"ถ้ายังดื้อดึงไม่ยอมกินยา ผมจะโยนคุณออกจากห้องนี้ทั้งชุดนอนลายเป็ดนี่แหละ รันภัทร"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดจงใจกดให้ต่ำลง ทว่ากลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางความเงียบงัดของห้องนั่งเล่น สไตล์มินิมอลที่เวลานี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความวุ่นวายจากพิษไข้ ดวงตาคมกริบของเซนจิไหววูบจ้องมองร่างโปร่งที่กำลังห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา บนใบหน้าคมคายนั้นฉายแววความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLนิ่งขรึมตามนิสัย
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน หลังจากเหตุการณ์หัวใจเกือบวายที่เกือบจะทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับรูมเมตปากเก่งกลายเป็นศูนย์ รันภัทรก็เริ่มมีอาการตัวร้อนจัด ลมหายใจเริ่มติดขัด และริมฝีปากที่เคยต่อปากต่อคำเก่งนักกลับซีดเซียวจนน่าใจหาย จากที่คิดว่าจะปล่อยให้เข็ดหลาบกับฤทธิ์เดชของตัวเอง กลายเป็นว่าสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสะอาดและหวงพื้นที่ส่วนตัวอย่างเซนจิ ต้องมานั่งกุมขมับอยู่ข้างโซฟา พร้อมกับถุงยาสامัญประจำบ้านและกะละมังใส่น้ำอุ่นในยามวิกาลแบบนี้
"บ่นเป็นคนแก่ไปได้นะเซน... แค่ไข้หวัดนิดๆ หน่อยๆ น่า ฉันอึดจะตายไป"
เสียงแหบแห้งที่พยายามดัดให้ฟังดูปกติเอ่ยสวนกลับทันควัน แม้เจ้าตัวจะพยายามฝืนยิ้มส่งสายตากวนประสาทมาให้ แต่หยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้า กับเนื้อตัวที่สั่นเทาด้วยความหนาวสะท้าน กลับฟ้องความจริงยิ่งกว่าคำพูด
เซนจิขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Sharp line ความหงุดหงิดพุ่งพล่านในอก ไม่ใช่เพราะความวุ่นวายที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น แต่เป็นเพราะความดื้อรั้นที่ไม่รู้จักรักตัวเองต่างหาก ร่างสูงพ่นลมหายใจออกทางจมูกยาวเหยียด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นพรมตรงหน้าโซฟา มือหนาเอื้อมไปคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กจุ่มลงในน้ำอุ่น บิดพอหมาดอย่างคล่องแคล่ว แล้วขยับเข้าไปใกล้ร่างที่นอนขดอยู่บนโซฟามากขึ้นจนแทบชิด
"หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ น่ารำคาญจริง"
เซนจิเอ็ดเสียงดุ ทว่าสัมผัสตอนที่ปลายนิ้วและผ้าอุ่นๆ แตะลงบนหน้าผากมนกลับแผ่วเบาและทะนุถนอมอย่างยิ่งยวด เขาลากผ้าขนหนูผ่านแนวคิ้วลงมาตามสันจมูกโด่งรั้น ก่อนจะไล่เรื่อยมาถึงลำคอระหงที่เวลานี้ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะพิษไข้
รันภัทรสะดุ้งเล็กน้อยกับความเย็นชื้นที่ปะทะผิว แต่พอกระแสความอุ่นจากมือหนาและสัมผัสอ่อนโยนที่ไม่เข้ากับคำพูดด่าทอเมื่อครึ่งนารีก่อนซึมซับเข้ามา ดวงตากลมโตที่ปรือปรอยก็ช้อนขึ้นมองเจ้าของห้องนิ่ง ภายในอกข้างซ้ายเกิดอาการเต้นผิดจังหวะแปลกๆ
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของเซนจิผสมผสานกับกลิ่นเจลลดไข้ลอยอบอวลอยู่รอบตัว สร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดจนรันภัทรเผลอจ้องมองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายอย่างไร้การป้องกัน
"มองอะไร หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง" เซนจิถามเสียงห้วนโดยไม่ยอมหันมาสบตา แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอขาวๆ นั้นทรยศความนิ่งขรึมของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
"เปล่า... แค่คิดว่า... คนปากร้ายอย่างนาย เวลาทำตัวเป็นพยาบาลจำเป็นนี่มันก็... ตลกดีเหมือนกัน" รันภัทรหัวเราะในลำคอเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวในใจด้วยรอยยิ้มยียวนตามนิสัย
"ปากดีให้มันตลอดเถอะ รันภัทร" เซนจิหันขวับมามองค้อน ดวงตาคมเข้มดุราวนักล่า แต่มุมปากหยักกลับกระตุกขึ้นน้อยๆ อย่างไม่รู้ตัว มือหนาเปลี่ยนจากการเช็ดหน้ามาเป็นการทาบฝ่าฝืนลงบนหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิแทน "ตัวยังร้อนจี๋อยู่เลย... กินยาแล้วก็นอนซะ อย่าดื้อ"
เซนจิผละมือออกเพื่อไปหยิบซองยาพาราเซตามอลและแก้วน้ำอุ่นที่เตรียมไว้บนโต๊ะญี่ปุ่น ทว่าจังหวะนั้นเอง รันภัทรที่พยายามจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อรับยา กลับเกิดอาการหน้ามืดวูบกะทันหัน ร่างโปร่งเซถลาล้มลงไปข้างหน้าอย่างแรง
"ระวัง!"
เซนจิอุทานลั่น ทิ้งแก้วน้ำในมือลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น แล้วคว้าหมับเข้าที่เอวบางของรันภัทรไว้ได้ทันท่วงที แรงกระชากทำให้ร่างทั้งร่างของรันภัทรล้มทับลงมาบนตักแกร่งของสถาปนิกหนุ่มที่คุกเข่าอยู่บนพื้นพอดี
ตึง!
ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกกึกลงพร้อมกัน ใบหน้าของรันภัทรซบลงกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อยืดสีดำสนิท ระยะห่างระหว่างกันถูกย่นย่อจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ปลายจมูกโด่งของรันภัทรเฉียดผ่านลำคอแกร่ง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นยาอ่อนๆ ชวนให้เคลิบเคลิ้มจนสติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงอยู่แล้วยิ่งเตลิดไปกันใหญ่
เซนจิงoseหายใจติดขัด แขนแกร่งที่โอบรอบเอวบางไว้โดยอัตโนมัติเผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบก้มลงมองคนในอ้อมกอดที่เวลานี้เงยหน้าขึ้นสบตาเขาพอดี ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริก สะท้อนเงาร่างของเขาไว้ชัดเจน
"เซน..." เสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเขาแผ่วเบາ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้เซนจิรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง
"บอกให้อยู่นิ่งๆ ไง... ชอบหาเรื่องให้ผมเหนื่อยอยู่เรื่อยเลยนะคุณเนี่ย" เซนจิกระซิบชิดริมหูกลิ่นหอม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่น เจือความดุที่ไม่อาจซ่อนความห่วงใยและความปรารถนาอันลึกซึ้งเอาไว้ได้
รันภัทรเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความคิดที่จะต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังกัดกินหัวใจ เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอด และความอบอุ่นจากหัวใจของคนปากร้ายที่คอยดูแลเขามาตลอดทั้งคืน
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเคมีระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด จนแทบจะละลายความซึนของพระเอกหนุ่มให้มลายหายไป...
กริ๊งงงงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในยามวิกาลอย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับเสียงทุบประตูดังปังๆ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโงนเงนคุ้นหูที่ดังทะลุเข้ามาข้างใน
"ไอ้เซน! เปิดประตูโว้ย! กูรู้ว่ามึงยังไม่นอน! เพื่อนรักมึงมาหาพร้อมของฝากเด็ดๆ แล้วโว้ย!"
เซนจิชะงักกึก สีหน้าที่กำลังอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความมืดทะมึนทันทีในเสี้ยววินาที รันภัทรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผละออกจากตักแกร่งทันที ทว่าในจังหวะที่เซนจิหันไปมองหน้าประตูด้วยแววตาฆาตกร เสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้น... ประตูห้องถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะโดยคนที่ถือคีย์การ์ดสำรอง!
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของเซนจิด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 8
คนปากร้ายกับยาสามัญประจำบ้าน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!