"ถ้ายังทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองค้างตึงแบบนั้น รันเกรงว่าหน้าสวยๆ ของคุณเมย์อาจจะขึ้นรอยตีนกาเอาได้นะคะ"
เสียงหวานใสที่เจือแววเย้าแหย่หลุดออกจากริมฝีปากของรันภัทรทันทีที่ร่างโปร่งผละถอยหลังออกมาจากรัศมีอ้อมแขนของเซนจิได้อย่างเฉียดฉิว ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยประกายความซุกซน แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามผิดจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อกือบ3วินาทีก่อนหน้านี้ แต่คนปากเก่งอย่างรันไม่มีวันยอมเสียฟอร์มให้ใครเห็นความตื่นตระหนกเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ต่อหน้าเมย์ ลูกค้าสาวไฮโซเจ้าของโปรเจกต์รีโนเวทคาเฟ่เรือนกระจกที่กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงหน้าประตูกระจกบานเลื่อน
เมย์กลืนน้ำลายลงคออื้ออึง ดวงตาคู่คมกวาดมองสลับระหว่างสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเย็นชา กับฟรีแลนซ์ปากกล้าที่ยืนลูบท้ายทอยแก้เก้ออยู่ข้างเคียง บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่ในยามที่เธอเปิดประตูเข้ามาเมื่อครู่ มันให้ความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับเธอกำลังเดินไปขัดขวางฉากสำคัญในซีรีส์โรแมนติกที่ฉายค้างไว้ยังไงยังงั้น แม้ว่าภายนอกทั้งสองคนจะพยายามตีสีหน้าเรียบเฉยใส่กันได้แนบเนียนแค่ไหนก็ตาม
"เอ่อ... พี่เซนคะ พอดีเมย์ลืมกระเป๋าเอกสารดีไซน์ตัวอย่างวัสดุไว้บนโต๊ะทำงานตัวยาวค่ะ... หรือว่ารบกวนเวลาส่วนตัวของพวกพี่สองคนอยู่หรือเปล่าเอ่ย?" เมย์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ พยายามเก็บซ่อนความอยากรู้อยากเห็นไว้ภายใต้ท่าทีเกรงใจ
"ไม่รบกวนครับ"
เซนจิสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่รันที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อมกลับแอบเห็นสันกรามคมคายนั้นขบเข้าหากันแน่นเล็กน้อย ชายหนุ่มปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อเชิ้ตสีเข้มของตัวเองก่อนจะเดินเลี่ยงไปหยิบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวยื่นให้แขกผู้มาเยือนด้วยท่าทางเป็นทางการ "เชิญครับ งานเอกสารชุดนั้นผมตรวจทานรายละเอียดรอบสุดท้ายให้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เอาไปเสนอหน้างานได้เลย"
"ขอบคุณมากนะคะพี่เซน... งั้นเมย์ไม่รบกวนแล้วค่ะ เห็นทีคืนนี้คงต้องรีบกลับไปนอนฝันดีซะแล้วล่ะมั้งคะเนี่ย" เมย์รับกระเป๋ามาถือไว้พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาระหว่างรันกับเซนจิอีกรอบ ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินคล้อยหลังออกจากห้องไปอย่างรู้กาลเทศะ
เสียงประตูกระจกเลื่อนปิดลงพร้อมกับแรงลมแผ่วเบาที่พัดพาความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องชุดสไตล์มินิมอลอีกครั้ง
รันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่ลู่ลงเล็กน้อยอย่างโล่งอก ร่างโปร่งทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นพรมหน้าโซฟาตัวนุ่ม หยิบกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาเปิดดื่มแก้กระหายเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ยังหลงเหลืออยู่บนพวงแก้ม แต่ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันขึ้นอย่างประหลาดเมื่อเงาสูงใหญ่ของใครบางคนทาบทับลงมาบังแสงไฟจากโคมไฟเพดาน
"สนุกมากไหม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาทำให้รันต้องเงยหน้าขึ้นมอง เซนจิกำลังยืนกอดอกจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่สวยฉายแววคุกรุ่นบางเบา ราวกับเสือดาวหนุ่มที่กำลังหงุดหงิดเวลาถูกคนอื่นเข้ามาป่วนอาณาเขต
"อะไรของคุณล่ะครับคุณเซนจิ หน้าตาบึ้งตึงเป็นตูดหม้อหุงข้าวแบบนั้น รันไปทำอะไรให้คุณขัดหูขัดตาอีกแล้วล่ะคะเนี่ย" รันลอยหน้าลอยตาตอบ พยายามกวนประสาทกลับเพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นส่ำ "หรือว่า... เสียดายที่เมื่อกี้ไม่ได้ต่อบทฉากโรแมนติกกับคุณเมย์ต่อหน้าผู้ชมล่ะคะ?"
คำพูดประชดประชันที่ตั้งใจจะกวนโมโหกลับได้ผลเกินคาด เซนจิแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนรันผงะหงายหลังไปชนกับพนักโซฟาโดยไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาวางทับลงบนพนักพิงเหนือศีรษะของคนตัวเล็ก กักขังอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยละล่องเข้ามาแตะจมูกจนรันเผลอกลั้นหายใจ
"ปากเก่งนักนะ" เซนก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ "เมื่อกี้เกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องนี้... ถ้ารู้ว่าเธอจะปากดีไม่หยุดแบบนี้ ฉันน่าจะปล่อยให้คุณเมย์ยืนดูให้จบคัทไปเลยดีไหมล่ะ รันภัทร"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อถูกรุกประชิดตัวในระยะประชิด ความร้อนจากร่างกายของสถาปนิกหนุ่มแผ่ซ่านทะลุกระจายผ่านเนื้อผ้าจนผิวเนื้อแทบไหม้ รันพยายามดันอกแกร่งออกห่างแต่กลลับกลายเป็นว่ามือเล็กๆ นั้นแนบสนิทอยู่กับแผงอกอุ่นที่มีจังหวะหัวใจเต้นแรงไม่แพ้กัน
"ถอยไปเลยนะคุณเซนจิ! พูดจาพล่อยๆ แบบนี้เดี๋ยวรันก็ฟ้องกรมแรงงานข้อหาคุกคามพนักงานฟรีแลนซ์ซะหรอก!" รันเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ใบหูและพวงแก้มจะแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอจนไม่อาจซ่อนเร้นสายตาคมกริบของคนตรงหน้าได้เลยก็ตาม
"พนักงานฟรีแลนซ์ที่ไหนเขานั่งดูซีรีส์ซบไหล่เจ้าของห้องจนคนอื่นเขาเข้าใจผิดกันหมดแล้วล่ะครับ" เซนจิยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่นานๆ ทีจะได้เห็นทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว... ข้อตกลงเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่ห้องที่เราตกลงกันไว้เมื่อวันก่อน ดูท่าทางมันคงใช้ไม่ได้ผลแล้วล่ะมั้ง"
รันใจหายวาบเมื่อปลายนิ้วเรียวอุ่นของเซนจิเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกปากร้ายโดยสิ้นเชิงนี้ทำเอาสติปัญญาที่เคยเฉียบคมของฟรีแลนซ์หนุ่มพังทลายลงในพริบตา ความใกล้ชิดที่ลดระยะห่างลงทีละนิด ทำให้ข้อตกลงและกำแพงความสัมพันธ์ที่เคยตั้งไว้เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"คุณ... จะทำอะไร..." รันเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
เซนจิโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนแผ่วเบาจนรันสะท้านเฮือก ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนกลีบปากบางที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นอย่างใช้ความคิด
"ไม่ได้จะทำอะไร... แค่อยากจะทวงถามสิทธิ์ของรูมเมต ที่บางคนแถวนี้ชอบทำตัวดื้อรั้นจนน่าลงโทษก็เท่านั้นเองครับ..."
เสียงกระซิบแผ่วพร่าสิ้นสุดลงพร้อมกับจังหวะที่เซนจิขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน และในเสี้ยววินาทีที่รันกำลังจะหลับตาลงรับสัมผัสที่คาดไม่ถึงนั้นเอง...
กริ๊งงงงงง!
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลจนกระเจิงหายไปในอากาศ เซนจิชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดฉับพลันในขณะที่รันรีบใช้จังหวะนี้ผลكอกแกร่งออกสุดแรงแล้วกระโดดผลุนผลาญลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว
"ใครมาวะเวลานี้เนี่ย..." เซนจิสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย เดินดุ่มๆ ไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็คภาพผู้มาเยือนด้วยใบหน้าบึ้งตึง
รันยืนหอบหายใจอยู่ข้างโซฟา ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว พลางมองแผ่นหลังกว้างของรูมเมตหนุ่มที่กดรับอินเตอร์คอมด้วยความอยากรู้ว่าใครกันที่เป็นคนมาขัดจังหวะสำคัญในคืนนี้เป็นรอบที่สอง
แต่ทว่า... ทันทีที่เซนจินิ้วกดปลดล็อกประตูหน้าห้องพร้อมกับเอ่ยทักทายบุคคลปริศนาผ่านลำโพง ร่างสูงก็ชะงักกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนแปลกใจอย่างปิดไม่มิด สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มเคร่งเครียดลงในทันทีราวกับเจอเรื่องไม่คาดฝัน
รันขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย "ใครมาดึกดื่นป่านนี้คะคุณเซนจิ หรือว่าคุณเมย์ลืมอะไรอีก?"
เซนจิหันกลับมามองรันด้วยสายตาที่ซับซ้อนจนอ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ยืนรออยู่หน้าประตูออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของรันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ไม่ใช่เมย์..." เซนจิเว้นจังหวะหายใจครู่หนึ่ง "แม่เธอกำลังยืนอยู่หน้าห้องเรา... รัน"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์พูดคุยเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ รักนะคะ!
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 5
ข้อตกลงที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!