ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 12

เคลียร์ใจบนระเบียงห้อง

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้ายังยืนจ้องหน้ากันแบบนี้จนถึงเช้า ฉันจะคิดว่าคุณแอบหลงเสน่ห์ฉันเข้าแล้วจริงๆ นะคะ" น้ำเสียงของรันภัทรไม่ได้ติดตลกอย่างที่ปากว่า แววตาของคนพูดพราวระยับ สะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวจากห้องนั่งเล่นที่ลอดผ่านประตูกระจกบานบานเลื่อนออกมายังระเบียงแคบๆ เซนจิสะดุ้งเล็กน้อย ราวกับถูกกระชากกลับมาจากห้วงความคิดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก สถาปนิกหนุ่มขยับกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างขัดใจ ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปมองทัศนียภาพยามดึกของมหานครโตเกียวเบื้องล่าง ปล่อยให้สายลมเย็นเยียบของฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านเส้นผมปรกหน้าผากของเขาไป "หลงเสน่ห์?" เซนจิแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเยาะหยันตามสไตล์คนปากแข็งที่ติดเป็นนิสัย "พูดอะไรเพ้อเจ้อ รันภัทร คุณเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน ถึงคิดว่าคนอย่างเซนจิจะ..." "จะอะไรคะ?" รันก้าวประชิดเข้ามาอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่ยังหลงเหลืออยู่ในลมหายใจของอีกฝ่าย "จะไม่มีวันชายตามองคนปากเก่งอย่างฉันเหรอ? งั้นทำไมเมื่อกี้... ถึงหน้าถอดสีตอนที่ฉันพูดเรื่องนั้นล่ะคะคุณสถาปนิก" เซนจิชะงัก นัยน์ตาคมกริบหันขวับกลับมาสบตากับคนตัวเล็กกว่าทันที ความนิ่งขรึมที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อเจอสายตาที่รู้ทัน รันไม่เคยยอมก้มหัวให้เขา ไม่เคยถอยให้เวลาที่เขาพยายามสร้างกำแพงกั้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เซนจิทั้งหงุดหงิด ทั้งหัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ในเวลาเดียวกัน ระเบียงห้องพักยามวิกาลเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศคอมเพรสเซอร์ด้านนอกที่ดังฮัมเบาๆ เป็นแบ็กกราウンド เซนจิกวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่กลุ่มผมนุ่มที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ไล่ลงมาที่ดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้น และหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่ชอบเถียงเขาฉอดๆ ไม่เว้นแต่ละวัน มือหนาที่เกาะราวระเบียงอยู่ค่อยๆ กำแน่นขึ้น ข้อนิ้วขาวซีดเพราะแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "คุณมัน..." เซนจิเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดทับมันมานานเกินไป "คุณมันเป็นเด็กดื้อที่น่ารำคาญที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยรู้ตัวไหม" "ปากบอกว่ารำคาญ แต่ก็ยังปล่อยให้ฉันมานั่งกินราเม็งฝีมือคุณตอนตีสองเนี่ยนะคะ?" รันสวนกลับทันควัน มุมปากหยักยกยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกribcageแล้วก็ตาม เคมีระหว่างพวกเขามันชัดเจนเสียจนแค่อากาศหายใจก็ยังร้อนผ่าว "ถ้าเกลียดกันนัก ย้ายออกไปสิคะ ห้องนี้คุณเป็นเจ้าของนี่... ทำไมไม่ไล่ฉันล่ะ" คำพูดนั้นสะกิดใจเซนจิอย่างจัง ไล่เหรอ? แค่คิดว่าวันหนึ่งห้องนี้จะไม่มีเสียงบ่น ไม่มีกลิ่นอาหารแปลกๆ ที่รันชอบทำ หรือไม่มีเงาร่างกายกวนประสาทเดินไปเดินมา หัวใจของสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบคนนี้ก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที เขาไม่ได้อยากให้รันไปไหนเลย... ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เซนจิหลุบตาลงมองพื้นไม้ระเบียงครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจขยับตัวเข้าประชิดจนรันต้องเผลอถอยหลังไปชนกับราวระเบียงด้านหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางแนบชิดกับความเย็นของเหล็กดัด แต่วินาทีนี้ความเย็นนั้นเทียบไม่ได้เลยกับไอVibeร้อนระอุที่แผ่มาจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า พื้นที่บนระเบียงแคบลงถนัดตา เซนจิยกมือข้างหนึ่งขึ้นวางท้าวกับราวระเบียงกั้นขังร่างของรันไว้ตรงกลาง กลายเป็นท่าทางกึ่งบังคับให้ต้องเงยหน้าสบตา "คิดว่าผมไม่อยากไล่เหรอ..." น้ำเสียงของเซนจิเปลี่ยนไป มันไม่ใช่โทนเสียงเย้าแหย่หรือเกรี้ยวกราดแบบทุกที แต่มันพร่าทุ้มและจริงจังจนน่ากลัว นัยน์ตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของรัน ราวกับพยายามจะค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน "ผมเกือบจะไล่คุณออกไปตั้งหลายร้อยครั้งแล้ว รันภัทร..." รันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวเซนจิทำเอาสติที่สะสมมานานเกือบหลุดลอย "ง... งั้นทำไมไม่ทำล่ะคะ" รันพยายามเค้นเสียงให้มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ก็เพราะว่า..." เซนจิกัดกรามกรอด ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมาตลอดหลายสัปดาห์กำลังจะทะลักออกมาผ่านคำพูดครึ่งๆ กลางๆ ที่เขาแทบไม่คาดคิดว่าตัวเองจะหลุดปากพูดมันออกมา "เพราะว่าทุกครั้งที่คุณทำหน้าดื้อใส่... ทุกครั้งที่คุณกวนประสาท... มัน..." เซนจิหยุดชะงัก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน สถาปนิกหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความอีโก้ที่ยึดถือมาทั้งชีวิต กับความรู้สึกข้างในที่มันล้นทะลักจนต้านไม่ไหวแล้ว "มันอะไรคะ พูดให้มันจบสิ..." รันกระซิบแผ่วเบา หัวใจบีบตัวแน่นด้วยความลุ้นระทึก เซนจิลืมตาขึ้น นัยน์ตาดำสนิทคู่นั้นฉายแววคลั่งรักแบบที่รันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต มันทั้งดุดัน อ่อนล้า และเต็มไปด้วยความยอมจำนน "มันทำให้ผม... แม่ง... ทำอะไรกับชีวิตตัวเองไม่ได้เลยสักอย่าง..." เซนจิพึมพำเสียงพร่า ริมฝีปากหยักขยับเข้าใกล้ใบหูของคนตัวเล็กกว่าจนลมหายใจอุ่นร้อนสัมผัสกับลาดไหล่ "ผมไม่ได้อยากได้รูมเมต... รัน... แต่ผม..." คำพูดที่เหลือค้างคาอยู่ริมฝีปาก เซนจิหยุดกะทันหันเมื่อสายตาคมเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนสะท้อนผ่านกระจกประตูห้องนั่งเล่นที่เปิดแง้มไว้ บรรยากาศโรแมนติกและตึงเครียดบนระเบียงถูกกระชากขาดวิ่นในพริบตา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ประตู พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ ตามด้วยเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักขึ้นอย่างไร้กาลเทศะ "อ้าวดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ สถาปนิกเขามาสวีทเคลียร์ใจอะไรกันนอกระเบียงครับเนี่ย? พอดีผมทำกุญแจสำรองห้องข้างๆ หล่นไว้ เลยว่าจะแวะมาทวงคืนหน่อย..." เซนจิหน้าตึงขึ้นทันที ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุดจนอยากจะคว้าแจกันแถวนั้นปาใส่ผู้มาเยือน รันเองก็สะดุ้งสุดตัว รีบดันอกเซนจิให้ออกห่างแล้วหันไปมองต้นเสียงที่ทำลายจังหวะสำคัญลงอย่างไม่ใยดี รันเม้มปากแน่นด้วยความเสียดายระคนหมั่นไส้ ขณะที่เซนจิกำมือแน่น เส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ ให้ตายเถอะ... ใครมันบังอาจมาขัดจังหวะเวลาสำคัญแบบนี้วะ! *** ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมพลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%