สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 26

นิทรรศการสถาปัตยกรรม

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"บอกแล้วไงคะว่าโครงสร้างส่วนนี้รับน้ำหนักไม่ได้ ถ้าดึงดันจะเอาเสาเหล็กกล้ามาวางตรงนี้ มีหวังได้เห็นงานศิลปะกลายเป็นกองขยะรีไซเคิลก่อนงานเปิดนิทรรศการแน่" น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆ ของธันวา ดังแทรกเสียงบดของเครื่องเจียรโลหะที่ดังระงมไปทั่วโถงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยใจกลางเมือง สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก กำลังยืนกอดอกแน่น คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบได้อยู่แล้ว สายตาคมกริบมองแปลนโครงสร้างกระดาษไขในมือสลับกับเสาปูนเปลือยตรงหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ คนโดนบ่นไม่ได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย คินปาดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้าคมคายด้วยหลังมือ ลวกๆ หมวกนิรภัยสีเหลืองถูกถอดออกแล้วหนีบไว้ที่รักแร้ เรือนผมสีเข้มชื้นเหงื่อลู่ปรกหน้าผากส่งเสริมให้วิศวกรหนุ่มมาดเซอร์คนนี้ดูดิบเถื่อนและชวนมองในเวลาเดียวกัน ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาโดยไม่ให้ตั้งตัว กลิ่นอายแดดอ่อนๆ และกลิ่นเหล็กอุ่นๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนคนตัวเล็กกว่าต้องเผลอกลั้นหายใจ "ปากจัดเป็นไฟแบบนี้ ระวังนะคะคุณสถาปนิก..." คินโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ "เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าคุณไม่ได้มาตรวจงาน แต่มาหาเรื่องอ่อยวิศวกรแถวนี้มากกว่า" "ไอ้...!" ธันวาหันขวับกลับมาหมายจะด่าให้สุนัขไม่รับประทาน แต่ปลายจมูกของทั้งคู่กลับเฉียดกันไปนิดเดียว ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์ที่พราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาอยู่ใกล้กันในระยะประชิดแบบนี้ แต่ทุกครั้งหัวใจเจ้ากรรมของธันวากลับไม่เคยรักดี มันเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงตอกย้ำความพ่ายแพ้ของสถาปนิกผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "เลิกกวนประสาทผมสักวันจะได้ไหมคะคิน วันนี้วันอะไรคุณก็รู้" ธันวาเบือนหน้าหนี ซ่อนใบขึ้นสีระเรื่อไว้ใต้ร่มเงาของความหงุดหงิดที่แกล้งทำเป็นกลบเกลื่อน "นี่มันงานนิทรรศการสถาปัตยกรรมระดับประเทศที่ผมรอคอยมาสามปีเต็มนะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาหยอดคำหวานเลี่ยนๆ ใส่ผม" "รู้ครับ... รู้ดีเลยล่ะ" คินยอมถอยห่างออกมานิดหน่อยเพื่อความปลอดภัยของหัวใจตัวเองเหมือนกัน รอยยิ้มมุมปากอ่อนลงกลายเป็นความอบอุ่นที่หาดูได้ยาก "ก็เพราะรู้ว่าเป็นงานที่คุณฝันอยากจะเอาผลงานมาจัดแสดง ผมถึงยอมทิ้งไซต์งานก่อสร้างฝั่งธนฯ มายืนเป็นเบ๊แบกหินแบกปูนให้คุณตั้งแต่ตีห้าเนี่ยไงคะ" ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจที่เต้นรัวเมื่อครู่เปลี่ยนจังหวะเป็นความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกอย่างห้ามไม่อยู่ คำว่า 'แบกหินแบกปูน' ของอีกฝ่ายไม่ใช่คำเปรียบเปรย เพราะตั้งแต่วันแรกที่โปรเจกต์นี้ได้รับการอนุมัติ คินคือคนที่คอยอยู่เคียงข้าง จัดการเรื่องโครงสร้างที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริง คอยแก้ปัญหาหน้างานแทนเขาโดยไม่เคยปริปากบ่นสักคำ แม้ภายนอกจะชอบทำตัวกวนประสาทและปากเสียใส่กันไม่เว้นแต่ละวัน แต่การกระทำทุกอย่างกลับชัดเจนยิ่งกว่าคำบอกรักเสียอีก "ใครใช้ให้มาล่ะคะ..." สถาปนิกหนุ่มพึมพำเบาๆ เสียงอ่อนลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง "อยากมาเองแท้ๆ" "ครับ อยากมาเอง... อยากมาดูคนเก่งของผมยืนยิ้มกว้างท่ามกลางผลงานที่ตัวเองภูมิใจที่สุด" คินเอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระดาษแปลนในมือธันวาออกเบาๆ ก่อนจะรวบข้อมือบางนั้นไว้แล้วจูงเดินลึกเข้าไปในโซนจัดแสดงหลักที่ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์แล้ว บรรยากาศภายในโถงนิทรรศการยามที่แสงไฟสปอตไลท์ส่องกระทบกับโครงสร้างโมเดลสถาปัตยกรรมกระจกและเหล็กกล้า ช่างงดงามและทรงพลังจนธันวาต้องลืมหายใจ ผลงานชิ้นเอกของเขา 'The Breath of Concrete' ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้องโถง แสงเงาที่ทาบทับลงบนพื้นผิวคอนกรีตเปลือยผสมผสานกับความโปร่งใสของกระจกสะท้อนตัวตนของสถาปนิกผู้รังสรรค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ธันวายืนนิ่งค้าง ดวงตาคู่สวยทอประกายระยับหยดด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอขึ้นมาอย่างสุดกลั้น ความกดดัน ความเหน็ดเหนื่อย และหยาดเหงื่อทั้งหมดตลอดสามปีที่ผ่านมา มลายหาย "สวยใช่ไหมคะ" เสียงกระซิบอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลัง คินสวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมซบลงบนลาดไหล่แคบ กลิ่นน้ำหอมเจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ล้อมรอบตัวธันวาไว้ทั้งหมด "ผมบอกแล้วว่าคุณทำได้ ธันวาของผมเก่งที่สุดในโลกอยู่แล้ว" "คิน..." ธันวาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงสั่น เอนกายพิงแผ่นอกกว้างที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นโดยไม่มีแรงจะขัดขืน มือเรียวยกขึ้นแตะทับมือหนาที่กอดกระชับรอบเอวเอาไว้ ความเงียบงันรอบตัวเต็มไปด้วยบทสนทนาของหัวใจที่เต้นตรงกันโดยไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำใดออกมา นี่คือความสุข... ความสุขที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่สถาปนิกปากจัดคนนี้เคยได้รับ ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความโรแมนติกกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นจากทางด้านทางเข้าโซนจัดแสดง ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของคนทั้งคู่จนต้องผละออกจากกันอย่างเสียดาย "โอ้โห... ภาพบาดตาบาดใจอะไรเบอร์นี้เนี่ยคุณสถาปนิก น้องธันวาคนเก่งกับวิศวกรมาดเซอร์ ถึงกับเปิดโหมดสวีทกันกลางนิทรรศการสาธารณะเลยเหรอคะเนี่ย?" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยแซวดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรแกรมเมอร์หนุ่มรุ่นพี่ที่ธันวาคุ้นเคยเป็นอย่างดีก้าวออกมาจากเงาสลักของเสาปูน พายส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้งาน แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ธันวาและคินต้องชะงักค้าง ไม่ใช่คำแซวของพาย แต่เป็นร่างระหงในชุดสูทสีเข้มเนี๊ยบกริบที่ก้าวตามหลังพายออกมาเงียบๆ ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบความดื้อรั้นมาครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตที่มองตรงมายังธันวาด้วยแววตาซับซ้อนที่เดาไม่ออก และที่สำคัญที่สุดคือ... รอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น "สวัสดีครับคุณพี่ชาย... ไม่คิดเลยนะครับว่าสถาปนิกคนเก่งของตระกูล จะแอบมาทำโปรเจกต์ลับหลังคุณพ่อกับผู้ชายคนนี้" ธันวาสะดุดลมหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายแข็งทื่อไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น *ธนาธร*... น้องชายแท้ๆ ของเขา และเป็นทายาทคนปัจจุบันของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ประกาศกร้าวไว้แล้วว่าจะทำลายโปรเจกต์นี้ให้พังคามือ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผลงานชิ้นเอกของเขา พร้อมกับเอกสารคำสั่งศาลในซองสีน้ำตาลที่ชูขึ้นช้าๆ "และน่าเสียดายจริงๆ นะครับพี่ธันวา..." ธนาธรยิ้มเหี้ยมเกรียม "พอนิทรรศการนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว... ผมคงต้องขออนุญาต *รื้อถอน* มันทิ้งทั้งหมด ในฐานะที่ละเมิดลิขสิทธิ์บริษัทครับ" ________________________________________ ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเดือดนี้ด้วยกันนะคะ! — หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%