กھیรยาสีฟันราคาแพงถูกบีบลงบนขนแปรงสีฟันไฟฟ้าด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น จนปลายขนแปรงเกือบงอพับ ธันวาขยับกรามบดเข้าหากันแน่นขณะจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ความปวดหนึบที่ขมับซ้ายราวกับมีใครเอาค้อนเล็กๆ มาเคาะซ้ำๆ คือของขวัญราคาแพงจากแอลกอฮอล์ดีกรีแรงเมื่อคืน และที่แย่ยิ่งกว่าอาการแฮงก์... คือความทรงจำสีเทาที่พยายามปะติดปะต่ออย่างไรก็ไม่ปะติดปะต่อ
ภาพสุดท้ายก่อนตัดพ้อไปคือดวงตาสีเข้มคมกริบของคิน—วิศวกรโครงสร้างมาดเซอร์ที่ปกติมักจะกวนประสาทเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก—แต่เมื่อคืน แววตานั้นกลับดุดัน รุกไล่ และเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้สถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง
เสียงก๊อกน้ำกระทบเซรามิกดังสะท้อนก้องในห้องน้ำโทนสีเทาเข้ม ธันวากวักน้ำเย็นขึ้นล้างหน้า ล, สลัดหยดน้ำออกจากแพขนตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกระจกอีกครั้ง ทว่าลมหายใจกลับสะดุดกึกเมื่อเห็นเงาสะท้อนด้านหลัง
คินยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องน้ำ สวมเพียงเสื้อยืดสีดำย้วยๆ กับกางเกงนอนผ้าฝ้ายขายาว เรือนผมสีเข้มยุ่งเหยิงไม่ได้ทรงบ่งบอกว่าเจ้าตัวเพิ่งตื่นนอนไม่นาน แต่รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้นั้น... ช่างตื่นตัวและเจ้าเล่ห์เสียจนธันวาอยากจะเสกให้วิศวกรหนุ่มกลายเป็นหินแกรนิตเสียตรงนั้น
"ตื่นเช้าจังนะสถาปนิก... หรือว่านอนไม่หลับเพราะคิดถึงเรื่องเมื่อคืน?"
เสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยทักขึ้น ท่าทางผ่อนคลายไร้พิธีรีตองนั้นตัดกับใบหน้าบึ้งตึงของธันวาโดยสิ้นเชิง ธันวาหันขวบควับ ปลายแปรงสีฟันยังคาอยู่ในปากจนต้องรีบดึงออกแล้วใช้น้ำบ้วนกลั้วคออย่างลวกๆ
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณคิน สมองกระทบกระเทือนจากฤทธิ์เหล้าหรือไงถึงได้จำอะไรเพี้ยนๆ" ธันวาเชิดหน้าขึ้น ถือคติรุกคือรับที่ดีที่สุด แม้หัวใจในอกจะเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมดแล้วก็ตาม "ผมแค่เมา แล้วก็จำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น จบนะ?"
"จำไม่ได้จริงๆ เหรอ..." คินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอทุ้มต่ำดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละน้อย แรงกดดันจากตัวตนของวิศวกรหนุ่มทำให้อากาศในห้องน้ำแคบลงถนัดตา ธันวาถอยหลังจนสะโพชนิดชนกับขอบอ่างล้างหน้า ไม่มีทางหนีรอดเมื่อวงแขนแข็งแรงยกขึ้นท้าวขอบอ่างทั้งสองข้าง กักขังเขาไว้ตรงกลาง
กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นมิ้นท์จากยาสีฟันลอยวนอยู่ปลายจมูก ธันวาต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่สูงกว่าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ไล่เรื่อยลงมาที่ลำคอขาวผ่อง ทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องรีบยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ทันที
"ถอยไปเลยนะคิน คุณนี่มัน..."
"เมื่อคืน... คุณไม่ได้พูดแบบนี้หรอกนะ ธันวา" คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนขนลุกซู่ "คุณดึงปกเสื้อผมลง แล้วบอกว่า... *'วิศวกรอย่างคุณนี่มันน่ารื้อถอนโครงสร้างให้รู้แล้วรู้รอด'*... จำไม่ได้จริงๆ เหรอครับ หื้ม?"
ใบหน้าของธันวาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เลือดสูบฉีดพุ่งพล่านจนใบหูแดงก่ำ ความทรงจำเลือนรางชิ้นหนึ่งหลุดรอดออกมาจากซอกหลืบของสมอง ภาพมือเรียวของตัวเองที่เอื้อมไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้โน้มลงมา... พระเจ้า! เขาพูดประโยคบ้านั่นออกไปจริงๆ งั้นเหรอ!
"ผม... ผมแค่พูดเปรียบเปรยเรื่องงานโครงสร้างเสาเอ็นอาคารชุดเฟสใหม่ต่างหาก อย่ามามั่ว!" ธันวาเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความตื่นตระหนกด้วยการเชิดใส่ แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"งานโครงสร้างเหรอ?" คินกระตุกยิ้มร้าย ดวงตาพราวระยับเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนปากแข็ง "แต่สายตาที่คุณมองผมเมื่อคืน มันไม่ได้มองเหมือนมองเสาเข็มหรือคานคอนกรีตเลยนะธันวา... มันเหมือนคนอยากจะกิน..."
"หยุดพูดเลยนะ!" ธันวายกมือขึ้นปิดปากอีกฝ่ายไว้ทันท่วงที ฝ่ามือแนบชิดกับริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังแย้มยิ้มหยอกเย้าสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่เป่ารดฝ่ามือจนจั๊กจี้ เคมีบางอย่างระเบิดปะทุขึ้นในความเงียบงัน ชั่วขณะหนึ่งที่สายตาสองคู่สบประสานกันอย่างลึกซึ้ง ความซุกซนในแววตาของคินแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำจริงจังที่ทำเอาธันวาลืมหายใจ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความน่ากระอักกระอ่วนกลายเป็นความหวานล้ำที่อันตรายถึงชีวิต คินค่อยๆ ใช้มืออีกข้างจับข้อมือของธันวาที่ปิดปากตนไว้ออกอย่างแผ่วเบา ปลายนี้วนเวียนอยู่แถวข้อมือบางก่อนจะสอดนิ้วประสานเข้ากับร่องนิ้วของสถาปนิกหนุ่มแน่นหนา
ธันวาเม้มปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันว่าควรจะผลักไสหรือปล่อยให้เลยตามเลย แรงดึงดูดระหว่างพวกเขามันรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานไหว และดูเหมือนวิศวกรตัวดีจะรู้จุดอ่อนนี้ดีเสียด้วย
ทว่า... ก่อนที่ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่จะเหลือเพียงศูนย์เซนติเมตร เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศสีชมพู่อันตระหนقนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ
*ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง!*
เสียงสัญญาณเรียกเข้าดังติดต่อกันรัวๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามา
"ไอ้ธัน! อยู่ไหมวะ! กูซื้อโจ๊กกับกาแฟมาฝาก รีบเปิดประตูให้กูเร็วกระเพาะกูจะกิ่วอยู่แล้ว!"
เสียงของพาย—อินทีเรียดีไซน์เนอร์เพื่อนสนิทตัวแสบ ดังลั่นห้อง ทำเอาธันวาสดุ้งโหยงราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต สติที่หลุดลอยกลับเข้าร่างทันที เขาออกแรงผลักอกคินสุดแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว
ธันวาหอบหายใจถี่รัว รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ใบหน้ายังคงแดงก่ำด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่เพื่อนรักเข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญได้อย่างพอดิบพอดี
"ฝากไว้ก่อนเถอะคุณคิน..." ธันวาคาดโทษด้วยสายตา อาฆาตมาดร้าย แต่กลับดูน่ารักเสียจนคินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
ธันวาหันหลังเดินจัมอ้าออกจากห้องน้ำเพื่อไปเปิดประตูต้อนรับเพื่อนสนิท แต่ในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะหมุนลูกบิดประตูห้องนั่งเล่น สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนจากกระจกตู้โชว์ข้างผนัง คินเดินตามออกมาติดๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ยังประดับอยู่บนใบหน้าครึ้มหนวด
และก่อนที่ธันวาจะทันได้เปิดประตูต้อนรับพาย คินก็โน้มตัวลงมา กระซิบกระซาบชิดริมใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
*"เรื่องเมื่อคืน... เดี๋ยวเรามาเคลียร์กันต่อนอกเวลางานนะครับ สถาปนิก..."*
ธันวาตัวแข็งทื่อ มือที่กำลังจะบิดลูกบิดชะงักกึก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังซ้ำอีกครั้งจากด้านนอก พร้อมกับเสียงของพายที่ตะโกนแทรกเข้ามา
"เฮ้ยไอ้ธัน! ทำไมเปิดประตูช้าจังวะ หรือว่า... มึงไม่ได้อยู่คนเดียว?!"
...รี้ดเดอร์คะ หิมะแรกในโตเกียวขอขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 16
เช้าที่น่ากระอักกระอ่วน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!