว่า 'คิน' หลุดออกมาจากปากพายเหมือนสะเก็ดไฟที่ตกลงบนกองฟาง ธันวาชะงักไปเสี้ยววินาที—สั้นเสียจนถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงมองไม่เห็น—ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะกลับมาเรียบตึงอย่างไร้รอยต่อ ดวงตาคู่คมหลุบลงมองแฟ้มเอกสารในมือเพื่อซ่อนประกายไหววูบในแววตา
"เขาไม่ใช่คนในครอบครัวฉัน และฉันก็ไม่มีหน้าที่ต้องรายงานว่าเขาไปไหน" ธันวาตอบเสียงเรียบ นํ้าเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์จนคนฟังถึงกับขนลุกซู่
"โอโห พูดจาแบบนี้... โดนถอดเขี้ยวเล็บมาเหรอพ่อคุณ" พายหรี่ตามองอย่างจับผิด เดินเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทเพื่อจะสอดปากแซวต่อ แต่พอเจอสายตานิ่งสนิทที่ส่งกลับมาเป็นเชิงไล่อินทีเรียร์ปากมากทางอ้อม พายก็ต้องยอมยกมือยอมแพ้ "เออๆ ยอมแพ้ๆ แกอยากจะเป็นน้ำแข็งแห้งก็เชิญ กูกลับไปตรวจแบบของกูต่อดีกว่า อยู่ใกล้แกแล้วหนาวสันหลังวาบยังไงก็ไม่รู้"
พายเดินบ่นกระปอดกระแปดออกไปจากห้อง ทิ้งให้ธันวายืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
ร่างสูงโปร่งถอนหายใจออกมาเบาๆ ลมหายใจที่ถูกพ่นออกมาเหมือนเป็นการปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งคืน ธันวาก้าวเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปข้างนอกที่ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาทึบ เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนราวกับอารมณ์ภายในใจของเขาตอนนี้
เขากำลังทำตามแผน... แผนที่คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดเวลาเจ็ดชั่วโมงที่ผ่านมา
*รักษาระยะห่าง*
*ตีตัวออกห่าง*
*และกลับไปยืนในจุดที่ควรจะเป็น*
ความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไร้ทิศทางในระยะหลัง—ความรู้สึกที่อยากเข้าใกล้ ความรู้สึกที่เผลอใจไปกับรอยยิ้มกวนๆ และแววตาจริงจังเวลาที่อีกฝ่ายมองมา—มันอันตรายเกินไปสำหรับคนอย่างธันวา สถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบและควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้เสมอ ยกเว้นก็แต่เรื่องของ 'คิน' วิศวกรหนุ่มมาดเซอร์ที่เข้ามาปأسวนระบบระเบียบในชีวิตเขาจนพังไม่เป็นท่า
เมื่อคืน... เกือบไปแล้ว
เกือบจะเผลอปล่อยให้ตัวเองก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตอันตรายนั้นไป ถ้าเสียงเคาะประตูของพายไม่ดังขึ้นเสียก่อน ป่านนี้เขาคงไม่อาจสบตาตัวเองในกระจกได้ด้วยซ้ำ
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังตีกันวุ่นวายในหัว ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติถ้าเป็นพายหรือคนงาน จะใช้คีย์การ์ดเปิดเข้ามาเองตามสิทธิ์ หรือถ้าเป็นรูมเซอร์วิสก็มักจะแจ้งล่วงหน้า ร่างสูงก้าวเท้าเดินกลับไปที่ประตูด้วยฝีเท้ามั่นคง มือเรียวเอื้อมไปบิดลูกบิดแล้วดึงเปิดออกอย่างไร้ความลังเล
ทว่า... ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของธันวาสะดุดกึก
คินยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อช็อปวิศวะสีเข้มตัวเก่งถูกถอดแขนเสื้อมาผูกไว้ที่เอว เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจางๆ จากการทำงานกลางแดด ดวงตาคมกริบที่มักจะมีประกายขี้เล่นเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับนิ่งสนิทและเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้ถูกเอ่ยออกมา
"ทำไม... เปิดประตูช้าจังวะ" คินเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของธันวา ราวกับต้องการจะสแกนทะลุผ่านเกราะป้องกันที่อีกฝ่ายเพิ่งสร้างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
ธันวากลืนก้อนความฝืดลงคออย่างยากลำบาก แต่ใบหน้ายังคงรักษาฟอร์มความเย็นชาไว้ได้ราวกับมืออาชีพ มือข้างหนึ่งยกขึ้นกอดอก พิงไหล่กับวงกบประตูเพื่อสร้างระยะห่างทางกายภาพอย่างจงใจ
"ฉันจะเปิดช้าหรือเปิดเร็ว มันก็เรื่องของห้องฉัน" ธันวาตอบเสียงแข็ง ปรายตามองอีกฝ่ายด้วยหางตา "แล้วก็นะ... ที่นี่คือโซนพักผ่อนส่วนตัว ถ้าไม่มีเรื่องงานด่วนอะไรที่เป็นธุระสำคัญ ฉันว่าคุณควรจะกลับไปที่ห้องของคุณมากกว่าจะมาเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องคนอื่น"
คำพูดที่พ่นออกมานั้นคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง มันตั้งใจบาดลึกและผลักไสออกไปให้พ้นทางอย่างไม่ไยดี
คินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหรี่ลง รอยยิ้มมุมปากที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น วิศวกรหนุ่มไม่ได้โต้เถียงหรือกวนประสาทกลับมาทันทีเหมือนทุกครั้งที่โดนแซะ ความเงียบงันน่าอึดอัดแผ่ขยายเข้ามาแทนที่ระหว่างคนทั้งคู่ ชั่วขณะหนึ่ง ธันวารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนขอบเหวที่กำลังจะพังทลายลงมา
"นั่นสินะ..." คินพึมพำออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะในลำคอฝืดเคือนและไร้ซึ่งความสนุกสนาน "ฉันคงจะล้ำเส้นเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของนายมากเกินไปจริงๆ สินะ ธันวา"
ประโยคเรียบง่ายนั้นกลับทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวาบ ความเจ็บแปลบแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมากลางอกจนต้องแอบกำมือแน่นซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อที่กอดอกอยู่ แต่วินาทีต่อมา ธันวาบังคับตัวเองให้เชิดหน้าขึ้น ส่งสายตาสมเพชและเย็นชาออกไปเพื่อกลบเกลื่อนรอยร้าวทั้งหมด
"รู้ตัวก็ดีแล้วนี่" ธันวาพูดลอดไรฟัน "หวังว่าจะไม่มีครั้งหน้าอีกนะ"
พูดจบ ธันวาก็เตรียมจะผลักบานประตูปิดใส่หน้าอีกฝ่ายทันที เพื่อตัดจบความทรมานนี้เสียที
ทว่า... มือหนาของคินกลับพุ่งเข้ามาคว้าขอบประตูกั้นไว้ได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ไม้หนาจะทันกระทบวงกบ แรงบีบที่มั่นคงและแววตาที่เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาวูบหนึ่งทำให้ธันวาต้องชะงัก คินก้าวประชิดเข้ามาหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแดดอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกจนธันวาเผลอกลั้นหายใจ
ดวงตาคมกริบของคินจดจ้องใบหน้าเนียนนิ่งของธันวาไม่วางตา ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากากความเย็นชานั้น
"นายกลัวอะไรอยู่กันแน่... ธันวา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ทรงพลังจนสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ "เมื่อคืน... นายไม่ได้คิดแบบที่ปากพูดตอนนี้เลยสักนิด"
หัวใจของธันวากระหน่ำเต้นรัวรากับกลองชุด ความลับที่พยายามปกปิดถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาอย่างไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจติดขัด สมองขาวโพลนไปหมดในเสี้ยววินาทีแห่งความพ่ายแพ้
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ซับซ้อนของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 17
กำแพงที่เริ่มสูงขึ้น
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!