สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 24

คำสารภาพที่กลบด้วยเสียงก่อสร้าง

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ปล่อยมือได้แล้วมั้งคิน คนอื่นมองอยู่" ธันวากระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงมือที่ถูกกุมไว้ใต้โต๊ะประชุมออก แต่ดูเหมือนวิศวกรหนุ่มตรงหน้าจะไม่สะทกสะท้าน แถมยังบีบกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิมราวกับจงใจท้าทาย ความร้อนจากฝ่ามือของคินแผ่ซ่านลามไปถึงหัวใจสถาปนิกหนุ่มที่เต้นจังหวะรัวผิดปกติ คินเลิกคิ้วมองสถาปนิกปากจัดที่ตอนนี้ดูจะเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมเข้มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ประจำตัวของอีกฝ่ายทำเอาธันวาแทบลืมวิธีหายใจ "กลัวคนอื่นเห็น หรือกลัวตัวเองจะใจสั่นจนคุมไม่อยู่กันแน่ครับคุณสถาปนิก" คำพูดกวนประสาทนั้นทำให้ธันวาถลึงตาใส่ แต่ทว่าแววตาของคินที่จ้องมองมากลับไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มันเป็นแววตาที่หนักแน่น—แววตาแบบที่ทำให้น้ำแข็งในใจของธันวาเริ่มละลาย "ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหาเรื่องงาน" ธันวาตอบเสียงแข็ง แต่ปลายนิ้วกลับเผลอขยับไปเกี่ยวรัดนิ้วของคินโดยไม่รู้ตัว "ถ้าจบโปรเจกต์นี้..." คินเว้นจังหวะ เสียงทุ้มต่ำพร่าลงจนธันวาต้องกลั้นหายใจรอฟัง "ธันวา... ฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกให้ชัดเจนสักที เรื่องที่เรา..." หัวใจของธันวาเต้นรัวราวกับกลองรบ นี่คือวินาทีที่เขารอคอย แม้จะปากจัดและชอบประชดประชันใส่กันมาตลอด แต่ลึกๆ แล้วความสัมพันธ์ที่กำกวมนี้มันทำลายเกราะป้องกันของเขาไปจนหมดสิ้น คินกำลังจะพูดแล้ว... คำพูดที่เขาโหยหา ทว่า ในวินาทีที่คินโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร เสียงเจาะสกัดคอนกรีตจากไซต์งานก่อสร้างด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาทันที ตามมาด้วยเสียงตะโกนของพายที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา "คิน! ธันวา! เกิดเรื่องแล้ว! แบบโครงสร้างฝั่งทิศเหนือมีปัญหา หน้างานตะโกนเรียกให้พวกนายไปดูด่วนเลย!" คินชะงักกึก ความกดดันที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตา เขาจำต้องปล่อยมือธันวาอย่างรวดเร็ว กรามแกร่งขบกันแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในจังหวะ 'หน้าสิ่วหน้าขวาน' ที่สุดในชีวิต ธันวาถอนหายใจยาว พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติเหมือนคนที่ไม่เคยผ่านช่วงเวลาสั่นประสาทเมื่อครู่มา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่เพื่อซ่อนความสั่นไหวของมือตัวเอง "ไปดูหน้างานกันก่อนเถอะ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะอยากกระชากคอเสื้อพายมาถามนักว่าทำไมต้องเข้ามาจังหวะนี้ "เดี๋ยวค่อยคุยกัน" คินทิ้งท้ายเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินนำออกไป ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายความอึดอัดที่ยังตกค้าง ตลอดบ่ายนั้นเป็นเหมือนนรกบนดินสำหรับธันวา เขาต้องคอยตรวจเช็กความเรียบร้อยของโครงสร้างที่พายบอกว่ามีปัญหา ทั้งที่สมาธิพุ่งตรงไปที่แผ่นหลังกว้างของคินที่เดินตรวจไซต์งานอยู่ไม่ห่าง ทุกครั้งที่สายตาประสานกัน เขาเห็นความผิดหวังปนความมุ่งมั่นในตาคู่นั้นของอีกฝ่าย จนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศไซต์งานที่เคยเต็มไปด้วยเสียงก่อสร้างเริ่มเงียบสงัดลง เหลือเพียงแสงไฟนีออนสลัวๆ จากเสาไฟชั่วคราว ธันวาเดินเลี่ยงออกมาสูดอากาศที่มุมพักผ่อนด้านหลังอาคารที่กำลังรีโนเวท เพื่อหวังจะสงบสติอารมณ์ เขารู้สึกได้ถึงรอยเท้าที่เดินตามมาเงียบๆ ก่อนจะหยุดลงข้างกาย "งานหนักนะวันนี้" เสียงคินดังขึ้นเบาๆ ในความมืด ธันวาไม่หันไปมอง ได้แต่จ้องมองไปยังเงาของตึกที่สะท้อนแสงไฟ "ก็นายเล่นออกแบบโครงสร้างซะซับซ้อน จะไม่ให้มีปัญหาได้ยังไง" ธันวาตอบกลับด้วยความเคยชินตามนิสัยปากจัด แต่กระแสเสียงกลับอ่อนลงกว่าทุกครั้ง คินก้าวเข้ามาประชิดตัวข้างหลัง ก่อนจะโน้มตัวลงมาพิงขอบระเบียงข้างๆ เขา กลิ่นกายของคินชัดเจนขึ้นท่ามกลางอากาศเย็นยามค่ำคืน "ถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้ตึกนี้เป็น 'ผลงานที่ดีที่สุด' ของเรา... ฉันคงไม่ทุ่มเทขนาดนี้หรอก" "เรา?" ธันวาหันไปมองอีกฝ่าย "ใช่... เรา" คินหันมาสบตา "ธันวา ฟังนะ สิ่งที่ฉันจะพูดเมื่อตอนบ่าย..." คินขยับตัวเข้ามาใกล้จนธันวาถอยหลังไปชนขอบกำแพง มือหนาของวิศวกรหนุ่มวางทาบบนกำแพงกั้นทั้งสองข้างของธันวาไว้ เป็นการล้อมกรอบที่ทำให้หัวใจของธันวาหยุดเต้นไปชั่วขณะ "คิน..." "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่ฟัง" คินจ้องลึกเข้าไปในตาธันวา ความจริงจังในดวงตานั้นทำให้ธันวาพูดไม่ออก "ตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากัน จนถึงตอนนี้... สิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมด ทั้งกวนประสาท ทั้งหาเรื่อง ท้ายที่สุดมันมีแค่เหตุผลเดียว..." คินโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากของธันวา ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนผิวหน้า แต่ในวินาทีที่คินกำลังจะเอ่ยคำพูดสำคัญ เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ของอาคารก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแสงไฟสีแดงที่กระพริบถี่รัวเตือนภัยฉุกเฉิน คินสบถลั่นด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ในขณะที่ธันวายืนอึ้งอยู่กับที่เพราะตกใจกับเสียงสัญญาณที่ดังสนั่นไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกะทันหัน ใครบางคนวิ่งสวนออกมาจากห้องควบคุมพร้อมตะโกนว่า "เกิดไฟฟ้าลัดวงจร! มีคนติดอยู่ในห้องใต้ดิน!" ดวงตาของคินเบิกกว้างเมื่อหันไปเห็นป้ายรายชื่อพนักงานที่ตกค้าง และชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง "พาย!" คินหันมามองธันวาด้วยสายตาที่ตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าความมืดมุ่งหน้าไปทางห้องใต้ดินโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว ทิ้งให้ธันวายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางแสงไฟสีแดงที่กะพริบแจ้งเตือนถึงวิกฤตที่อาจหมายถึงชีวิต ขอบคุณทุกการติดตามที่ร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%