ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 7

อุบัติเหตุบนพรมห้องนั่งเล่น

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณมีเจตนาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลนะคะ เซนจิ!" น้ำเสียงของรันภัทรไม่ได้สั่นระริกแม้แต่น้อย แม้ว่าเจ้าตัวจะถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบสนิทติดกับบานประตูห้องนั่งเล่นที่ปิดสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและปากร้ายด้วยประกายความท้าทายระคนระแวง ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบในบรรยากาศยามเที่ยงคืนที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้พึ่งจะชุลมุนวุ่นวายมาหมาดๆ เมื่อรันภัทรแอบย่องออกไปควานหาขวดโซดาในตู้เย็นมืดๆ แล้วดันเกือบทำแจกันเซรามิกราคาแพงลิบลิ่วของเซนจิแตกคาตา จนร่างสูงที่เพิ่งกลับจากทำงานกะดึกพุ่งเข้ามาคว้าเอวเขาไว้เพื่อป้องกันความเสียหาย... ผลลัพธ์คือความเก้ๆ กังๆ ที่ทำเอาคนตัวสูงกว่าต้องใช้แขนข้างหนึ่งยันบานประตูขนาบตัวรันภัทรเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน "บุกรุก?" เซนจิทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เอียงกระנטอนเล็กน้อยกวาดมองคนปากเก่งตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "นี่มันห้องฉัน คอนโดฉัน สัญญาเช่าก็ชื่อฉันเป็นหลัก คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของฉันตอนตีสองครึ่งแบบนี้ รันภัทร" "ก็คนมันหิวนี่คะ คุณจะให้ทำยังไง หรือจะให้ฉันเดินกลับไปนอนท้องร้องจ๊อกๆ อยู่บนฟูกจนถึงเช้า คุณถึงจะพอใจ?" รันภัทรเชิดคางขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะเพราะกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนจากตัวของคนตรงหน้ามันชวนให้สติกระเจิดกระเจิงเสียเหลือเกิน เซนจิไม่ตอบทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหงุดหงิด ทั้งหมั่นไส้ และ... ยอมรับความจริงในใจลึกๆ ไม่ได้ว่าเขากำลังใจเต้นแรงแค่ไหนกับเด็กดื้อคนนี้ "ปากเก่ง..." สถาปนิกหนุ่มพึมพำลอดไรฟัน ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนรันภัทรต้องเผลอกลั้นหายใจ "เวลาเถียงผมนี่เก่งนักนะ แต่เวลาทำของเกือบพัง ทำไมไม่เห็นเก่งเหมือนตอนพูดเลยล่ะครับ" "ก็เพราะคุณนั่นแหละโผล่มาเงียบๆ เหมือนผีสาง! ใครจะไปตั้งตัวทันกันเล่า ถอยไปเลยนะ ฉันจะไปนอน!" รันภัทรใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างของคนตรงหน้าเอาไว้ แต่มีหรือที่สถาปนิกหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่จะขยับเขยื้อน เขากลับยิ่งโน้มตัวลงมาทาบทับน้ำหนักเข้าใส่ จนระยะห่างแทบไม่เหลือช่องว่าง จังหวะนั้นเอง... ความซุ่มซ่ามที่มักจะเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่ควรเกิดก็ทำงาน ปลายพรมขนฟูราคาแพงที่ปูอยู่กลางห้องนั่งเล่นเกิดม้วนพับขึ้นมาเล็กน้อยจากแรงยื้อยุด เซนจิที่ทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้ามากกว่าปกติเสียหลักวูบ ขณะที่รันภัทรซึ่งพยายามจะเบี่ยงตัวหนีก็ดันก้าวขาผิดจังหวะ "อุ...!" เสียงอุทานหลุดออกมาได้แค่นั้น ร่างทั้งสองก็ล้มทับกันลงไปบนพรมห้องนั่งเล่นอย่างเต็มแรง เสียงทึบของมวลกายที่กระทบพื้นไม่ได้เจ็บปวดเท่ากับความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีต่อมา เซนจิคว้าขอบโซฟาไว้ไม่ทัน ร่างสูงจึงล้มทับลงมาคร่อมร่างของรันภัทรไว้เกือบทั้งตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้มือหนาข้างหนึ่งรีบยันพื้นพรมข้างศีรษะของคนใต้ร่างเอาไว้เพื่อไม่ให้ทับลงไปเต็มแรง แต่ด้วยแรงเหวี่ยงและมุมที่กระชั้นชิด ทำให้ทิศทางของใบหน้าพลาดเป้าไปเพียงนิดเดียว ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเซนจิเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มไป ก่อนจะมาหยุดค้างอยู่ตรงมุมจมูกของรันภัทรพอดี โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่รันภัทรชอบใช้ลอยเข้าจมูกของเซนจิปะปนกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้าน ดวงตากลมโตของคนใต้ร่างเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขนตางอนยาวกระพริบถี่ๆ ขณะที่ดวงตาคมเข้มของคนด้านบนมองสบลงมาด้วยความรู้สึกที่ร้อนรุ่มและลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย ไม่มีใครขยับตัว ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมา ท่ามกลางความเงียบงันของห้องชุดหรูยามวิกาล มีเพียงเสียงหัวใจของสองหนุ่มที่เต้นโครมครามจนแทบจะประสานเป็นเสียงเดียวกัน รันภัทรสัมผัสได้ถึงไออุ่นแผ่ซ่านมาจากร่างหนาที่ทาบทับอยู่ ส่วนเซนจิก็แทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะกลัวว่าภาพตรงหน้าจะสลายหายไปหากเขาขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว ปลายจมูกที่ยังคงเฉียดกันไปมาสร้างความวาบหวิวแปลกประหลาดในท้อง นัยน์ตาของเซนจิมืด  ลงเล็กน้อย เขาไล่สายมองจากริมฝีปากเม้มแน่นของคนใต้ร่างขึ้นมาสบตากับดวงตาสั่นระริกคู่นั้น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดเก็บไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมมาตลอดกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า รันภัทรเองก็สมองขาวโพลน คำพูดจาถางถางหรือความอวดดีทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ปลิวหายไปกับอากาศ ความใกล้ชิดที่เกินเส้นคำว่า "รูมเมต" ทำให้ปลายนิ้วที่จิกอยู่บนพรมปูพื้นเผลอเกร็งเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว จังหวะที่เซนจิโน้มใบหน้าลงมาอีกเพียงนิด... จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ กริ๊งงงงงงงง! เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นแหวกบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้แตกกระเจิงเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปังๆ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่ไม่เกรงใจเวลาตีสามของใครบางคน "ไอ้เซน! เปิดประตูเเว้ย! กูรู้ว่ามึงยังไม่นอน กูมีเรื่องด่วนระดับชาติจะฟ้อง!" ดวงตาของเซนจิไหววูบด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนรันภัทรถึงกับสะดุ้งเฮือก รีบใช้มือทั้งสองข้างดันอกพระเอกหนุ่มให้ออกห่างจากตัวทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขอบคุณมากๆ นะคะที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่เจ็ดด้วยกันค่ะ หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%