สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 25

ขีดจำกัดของความรู้สึก

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกรีดร้องบาดลึกในโสตประสาท แต่มันกลับเงียบสนิทเมื่อเทียบกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกของธันวา เขายืนนิ่งอยู่กลางโถงทางเดินที่กำลังจะกลายเป็นกับดักมรณะ ฝุ่นละอองจากการสั่นสะเทือนของโครงสร้างร่วงหล่นลงมาเหมือนหิมะสีเทา ทว่าสายตาของเขากลับจับจ้องเพียงแผ่นหลังของคนที่วิ่งหายลับไปในความมืดมิดของห้องใต้ดิน... คิน บ้าเอ๊ย! ไอ้วิศวกรสมองกล้ามเนื้อนั่นคิดจะทำอะไรกันแน่! ธันวาไม่รอช้า ขาเรียวภายใต้กางเกงสแล็คเข้ารูปพุ่งทะยานตามไปทันที เขาไม่ได้กลัวตาย แต่ความกลัวที่กำลังกัดกินใจเขาอยู่ตอนนี้ คือกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าไอ้คนปากเสียที่เพิ่งหันมามองเขาด้วยแววตาตื่นตระหนกนั่นอีก "คิน! หยุดเดี๋ยวนี้! นายจะลงไปที่นั่นไม่ได้!" ธันวาตะโกนสุดเสียง เสียงของเขาแหบพร่าไปด้วยไอฝุ่น เมื่อพุ่งตัวลงมาถึงห้องใต้ดิน กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นไหม้ของสายไฟลอยแตะจมูก คินกำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยในขณะที่เขากำลังพยายามดึงคันโยกนิรภัยที่ติดขัดอย่างหนัก "ถอยไปธันวา! โครงสร้างส่วนนี้มันกำลังจะทรุด นายรีบขึ้นไปซะ!" คินตวาดกลับโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงของเขามีความก้าวร้าวที่ธันวารู้ดีว่ามันถูกใช้เพื่อปกปิดความกลัว "ฉันไม่มีทางทิ้งนายไว้ที่นี่เพียงลำพังหรอกนะ!" ธันวาพุ่งเข้าไปประชิดตัว ใช้แรงทั้งหมดที่มีช่วยกระชากคันโยกที่ค้างอยู่ "ถ้าต้องติดอยู่ที่นี่ เราก็ต้องอยู่ด้วยกัน... นี่มันงานของนาย แต่ฉันเป็นคนตรวจรับโปรเจกต์นี้ ฉันจะไม่ยอมให้งานชิ้นสุดท้ายของฉันต้องจบลงด้วยการที่นายกลายเป็นเศษปูน!" คินหยุดชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ของสถาปนิกหนุ่มตรงหน้า "ธันวา... ทำไมถึงดื้อด้านแบบนี้วะ" "เพราะฉันเป็นสถาปนิก และสถาปนิกที่ดีจะไม่มีวันทิ้งวิศวกรที่ทำงานด้วยกัน... แม้ว่าวิศวกรคนนั้นจะปากเสียจนน่าเอาตีนก่ายหน้าผากแค่ไหนก็ตาม!" คำพูดประชดประชันที่แฝงไปด้วยความห่วงใยทำเอาคินถึงกับหลุดขำออกมาท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนาน ในจังหวะที่แรงสั่นสะเทือนของตึกหยุดลงชั่วคราว ความเงียบงันกลับดังยิ่งกว่าเสียงระเบิด ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้มาตลอดหลายเดือนเริ่มเอ่อล้นจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธ คินยกมือขึ้นปาดคราบฝุ่นบนแก้มของธันวาอย่างเบามือ สัมผัสที่ต่างไปจากทุกครั้งที่มักจะมีแต่การหยิกแกมหยอก มันแฝงไปด้วยความทะนุถนอมจนคนถูกสัมผัสถึงกับลมหายใจสะดุด "ถ้านายรอดไปได้... ฉันจะเลิกเรียกนายว่าไอ้คุณชายจอมบงการสักสัปดาห์นึง" คินกระซิบ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่า "แค่สัปดาห์เดียวเหรอ? ฉันต้องการมากกว่านั้น" ธันวาตอบโต้ สายตาเลื่อนลงมองริมฝีปากที่ขยับพูดของอีกฝ่าย "ฉันต้องการให้เลิกทำตัวเป็นศัตรู... ต้องการให้เลิกผลักไสกันสักที" คินนิ่งงัน คำสารภาพที่ไม่ได้วางแผนไว้ทำให้ทุกอย่างในห้องดูแคบลงทันตาเห็น เขาขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่ายทำให้ธันวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง "ธันวา... นายรู้ใช่ไหมว่าเราไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานกันตั้งแต่แรกแล้ว" คินเอ่ยเบาๆ ก่อนจะกดน้ำหนักตัวลงไปที่คันโยกอีกครั้งด้วยแรงเฮือกสุดท้ายจนมันขยับล็อกได้สำเร็จ เสียงกลไกนิรภัยดัง 'คลิก' เป็นสัญญาณว่าระบบโครงสร้างกำลังจะคงตัว วินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดทางเข้า แสงไฟฉายสว่างวาบกวาดผ่านใบหน้าของทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอย่างมีพิรุธ "คุณธันวา! คุณคิน! อยู่ตรงนี้เองเหรอครับ!" ทั้งสองรีบผละออกจากกันราวกับถูกไฟดูด พายที่วิ่งหน้าตื่นลงมาหยุดชะงักกึก มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง เขากวาดสายตามองทั้งคู่ที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนแต่ใบหน้ากลับแดงก่ำเหมือนเพิ่งผ่านเหตุการณ์บางอย่างที่ร้อนแรงกว่าการหนีตาย "พาย? นายมาได้ยังไง" ธันวาพยายามจัดระเบียบลมหายใจและเสื้อผ้าให้เข้าที่ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ผมมาเพราะความเป็นห่วงครับ แต่ดูเหมือนว่า... ผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?" พายยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์ของอินทีเรียดีไซน์เนอร์คนเก่งฉายชัดว่าเขารู้ทันอะไรบางอย่าง คินเสมองไปทางอื่น พ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะหันมามองธันวาด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าเดิม "ช่างมันเถอะพาย... แต่มีเรื่องนึงที่ฉันกับธันวาเพิ่งตกลงกันได้" คินเว้นจังหวะ สายตาคมกริบนั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา "หลังจากจบโปรเจกต์นี้... เรามีเรื่องที่ต้อง 'เคลียร์' กันให้จบแบบยาวๆ เลย" ธันวานิ่งเงียบ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกเมื่อเห็นคินก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง แล้วกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเขาร้อนวูบไปทั้งตัว "เตรียมตัวไว้ให้ดีนะคุณชาย... เพราะหลังจากนี้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้คุณหลุดมือไปไหนอีกแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น คินก็คว้ามือธันวาไว้แน่นแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องใต้ดิน ทิ้งให้พายยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นคนเดียว ขณะที่ความรู้สึกของคนทั้งคู่กำลังเปลี่ยนไปตลอดกาล... ไม่ใช่แค่ในฐานะสถาปนิกและวิศวกร แต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้นมาก ทว่าในจังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องใต้ดิน เงาร่างหนึ่งที่ยืนรออยู่ในมุมมืดของโถงทางเดินก็ขยับตัวเผยให้เห็นชัดเจนขึ้น เป็นคนที่ไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้... พร้อมกับแฟ้มเอกสารบางอย่างในมือที่อาจจะทำให้โปรเจกต์นี้พังพินาศในพริบตา "ยินดีด้วยนะที่รอดมาได้... แต่ดูเหมือนความลับของพวกคุณ จะไม่มีทางเก็บไว้ได้นานกว่านี้หรอกนะ" ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%