"ถ้าสมองส่วนที่ใช้คิดเรื่องโครงสร้างมันว่างนัก ทำไมไม่เอาเวลาไปตรวจทานสเปกเหล็กคานชั้นสาม แทนที่จะมานั่งจับผิดเรื่องไร้สาระของฉันล่ะคะ คุณคิน!"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเนื้อหนา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของไซต์งานก่อสร้างที่เงียบงัด ธันวาไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเสียงดังขนาดนั้น แต่นาทีนี้ เส้นความอดทนที่ถูกถักทอด้วยความเหนื่อยล้ามาตลอดสามสัปดาห์เต็ม ได้ขาดผึ่งลงอย่างไม่เป็นท่า
คินที่ยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่มักจะกวนประสาทและทำให้ธันวาอยากจะคว้ากระถางต้นไม้มาฟาดสักที ปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น—ซึ่งนั่นยิ่งเติมเชื้อไฟให้กองเพลิงในอกของสถาปนิกหนุ่มให้โหมกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม
"เรื่องไร้สาระเหรอครับ ธันวา?" คินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ "การที่แบบแปลนที่คุณแก้มาสามรอบมันขัดแย้งกับเสารับน้ำหนักจริงเนี่ยนะที่คุณเรียกว่าไร้สาระ ถ้าผมไม่ท้วง ป่านนี้ตึกนี่คงถล่มลงมาทับคนงานตายคารากฐานไปแล้วมั้งครับ"
"คุณก็พูดเกินไป!" ธันวาตวาดกลับ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้นใจ มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารสั่นระริกด้วยความโกรธ "ฉันเป็นสถาปนิกนะ ฉันคำนวณสัดส่วนทุกอย่างมาดีแล้ว! แต่ที่คุณคอยจ้องจะรื้อ จะแก้ จะขัดคอฉันทุกเรื่องเนี่ย มันเป็นเพราะคุณแค่อยากเอาชนะ หรือเพราะคุณเกลียดหน้าฉันกันแน่!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก คินหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่น แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นชาอย่างที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน
วิศวกรหนุ่มค่อยๆ ปล่อยแขนที่กอดไว้ออก ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานทีละน้อย แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ธันวาต้องเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าหลังกลับชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบเสียแล้ว
"คุณคิดว่าผมทำทั้งหมดนี่... เพราะแค่อยากเอาชนะคุณงั้นเหรอ?" คินโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มแดงก่ำด้วยความโกรธ "ถ้าผมเกลียดคุณ ผมคงปล่อยให้คุณวาดแบบบ้าๆ นี่แล้วเซ็นอนุมัติให้ตึกมันพังคามือคุณไปนานแล้วธันวา ไม่มายืนเสี่ยงประสาทเสียอยู่ตรงนี้หรอก!"
"งั้นก็เลิกยุ่งกับงานของฉันสักทีสิคะ!" ธันวาตวาดย้อนเสียงสั่น สกัดกั้นความอ่อนแอที่จ่อจะทะลักออกมาทางดวงตา "ต่างคนต่างอยู่! เลิกทำตัวเป็นพ่อคนที่สอง เลิกมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉันสักที!"
*เพล้ง!*
ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นเสียงของความรู้สึกบางอย่างที่พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี
ดวงตาของคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดประโยคสุดท้ายของธันวาเหมือนมีตบะรุนแรงตบเข้าที่กลางหน้าอก วิศวกรหนุ่มชะงักไปอึดใจใหญ่ สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนากำเข้าหาตัวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"อยากให้ผมเลิกยุ่งเหรอ..." คินทวนคำ เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความผิดหวังและตัดพ้อที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดแบดบอย "ได้... ถ้าคุณอยากให้มันเป็นแบบนั้น งั้นก็ตามใจคุณ"
พูดจบ คินก็ผละถอยหลังออกไปทันที ไม่แม้แต่จะชายตามองอีก ราวกับว่าตัวตนของธันวาในห้องนี้ได้สูญสลายหายไปแล้ว ประตูห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะปิดกระแทกตามหลังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ธันวาทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดพังทลายลงในพริบตา หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มเงียบๆ มือบางยกขึ้นปิดหน้า สะอื้นฮักออกมาอย่างน่าสงสาร ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเคว้งคว้างและเจ็บแปลบในอกราวกับถูกของมีคมกรีดลึก
เขากับคินทะเลาะกันมาก็บ่อย เถียงกันมาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่มันจะรุนแรงและทิ้งแผลลึกไว้ในใจได้เท่าครั้งนี้
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สחการ ดึงสติของสถาปนิกหนุ่มให้เงยหน้าขึ้นด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าอาจจะเป็นคินที่เปลี่ยนใจเดินกลับมาง้อ
"คิน...?" ธันวาเอמהเสียงแผ่วเบา ดวงตาแดงก่ำมองไปยังประตูกระจกฝ้า
ทว่าคนที่ผลักประตูเข้ามากลับไม่ใช่ร่างสูงของวิศวกรหนุ่มมาดเซอร์อย่างที่ภาวนาไว้ หากแต่เป็นพาย เพื่อนสนิทและอินทีเรียดีไซเนอร์ประจำโปรเจกต์ ที่กำลังทำหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตในมือแน่น พร้อมกับสีหน้าซีดเผือดราวกับไปเจอผีมา
"ธันวา! แย่แล้วแก!" พายร้องเสียงหลง รีบสาวเท้าเข้ามาหาเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งน้ำตาคลอเบ้า "แกยังไม่ได้เปิดดูข่าวใช่มั้ย? ในกลุ่มไลน์กลุ่มใหญ่ของบริษัทน่ะ... มีคนส่งภาพหลุดตอนที่แกกับคินยืนทะเลาะกันเมื่อกี้ลงไป แถม..."
พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงข้อความและภาพถ่ายให้ธันวาดูด้วยมือที่สั่นเทา
"แถมตอนนี้... ทางบอร์ดบริหารกำลังจะเรียกตัวพวกแกสองคนเข้าห้องสอบสวนด่วนที่สุด เพราะมีคนร้องเรียนว่าพวกแกมีความขัดแย้งส่วนตัวจนอาจทำให้โปรเจกต์มูลค่าพันล้านพังพินาศแล้ว!"
ธันวาชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนในชั่วพริบตา
...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนี่?
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนของทั้งคู่มาจนถึงตอนนี้นะคะ! — หิมะแรกในโตเกียว
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 27
คำพูดที่ไม่ควรพูด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!