สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 14

เกมประชันฝีมือ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงหัวเราะเยาะในลำคอของคินดังขึ้นเบาๆ พอให้คนยืนกอดอกหน้าโต๊ะเขียนแบบรู้สึกคันยิบในหัวใจ ธันวาปรายตามองกระดาษร่างแบบสามมิติบนหน้าจอแท็บเล็ตเครื่องใหญ่ สลับกับร่างสูงของวิศวกรหนุ่มที่กำลังใช้ปลายดินสอเคาะโต๊ะเป็นจังหวะกวนประสาท "ลายเส้นเนี้ยบแบบนี้... บอกว่าออกแบบคอนโดหรูหรือกำลังเขียนแบบแปลนเรือจำกันแน่ครับคุณสถาปนิก" คินเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาคมกริบกลับพราวระยับด้วยประกายท้าทาย "ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณพัฒนาได้มากกว่าเรื่องโครงสร้างเหล็ก คุณคงจะมองออกว่านี่คือสไตล์มินิมอลที่เน้นการใช้พื้นที่อย่างไร้ที่ติ ไม่ใช่รังนกสร้างลวกๆ แบบโปรเจกต์ที่คุณเคยเสนอมา" ธันวาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มฉายแววถือดี ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยัน "อีกอย่าง... ผมไม่ได้จ้างคุณมาวิจารณ์ แต่จ้างมาทำให้แบบบ้าๆ นี่มันตั้งอยู่ได้จริงโดยที่เพดานไม่ถล่มลงมาทับหัวผมซะก่อน" บรรยากาศในห้องทำงานโปร่งโล่งอบอวลด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มและแรงกดดันจากคนสองคนที่ไม่มีใครยอมใคร พายที่นั่งสุมหัวอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ กับสงครามประสาทขนาดย่อมที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่หัวหน้าโปรเจกต์คู่นี้โคจรมาเจอกัน การแข่งขันออกแบบส่วนตกแต่งภายในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 'Lumière Residence' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเช้าวันนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าทั้งคู่ต้องสลับกันร่างแนวคิดที่สะท้อนตัวตนของอีกฝ่ายลงไปในชิ้นงาน โดยซ่อนความหมายเชิงสัญลักษณ์เอาไว้ให้ได้ภายในเวลาสามชั่วโมง ธันวาเลือกที่จะเงียบ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวจรดลงบนหน้าจอเพื่อแก้ไขเส้นสายโค้งเว้าของผนังระแนงไม้โอ๊กอเมริกัน เขากำลังจงใจเลือกใช้วัสดุที่แข็งแกร่งแต่ให้สัมผัสอบอุ่น... วัสดุที่เตือนให้เขานึกถึงแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ ในขณะเดียวกัน คินก็ก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับกระดาษร่างของตัวเอง ดินสอเอชบีในมือขยับอย่างคล่องแคล่ว เส้นสายที่ปรากฏบนกระดาษไม่ใช่โครงสร้างทางวิศวกรรมที่แข็งกระด้าง แต่มันคือการจัดวางแสงและเงาที่นุ่มนวล ทว่าเฉียบคมในทุกองศา ราวกับกำลังจำลองความเนี๊ยบและดื้อรั้นของสถาปนิกปากจัดคนนี้ลงไปในพื้นที่ใช้สอย ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ความเงียบถูกทำลายลงด้วยเสียงวางกระดาษกระแทกโต๊ะเบาๆ "เสร็จแล้ว" คินดันกระดาษแผ่นนั้นข้ามมาตรงหน้าธันวา ธันวานิ่งไปอึดใจ เขากลืนก้อนความประหม่าลงคออย่างยากลำบากก่อนจะก้มลงมองผลงานของอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือห้องนั่งเล่นทรงโค้งที่โอบล้อมด้วยกระจกใสใสรับแสงธรรมชาติ ทว่าตรงกลางห้องกลับมีเสาเหล็กสีดำสนิทต้นใหญ่ตั้งตระหง่าน รองรับโครงสร้างทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างมั่นคง "เสาต้นนั้น..." ธันวาพึมพำเสียงแผ่ว "มันคือคุณ" คินตอบสั้นๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังขึ้นจนธันวาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "แข็งกระด้าง เย็นชา และชอบทำตัวเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง... แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นสิ่งเดียวที่คอยแบกรับน้ำหนักและความคาดหวังทั้งหมดของห้องนี้เอาไว้ ไม่ให้พังทลายลงมา" หัวใจของธันวากระตุกวูบ คำพูดของคินบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกอย่างแม่นยำ ราวกับวิศวกรหนุ่มคนนี้มองทะลุผ่านกำแพงตัวตนที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ก่อนที่ธันวาจะได้ทันเอ่ยปากแก้เก้อ คินก็ยื่นมือมาดึงแท็บเล็ตจากมือเขาไปพลิดูบ้าง ดวงตาคมกวาดมองแบบแปลนที่ธันวาเพิ่งแก้เสร็จไม่นาน รอยยิ้มมุมปากของคินค่อยๆ จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาไหววูบที่ยากจะคาดเดา บนหน้าจอของธันวา คือการออกแบบมุมทำงานริมหน้าต่างที่มีเก้าอี้โซฟาเบดสีเทาเข้มตัวใหญ่วางอยู่ ทว่าสิ่งที่สะดุดตากลับเป็นชั้นหนังสือบิวท์อินที่ซ่อนกลไกหมุนเปิดได้ ด้านหลังชั้นหนังสือเหล่านั้น... มีร่องรอยของสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่ถูกวาดจำลองเอาไว้ในโมเดลสามมิติ คินชะงักค้าง มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นน้อยๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เขาเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้กำลังเม้มริมฝีปากแน่น แววตาสั่นระริกไม่แพ้กัน "นี่มัน..." คินเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณไปเอาแบบสมุดเล่มนี้มาจากไหน" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความปากร้ายและท่าทีหยิ่งผยอง กำลังถูกเปิดโปงด้วยฝีมือของตัวเขาเองผ่านงานออกแบบชิ้นนี้ ทว่าก่อนที่คินจะได้ซักไซ้ไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็จังๆ สามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยการผลักบานประตูเปิดออกอย่างไร้มารยาท พายก้าวเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าของเพื่อนสนิทซีดเผือดจนน่ากลัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ธัน... คิน... พวกนายต้องดูนี่" พายพูดเสียงสั่น เท้าก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน "ชั้นหนังสือที่บ้านเก่าของตระกูลคุณปู่ที่พวกนายกำลังรีโนเวท... คนงานเพิ่งรื้อผนังเจอเซฟฝังผนังรุ่นเก่า... และในนั้น... มีสมุดบันทึกที่หน้าปกเหมือนกับเล่มที่พวกนายพยายามตามหาอยู่เป๊ะๆ!" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา คินหันขวับกลับมามองหน้าธันวาอีกครั้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ธันวารู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้กำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในวินาทีนี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ บทหน้าความจริงทั้งหมดกำลังจะปรากฏค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%