หยดน้ำที่กลิ้งวนอยู่บนผิวแก้วทรงเตี้ยสะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียง ความเงียบงันภายในห้องนอนขนาดกะทัดรัดไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบอย่างที่ควรเป็น ตรงกันข้าม มันกลับตึงเครียดจนเกือบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานกำลังกระดิกเคลื่อนไปข้างหน้าทีละวินาที
เซนจิขยับตัวไม่ได้
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอัมพาต แต่เป็นเพราะร่างโปร่งของรูมเมตจำเป็นอย่างรันภัทรที่กำลังนอนขดตัวซุกเข้าหาแผงอกของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย แขนเรียวข้างหนึ่งพาดทับเอวสอบไว้แน่นราวกับหมอนข้างราคาแพง ส่วนใบหน้าเนียนใสฝังอยู่ตรงซอกคอของสถาปนิกหนุ่ม ปลายจมูกรั้นคลอเคลียอยู่กับลาดไหล่กว้างทุกครั้งที่เจ้าตัวหายใจเข้าออก
ให้ตายเถอะ... นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันวะเนี่ย
เซนจิเหล่สายตาลงมองคนที่หลับสนิทโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังสร้างความปั่นป่วนระดับริกเตอร์ให้หัวใจคนถือคติ 'รักความสะอาดและโลกส่วนตัวสูง' แคไหน
เมื่อสองชั่วโมงก่อน พวกเขาเพิ่งเถียงกันเรื่องเวรล้างจาน รันภัทรยังยืนกอดอกเชิดหน้าเถียงฉอดๆ ด้วยวาจาเผ็ดร้อนสมฉายาเด็กดื้อประจำห้อง ไม่มีวี่แววของความเปราะบางแบบนี้เลยสักนิด ใครจะไปคิดว่าพอถึงยามดึกดื่น ฝันร้ายบ้าบออะไรสักอย่างจะทำให้คนปากเก่งคนนี้กลายร่างเป็นแมวขี้อ้อนที่สลัดไม่หลุดเสียอย่างนั้น
"อื้อ..."
เสียงครางอือในลำคอของคนตัวเล็กดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างบางที่ขยับเข้ามาชิดอีกนิด จนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับเขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อบริเวณไหปลาร้าทำให้เซนจิต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งค้างจนปวดร้าวไปหมด เขามือไม้แข็งทื่อ ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นผลักไส หรือแม้กระทั่งขยับเปลี่ยนท่านอน เพราะกลัวว่าจะไปปลุกให้ร่างโปร่งตื่นขึ้นมาแล้วสร้างความกระอักกระอ่วนให้กันและกันมากกว่าเดิม
กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นดอกซากุระผสมวานิลลาจางๆ ที่รันภัทรใช้เป็นประจำ กลิ่นที่เขาเผลอสูดดมเข้าไปทุกครั้งเวลาที่อีกฝ่ายเดินสวนทางกันในห้องนั่งเล่น และตอนนี้... มันกำลังวนเวียนอยู่ใกล้ชิดจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
"ดื้อชะมัด..." เซนจิพึมพำกับความมืด เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้ายามหลับใหลของคนในอ้อมกอด
แพขนตายาวงอนทาบลงบนโหนกแก้มเนียน ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องไม่สบอารมณ์แม้กระทั่งในความฝัน ภาพความดื้อรั้นตอนกลางวันซ้อนทับกับความไร้เดียงสาในยามวิกาลอย่างน่าประหลาด เซนจิถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับกับตัวเองเงียบๆ เป็นครั้งที่ร้อยของคืนนี้ว่า ต่อให้เขาปากร้ายใส่รันภัทรมากแค่ไหน หรือต่อให้เขาพยายามสร้างกำแพงความเย็นชามาขวางกั้นสักเพียงใด แต่สุดท้าย... แค่ปลายนิ้วของเด็กนี่แตะโดน เขาก็พร้อมจะพังทลายลงราบคาบราวกับปราสาททราย
มือหนาที่เคยทิ้งดิ่งแนบลำตัวค่อยๆ ขยับอย่างระมัดระวังที่สุด ราวกับกลัวว่าหากทำรุนแรงเกินไปตุ๊กตากระเบื้องเคลือบในอ้อมแขนจะแตกสลาย นิ้วเรียวยาวตัดสินใจยกขึ้น แตะปอยผมชื้นเหงื่อที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รันภัทรส่งเสียงฮึมฮำในลำคออีกครั้ง ก่อนจะเอียงแก้มถูไถกับฝ่ามือของเขาโดยสัญชาตญาณ เหมือนลูกแมวที่กำลังหาความอบอุ่น
เซนจินิ่งค้างไป สมองประมวลผลช้าลงกว่าเดิมสิบเท่าเมื่อความนุ่มนิ่มนั้นส่งตรงเข้าสู่กระแสเลือด
*ให้ตายเถอะ รันภัทร... นายกำลังฆ่าฉันทางอ้อมรึไง*
เขากัดกรามแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก ความใกล้ชิดยามดึกดื่นแบบนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่มักจะเต้นผิดจังหวะทุกครั้งเวลาที่ได้ยินเสียงเถียงคำไม่ตกฟากจากริมฝีปากคู่นั้น
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เซนจิต้องนอนเป็นหมอนข้างจำเป็นให้เด็กดื้อ จนกระทั่งเปลือกตาเริ่มหนักอึ้งจากความเหนื่อยล้าของการทำงานหนักมาทั้งวัน เขายอมแพ้ให้กับความง่วง ปล่อยให้ตัวเองผ่อนคลายกล้ามเนื้อลงบ้าง และกำลังจะเคลิ้มหลับตามอีกฝ่ายไป
กึก...
เสียงโลหะกระทบกันเบามากๆ ดังมาจากหน้าห้องนอน เสียงที่คุ้นเคยจนน่าตกใจ
เซนจิเบิกตากว้างขึ้นทันที ความง่วงงุนทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงลม ไม่ใช่เสียงท่อประปา และไม่ใช่เสียงแมวข้างห้อง แต่มันคือเสียง... *ไขกุญแจ*
ในห้องที่มีแค่เขากับรันภัทร สติสัมปชัญญะของสถาปนิกหนุ่มพุ่งกลับมาเต็มร้อยในเสี้ยววินาที รันภัทรยังคงหลับลึกและซุกตัวอยู่กับอกเขาตามเดิม แต่ประตูห้องชุดด้านนอก... กำลังถูกหมุนลูกบิดเปิดออกอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
หัวใจที่เคยเต้นรัวเพราะความใกล้ชิดเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะเป็นความระแวงและเย็นเยียบในทันที ใครกันที่ยังมีกุญแจห้องนี้สำรองอยู่นอกจากเขา?
แอด...
เสียงบานพับประตูส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ ตามด้วยฝีเท้าแผ่วเบายวบยาบที่ย่างกรายเข้ามาในความมืด พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่โชยเข้ามาเตะจมูกเซนจิ... กลิ่นที่เขาไม่ได้กลิ่นมานานนับปี
รันภัทรขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศรอบตัว มือเรียวที่กอดเอวเซนจิอยู่เผลอออกแรงกำเสื้อของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เซนจิกลั้นหายใจ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดสลัวตรงประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้
"เซนจิคะ..." เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับร่างระหงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียงนอน "พี่ยังไม่นอนใช่ไหมคะ... รินกลับมาแล้วนะ"
ดวงตาของเซนจิเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกยุ่งเหยิงพุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลที่ไม่คาดฝันในยามวิกาลแบบนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผูกพันของพวกเขานะคะ
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 6
กลิ่นอายความใกล้ชิดยามดึก
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!