“ถ้าคุณจะเอาแต่นั่งจ้องแบบนั้น แทนที่จะหยิบประแจมาขันน็อตให้แน่น ผมว่าเราสองคนควรไปนั่งดื่มกาแฟแทนการทำงานจะดีกว่าไหมครับคุณวิศวกร”
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากแบบแปลนโครงสร้างที่วางกางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาว น้ำเสียงเขานิ่งเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความรำคาญใจที่ถูกจ้องมองมานานเกือบสิบนาที คินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ขยับตัวตามที่ถูกสั่ง เขายังคงเท้าคางมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ธันวาอ่านไม่ออก
“ผมไม่ได้จ้องจับผิดคุณนะธันวา” คินตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาด “แค่กำลังคิดว่า... เวลาคุณตั้งใจทำงานแบบไม่วีนใส่ใคร มันก็ดูเพลินตาไปอีกแบบ”
ธันวาชะงักปลายปากกา ปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันแน่น เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้ามทันที “นี่คุณเมาฝุ่นไซด์งาน หรือว่าสมองกลับครับ?”
“ก็นะ... ปกติเห็นแต่คนปากจัดที่คอยแต่จะจิกกัดโครงสร้างเหล็กของผม พอเห็นมุมเงียบๆ แบบนี้เลยเผลอใจลอยไปหน่อย” คินหัวเราะในลำคอ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังธันวา ก่อนจะโน้มตัวลงมาดูแบบแปลนใกล้ๆ จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสะอาดแบบสปอร์ตของเขากระทบเข้ากับปลายจมูกของคนนั่ง
ธันวารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าวบริเวณหลังคอ ความใกล้ชิดที่เกินความจำเป็นทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ปรกติเขาคงจะสะบัดตัวออกและด่ากราดไปแล้ว แต่ทว่า... วินาทีที่เขากำลังจะขยับหนี คินกลับเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่มุมกระดาษชี้ไปยังจุดเชื่อมต่อเหล็กโครงสร้าง
“ตรงนี้... ที่คุณบอกว่ามันขัดสายตา ผมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่มันคือจุดรับแรงที่สำคัญที่สุด ถ้าคุณยอมลดอีโก้ลงหน่อย คุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงยอมแลกความเนี๊ยบกับความปลอดภัย”
คำพูดนั้นไม่ได้เจือปนความกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง มันมีความจริงจังและความใส่ใจที่ทำให้ธันวาต้องหันกลับไปมองคนพูดอย่างเต็มตา คินไม่ได้กำลังมองแบบแปลนแล้ว เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของธันวา... สายตาคู่เดิมที่เคยดูแข็งกร้าวและดื้อรั้น บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนอย่างที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทำงานชั่วคราว เสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างไซด์งานที่เปิดอ้าไว้ดังหวีดหวิว แต่ภายในห้องกลับดูเหมือนเวลาจะหยุดหมุน
“คุณ... ทำไมถึงมองผมแบบนั้น” ธันวาเอ่ยถามเบาๆ เสียงของเขาไม่หนักแน่นเหมือนเคย
“แบบไหน?”
“ก็แบบที่... เหมือนกับว่าคุณกำลังเห็นอะไรบางอย่างที่มากกว่าสถาปนิกจอมเยอะแยะคนนี้”
คินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความเจ้าเล่ห์ แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ธันวารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้ามาในอก “ผมแค่กำลังคิดว่า บางทีผมอาจจะเข้าใจเหตุผลที่คุณต้องทำตัวปากร้ายตลอดเวลา... มันคงเป็นเกราะป้องกันชั้นดี เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าจริงๆ แล้วคุณก็แค่คนที่ต้องการความมั่นใจในทุกรายละเอียดของชีวิตใช่ไหมล่ะ”
ธันวานิ่งอึ้ง เขาพยายามจะหาคำโต้ตอบที่เจ็บแสบตามนิสัยถนัด แต่ไม่รู้ทำไม ลิ้นมันกลับพันกันไปหมด ความคมคายที่เขาเคยใช้ฟาดฟันคนอื่นหายไปไหนเสียแล้ว เขาได้แต่จ้องมองใบหน้าของวิศวกรหนุ่มตรงหน้า... คิ้วเข้ม จมูกโด่ง และรอยแผลเป็นเล็กๆ บนโหนกแก้มที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นเป็นครั้งแรก มันทำให้คินดูมีชีวิตชีวาและเข้าถึงง่ายกว่าที่เคยคิดไว้มาก
เขาเริ่มมองเห็นความละเมียดละไมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเซอร์ซ่าส์ของอีกฝ่าย ความเอาใจใส่ที่คินมอบให้งาน... และความใส่ใจที่ดูเหมือนจะเริ่มข้ามเส้นมาหาเขา
“ธันวา...” คินเรียกชื่อเขาเบาๆ พร้อมกับยื่นมือมาขยับปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเขาออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวาบ
“คิน... ผม...”
ธันวากำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่เขาก็ไม่มั่นใจว่ามันคืออะไรกันแน่ เป็นคำขอบคุณ? หรือคำเตือนให้กลับไปตั้งสติ? แต่ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดออกมาจากริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังแทรกเข้ามาจากหน้าประตู พร้อมกับการเปิดเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญของใครบางคนที่ทำลายบรรยากาศจนป่นปี้
“อ้าว! สวีทหวานกันเกินไปหรือเปล่าครับท่านสถาปนิก? พอดีผมแวะเอาเอกสารอนุมัติงานโครงสร้างงวดสุดท้ายมาให้... เห็นฉากนี้แล้วไม่รู้ต้องวางเอกสารทิ้งไว้หรือจะเดินหนีออกไปดี?” พายที่ยืนถือแฟ้มหนาๆ พิงกรอบประตูเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาของเพื่อนสนิทกวาดมองทั้งคู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
ธันวารีบผลักเก้าอี้ถอยหลังจนเกิดเสียงดังครืดคราด เขาหน้าแดงก่ำพลางหันไปหยิบแบบแปลนขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้ทันที “พาย! นายมาทำไมไม่เคาะประตู!”
คินถอยหลังกลับไปยืนในท่าปกติ แต่รอยยิ้มจางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เขาปรายตามองธันวาที่ดูเหมือนจะเป็นลมอยู่รอมร่อ ก่อนจะหันไปรับเอกสารจากมือพายอย่างใจเย็น
“ไม่มีอะไรครับพาย แค่คุยเรื่องงานกันนิดหน่อย” คินตอบนิ่งๆ แต่สายตายังคงแอบเหลือบมองธันวาด้วยความเอ็นดู
ทว่าในจังหวะที่ธันวาพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วนนี้ ปลายเท้าของเขากลับไปสะดุดเข้ากับขาโต๊ะเหล็กอย่างแรงจนร่างโปร่งถลาไปข้างหน้า และในเสี้ยววินาทีนั้น มือของคินก็คว้าเอวเขาเอาไว้ได้ทัน ทว่าน้ำหนักที่ส่งมาทำให้ทั้งคู่เสียหลักจนเซไปกระแทกกับผนังห้องที่ติดแบบแปลนไว้อย่างจัง
ธันวาจมลงในอ้อมกอดของคินที่ล็อคแน่นอยู่รอบเอว กลิ่นหอมจางๆ ปะทะเข้าที่จมูกอีกครั้ง ความใกล้ชิดในระยะประชิดตัวที่ผนังห้องกั้นไว้ทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปสบตาคนในอ้อมกอด คินไม่ได้รีบปล่อยมือ แต่กลับก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของทั้งคู่ชิดกัน
“ดูเหมือนว่า...” คินกระซิบเบาๆ เสียงนั้นพร่าต่ำจนหัวใจธันวาสั่นระรัว “โชคชะตาจะไม่ยอมให้คุณหนีผมไปไหนง่ายๆ นะ”
ก่อนที่ธันวาจะทันได้หายใจต่อ ประตูห้องที่พายเพิ่งปิดไปก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาโกรธจัดและใบหน้าที่ซีดเผือด
“คิน! นี่มันหมายความว่ายังไง!”
หิมะแรกในโตเกียวตื่นเต้นกับปมที่โผล่มาทิ้งท้ายตอนนี้มากจริงๆ ค่ะ นักอ่านทุกคนต้องมาช่วยลุ้นนะคะว่าคุณสถาปนิกจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้!
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 12
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!