ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 10

การมาเยือนของเพื่อนเก่าตัวแสบ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเซนจิในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ฉันคงต้องเชิญคุณออกไปสูดอากาศข้างนอกให้สมองปลอดโปร่งแล้วล่ะค่ะ คุณมิกะ” เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่อึดอัดในห้องนั่งเล่น รันภัทรยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มมองผู้หญิงแปลกหน้าที่ถือวิสาสะกดรหัสเปิดประตูเข้ามาในยามวิกาลด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น แต่งกายด้วยชุดแบรนด์เนมราคาแพงและกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ตีรวนจมูกจนคนรักความสะอาดอย่างเซนขมวดคิ้วมุ่น มิกะ ชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะไหล่หนาของเซนจิ หญิงสาวหันขวับมามองร่างบางที่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ แต่กลับมีรัศมีบางอย่างที่กดขี่คนอื่นได้อย่างน่าฉุนเฉียว “คุณเป็นใคร? แล้วทำไมถึงมีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้ในห้องของเซน?” มิกะเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคู่นคมองสำรวจรันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “เซน… นี่มันหมายความว่ายังไงคะ ทำไมถึงมีผู้ชายคนนี้อยู่ในห้องคุณได้ แถมยังใส่เสื้อผ้าเหมือนคนอยู่อาศัยด้วย” เซนจิที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นจนแทบเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบมองอดีตแฟนสาวด้วยแววตาว่างเปล่าและเย็นชา ยิ่งกว่าตอนที่เขาปฏิเสธงานลูกค้ารายใหญ่เสียอีก “ฉันเคยบอกคุณชัดเจนแล้วนะมิกะ ว่าเราจบกันไปนานแล้ว และที่นี่… ก็ไม่ใช่ที่ที่คุณจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้” เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่มันคือความรำคาญใจที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง “แต่เราคบกันมาตั้งสามปีนะคะเซน! แค่คุณไปเรียนต่อแล้วกลับมาเปิดบริษัทที่โตเกียว เราก็แค่วุ่นวายกันช่วงแรก ทำไมคุณถึงใจร้ายนักล่ะคะ ถึงขนาดหา… หาใครก็ไม่รู้มาอ้างว่าเป็นเจ้าของห้อง” มิกะเริ่มขึ้นเสียงด้วยความเหลืออด ดวงตาเริ่มคลอด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเซนหมายจะคว้าแขนเขาไว้ แต่รันเร็วกว่า… ร่างบางดีดตัวจากเคาน์เตอร์ครัวก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนได้อย่างพอดิบพอดี มือเรียวยกขึ้นปัดมือของมิกะออกอย่างไม่ไว้หน้า พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนีบหลังวาบ “อุ๊ย มือไม้ไวจังเลยนะคะ” รันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กัดเจ็บ “พอดีว่าฉันไม่ใช่ ‘ใครก็ไม่รู้’ อย่างที่คุณปากพล่อยพูดหรอกนะคะคุณมิกะ ฉันเป็น ‘รูมเมต’ ที่นอนร่วมชายคา… เอ่อ ร่วมห้อง นอนเตียงเดียวกัน… หมายถึงห้องนอนติดกันกับเซนทุกคืนค่ะ” รันจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘นอน’ และเว้นจังหวะแพรรำไรให้คนฟังคิดไปไกล มิกะหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธจัด “เตียงเดียวกัน? นี่คุณอยู่กินกันแล้วเหรอเซน!” มิกะหันไปเอาเรื่องชายหนุ่ม เซนจิชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดของรัน นัยน์ตาคมหลุบมองเสี้ยวหน้าหวานของคนตัวเล็กที่ยืนบังเขาไว้ รอยยิ้มมุมปากที่แทบมองไม่เห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาชั่ววินาที ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยตามเดิม หัวใจที่เคยหงุดหงิดรำคาญใจกับการมาเยือนอย่างไร้มารยาทของมิกะ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาด… ความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วอกเมื่อมีคน ‘ประกาศความเป็นเจ้าของ’ แทนเขาอย่างออกหน้าออกตาขนาดนี้ “ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมคะ” เซนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังจนมิกะสะดุ้ง “ถ้าเข้าใจแล้ว ก็เชิญกลับไปซะ ประตูห้องอยู่ทางนั้น” “เซน! คุณเปลี่ยนไปมากนะ ปล่อยให้ผู้ชายคนนี้มาบงการชีวิตคุณเหรอ!” มิกะกรีดร้องออกมาด้วยความเสียหน้า เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ตอนนี้เต็มไปด้วยร่องรอยการอยู่อาศัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าสลิปเปอร์คู่เล็กที่วางคู่กันตรงชั้นวาง หรือแก้วกาแฟสองใบที่อ่างล้างจาน ทุกอย่างมันฟ้องชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนตัวของเซนจิถูกเจือปนด้วยตัวตนของคนอื่นไปเสียแล้ว “ฉันไม่ได้บงการค่ะ ฉันแค่ปกป้องสิทธิของตัวเองในฐานะรูมเมตผู้ร่วมจ่ายค่าเช่าครึ่งหนึ่ง” รันยักไหล่เบาๆ ท่าทางกวนประสาทนั้นทำเอามิกะแทบกรี๊ดแตก “แล้วก็ช่วยกรุณามีมารยาททางสังคมด้วยนะคะ การบุกรุกเข้ามาในยามวิกาลแบบนี้ ต่อให้คุณเคยเป็นแฟนเก่า… มันก็เข้าข่ายโรคจิตอ่อนๆ แล้วนะคะคุณพี่” “กรี๊ด! แกเป็นใครวะ ถึงมาว่าฉันเป็นโรคจิต!” มิกะพุ่งตัวเข้าหารันด้วยความโมโหสติหลุด รันเตรียมจะขยับตัวหลบและสวนกลับด้วยคารมคมคายให้หงายเงิบ แต่เร็วกว่านั้น… แขนแกร่งของเซนจิก็คว้าเอวบางของรันดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง มือหนาอีกข้างคว้าข้อมือของมิกะไว้แน่นด้วยแรงบีบที่ทำให้อีกฝ่ายนิหน้าด้วยความเจ็บปวด บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที อุณหภูมิลดฮวบจนแทบติดลบ ดวงตาของเซนจิมืดสนิทไร้ซึ่งความปรานีใดๆ “อย่าแตะต้องเขา” น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างน่ากลัว “แล้วก็ออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกจริงๆ มิกะ” ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเซนจินั้นรุนแรงเสียจนมิกะไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เธอสะบัดมือออกจากการเกาะกุมด้วยความกลัวผสมความแค้น มองหน้าเซนสลับกับรันที่ซบอยู่กับอกแกร่งของชายหนุ่มด้วยสายตาอาฆาต “จำไว้เลยนะเซน! แล้วแก… อีเด็กนี่ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!” มิกะชี้หน้าคาดโทษก่อนจะหันหลังวิ่งกระแทกเท้าออกไปจากห้องแล้วกระแทกประตูปิดดังปังสนั่น ปัง! ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องชุดหรูอีกครั้ง แต่ทว่า… บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย หัวใจของรันเต้นโครมครามไม่ใช่เพราะความโกรธจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะ… ไออุ่นจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง และกลิ่นอายน้ำหอมบุรุษผสมกับกลิ่นสะอาดเฉพาะตัวของเซนที่ลอยวนอยู่รอบจมูก รันพยายามจะขยับตัวถอยหลัง “ปล่อยได้แล้วมั้งคุณเซนจิ ปลอดภัยแล้ว ยัยนั่นไปละ” แต่เซนกลับไม่ยอมปล่อย แขนแกร่งที่โอบเอวบางไว้กลับกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาจนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านกลุ่มผมนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนรันขนลุกชันไปทั้งตัว “ใครบอกให้เธอไปยืนขวางแล้วปะทะกับเขาแบบนั้น” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงดุๆ แต่เจือความสั่นพร่าประหลาด “ก็ฉันหมั่นไส้… อ๊ะ!” รันอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเซนพลิกร่างบางให้หันกลับมาประชิดตัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันในระยะประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง “ปากเก่งนักนะ…” เซนพึมพำเสียงพร่า ปลายเรียวลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว นัยน์ตาสีเข้มฉายแววบางอย่างที่รันไม่กล้าแม้แต่จะตีความ “ทีหลัง… ถ้ามีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของฉันอีก ต้องจัดการแบบไหน รู้ตัวไหม?” รันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ปากที่เคยต่อคำเก่งกาจกลับหนักอึ้งขึ้นมาเฉียบพลันเมื่อปลายนิ้วอุ่นของสถาปนิกหนุ่มยกขึ้นเกลี่ยไล้กรอบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา “อะ… อะไรของคุณ เลิกฉวยโอกาสนะ” รันพยายามทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก เซนไม่ตอบ เขาโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้า สายตาที่มองมานั้นร้อนแรงเสียจนรันแทบหลอมละลาย ทว่า… ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยภาษาญี่ปุ่นสำเนียงคุ้นหูจากคนที่อยู่ด้านนอกห้อง “เซนจิ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน งานออกแบบล็อตใหม่มีปัญหาใหญ่แล้วโว้ย!” รันสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกเซนจิให้ออกห่างทันที ขณะที่เซนสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียสุดขีดเมื่อความหวานที่กำลังจะได้ลิ้มลองถูกขัดจังหวะลงอย่างไม่ใยดี ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%