“จะกินหรือจะจ้อง ถ้าไม่รีบกินก็นั่งมองจานข้าวอยู่อย่างนั้นไปจนเช้าเลยไหมคะ?”
รันภัทรเคาะตะเกียบลงกับขอบชามราเมนเสียงดังเคร้ง ก่อนจะเลิกคิ้วมองคนตรงข้ามที่เอาแต่นั่งจ้องเขาเขม็งมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้อง กลิ่นซุปกระดูกหมูหอมกรุ่นที่เซนจิตั้งใจต้มจนเคี่ยวข้ามคืนแทบจะไร้ความหมาย เมื่อบรรยากาศบนโต๊ะอาหารมันมาคุจนหายใจไม่ออก
เซนจิวางตะเกียบลงช้าๆ เสียงโลหะกระทบจานเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของรัน เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่มนิ่งๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของรูมเมตตัวดีเลยแม้แต่นาทีเดียว
“เด็กฝึกงานคนนั้น... ดูจะชอบนายมากนะ”
รันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ “รุ่นน้องที่ออฟฟิศน่ะค่ะ เขาแค่เฟรนด์ลี่ตามประสาคนวัยเดียวกัน คุณเซนจะมาหงุดหงิดอะไรนักหนาคะ?”
“เฟรนด์ลี่?” เซนจิทวนคำ น้ำเสียงเย็นเยียบจนน่าขนลุก “ถึงขั้นส่งข้อความมาหาตอนสามทุ่ม ส่งรูปถ่ายโมเดลสถาปัตย์มาปรึกษา... ทั้งที่นายไม่ใช่ที่ปรึกษาโปรเจกต์ของเขาด้วยซ้ำ แบบนี้เขาเรียกว่าเฟรนด์ลี่ หรือเรียกว่า ‘อ่อย’ กันแน่?”
รันภัทรวางชามราเมนลงแรงๆ จนน้ำซุปกระเด็นโดนขอบโต๊ะ เขาจ้องกลับด้วยแววตาท้าทาย ไม่คิดจะหลบสายตาที่ราวกับจะแผดเผาคนตรงหน้าให้ไหม้เกรียม “นี่คุณไปเช็กโทรศัพท์ผมตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? เสียมารยาท!”
“ฉันแค่บังเอิญเห็นตอนนายวางมันทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์” เซนจิแค่นยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “แล้วถ้าฉันไม่เสียมารยาท นายก็คงไม่รู้ตัวสินะว่าตัวเองกำลังบริหารเสน่ห์ใส่เด็กเมื่อวานซืนนั่นอยู่”
“หยุดพูดจาดูถูกคนอื่นสักที!” รันกระแทกเสียง “เขาแค่เด็กคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาทำงาน ผมเป็นรุ่นพี่ที่ต้องดูแล ก็แค่นั้น มีเหตุผลหน่อยสิคะเซนจิ อย่าเอาความขี้หึงไร้สาระมาลงที่คนอื่น”
“ขี้หึง?” เซนจิหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความอัดอั้น เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วพื้นที่แคบๆ ในห้องครัว ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดฝั่งที่รันนั่งอยู่ มือหนายันลงบนโต๊ะข้างตัวรัน กักขังอีกฝ่ายไว้ในอาณาเขตของเขา
กลิ่นน้ำหอมไม้สนจางๆ จากตัวเซนจิประทะเข้าจมูกรันจนคนตัวเล็กต้องกลั้นหายใจ หัวใจของรันเต้นรัวเหมือนกลองชุด แต่นิสัยปากดีที่แก้ยากทำให้เขาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย
“ใช่ ขี้หึง... หรือจะปฏิเสธคะว่าที่คุณโมโหอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เพราะกลัวว่าผมจะหันไปสนใจเด็กนั่นมากกว่าคุณ?”
คำพูดนั้นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้าย เซนจิโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงโหนกแก้ม รันเห็นประกายความวูบไหวในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความต้องการที่เก็บกดไว้จนแทบระเบิด
“ปากเก่งนักนะรันภัทร” เซนจิกระซิบเสียงต่ำ พร่ามัวจนใจสั่น “ถ้าฉันหึงจริงๆ นายคิดว่าคืนนี้จะได้นอนหลับดีๆ ไหม?”
“ก็ลองดูสิคะ...” รันตอบสวนทันควัน แม้มือที่วางอยู่บนตักจะสั่นระริก “ปากคุณอาจจะจัด แต่ผมก็ไม่เคยกลัว... อื้อ!”
ยังไม่ทันขาดคำ เซนจิก็ก้มลงปิดปากคนอวดดีด้วยริมฝีปากของเขาเอง ไม่ใช่การจูบที่อ่อนหวาน แต่เป็นการทำโทษที่เร่าร้อนและหวงแหน รสชาติของความเกลียดปนรักที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสที่หนักหน่วง รันเบิกตากว้างก่อนจะเผลอจิกมือลงกับเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความวาบหวามที่ตีตื้นขึ้นมาจนควบคุมไม่ได้
เซนจิถอนจูบออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงความเปียกชื้นและแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงอารมณ์ เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่น่าจะหวานซึ้งกว่านี้ แต่เสียงปลดล็อกประตูห้องชุดที่ดังขึ้นจากทางด้านหน้ากลับดึงสติของทั้งคู่ให้หลุดกระเจิง
“เซน! อยู่หรือเปล่า? ฉันซื้อไวน์มาฝาก... เห็นบอกว่าช่วงนี้งานยุ่ง...”
เสียงใสของหญิงสาวที่ไม่คุ้นหูดังแทรกเข้ามาในห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่รันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เซนจิชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่รันรีบผลักอกอีกฝ่ายออกด้วยใบหน้าแดงก่ำ
หญิงสาวคนนั้นหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่เซนจิหันไปมองแขกผู้มาเยือนด้วยสายตาราวกับจะฆ่าคน
“คุณเข้ามาได้ยังไง คาเรน?” เซนจิถามเสียงต่ำ สายตายังคงจับจ้องไปที่รันด้วยความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความกังวล
รันภัทรนิ่งอึ้ง เขาเหลือบมองผู้หญิงที่ดูสวยสง่าตรงหน้า สลับกับชายหนุ่มผู้เป็นรูมเมตที่เพิ่งจูบเขาจนแทบสิ้นสติ ก่อนจะพบว่าความสัมพันธ์ที่เขากำลังคิดว่ามันกำลังไปได้สวย กลับมีเงาของใครบางคนโผล่เข้ามาแทรกกลางอย่างไม่ทันตั้งตัว
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของรันภัทร เขาปาดเช็ดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปหาแขกผู้มาใหม่แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ขัดกับหัวใจที่กำลังเต้นรัว “เชิญนั่งก่อนนะคะคุณคาเรน... ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะยังรับแขกไม่ได้ในตอนนี้ เพราะเราเพิ่งจะคุยเรื่อง ‘ความสัมพันธ์’ ของเราค้างไว้น่ะค่ะ”
เซนจิหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เขาหันมาสบตารันที่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับว่าบทละครในคืนนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายของสองรูมเมตนะคะ หวังว่าตอนหน้าทุกคนจะมาลุ้นไปด้วยกันค่ะ
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 11
ความหึงที่ปกปิดไม่มิด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!