ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 28

บททดสอบสุดท้ายของคนเคยซึน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณเซนจิกล้าลืมเอกสารชุดนี้ไว้ที่โต๊ะทำงานอีกรอบ รันคนนี้จะเอาปากกาเมจิกสีสะท้อนแสงเขียนแปะหน้าผากคุณตอนหลับแน่ค่ะ" น้ำเสียงใสแจ๋วที่ลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูไม่ได้ช่วยลดทอนความน่าหมั่นไส้ลงเลยแม้แต่น้อย ปลายสายคือเซนจิกำลังยืนนวดขมับอยู่หน้าล็อบบี้โรงแรมหรูในย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศผสมผสานกับความวุ่นวายของการเดินทางข้ามประเทศไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเท่ากับเสียงบ่นเจื้อ이แจ้วของรูมเมตตัวแสบที่อยู่ห่างกันคนละซีกโลกเลยสักนิด "มันเป็นเอกสารสำคัญ ฉันไม่ได้ลืม แต่จงใจหยิบมาทบทวนระหว่างทางต่างหาก รันภัทร... นี่คุณว่างมากเหรอ ถึงได้โทรมาจิกฉันทุกสามนาทีแบบนี้ งานฟรีแลนซ์ไม่มีทำหรือไง" เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามสไตล์คนฟอร์มจัด แต่ปลายนิ้วกลับหมุนปากกาในมือเล่นอย่างกระวนกระวาย—อาการที่เจ้าตัวไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่ามันคือความคิดถึง "งานมีค่ะ แต่คนมันคิดถึง... เอ้ย! เป็นห่วงรูมเมตกลัวจะหลงทางต่างหากค่ะ" รันที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนโซฟาตัวโปรดในห้องนั่งเล่นหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ลับหลังทำเป็นปากเก่งบอกว่าชิล ปล่อยให้เซนไปทำงานสามวันเหมือนได้พักร้อน แต่ความจริงคือตาก작หน้าจอคอมพิวเตอร์ข้างหนึ่ง อีกข้างเปิดหน้าจอวิดีโอคอลทิ้งไว้จนแบตแทบหมด ตั้งแต่เหตุการณ์อดีตที่หวนกลับมาเคาะประตูห้องในคืนก่อน เซนก็ต้องบินด่วนมาญี่ปุ่นทันที ความตึงเครียดในตอนนั้นคลี่คลายลงได้ด้วยอ้อมกอดแน่นๆ และคำพูดกวนๆ ตามสไตล์รันที่บอกว่า *'อดีตช่างมัน ปัจจุบันคุณเป็นรูมเมตของผม ห้ามไปไหนทั้งนั้น'* แม้ปากจะบอกแบบนั้น แต่ความกังวลลึกๆ ในใจของเซนก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ การเดินทางครั้งนี้จึงเหมือนการไปสะสางเรื่องราวที่ค้างคาใจ เพื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่แบบไม่มีอะไรติดค้างในฐานะคนสำคัญของกันและกันจริงๆ "เลิกกวนประสาทแล้วเอาหน้าออกจากจอทีซิ หน้าคุณจะเต็มจออยู่แล้ว" เซนเอ็ดเบาๆ แต่สายตากลับทอดมองภาพเด็กหนุ่มผมยุ่งเหยิงที่กำลังทำแก้วป่องใส่เขาผ่านหน้าจอ "ไม่เอา หน้าจอโทรศัพท์มันแคบ อยากเจอตัวจริงต้องทำยังไงล่ะคะ คุณเซนจิผู้แสนเย็นชา" รันลุกขึ้นนั่งชันเข่า แววตาพราวระยับซ่อนความรู้สึกโหยหาไว้ภายใต้รอยยิ้มทะเล้น "พูดจริงนะ... ห้องนี้มันเงียบเกินไปเวลาไม่มีคุณ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ไม่อร่อยเท่าที่คุณบังคับให้กินสลัดผักด้วย" เซนชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้น ผู้ชายสายซึนอย่างเขาไม่เคยเก่งเรื่องการหวานเลี่ยน แต่พอกลับมาเจอพลังงานบวกและความดื้อรั้นของรันเข้าหน่อย กำแพงที่สร้างไว้ก็พังทลายไม่เป็นท่า "กลับไปฉันจะเคี่ยวคุณเรื่องการกินให้หนักกว่าเดิมแน่ รันภัทร" เซนพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "ตอนนี้ฉันต้องเข้าประชุมแล้ว เลิกวุ่นวายได้แล้ว" "ค่า... ท่านประธานสถาปนิก ตั้งใจทำงานนะคะ อย่าไปแอบมองสาวญี่ปุ่นที่ไหนล่ะ ไม่งั้นรูปหลุดตอนคุณนอนกรนว่อนเน็ตแน่!" "ผมไม่ได้นอนกร... เฮ้ รัน!" สายถูกตัดไปแล้วพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของคนปลายสาย เซนมองหน้าจอที่ดับไปพลางส่ายหัวเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว—ให้ตายสิ เด็กนี่มันร้ายกาจขึ้นทุกวันจริงๆ ตัดภาพมาที่กรุงเทพมหานคร รันโยนโทรศัพท์มือถือลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดีเมื่อตัดสายเสร็จ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดเมื่อมองไปรอบห้องพักที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำอันน่าอึดอัด ก่อนที่มันจะกลายเป็น "บ้าน" อย่างแท้จริงในทุกวันนี้ กลิ่นอายความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเซนยังคงอบอวลอยู่ทุกมุมห้อง กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศอ่อนๆ โทนไม้สนทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก สามวันที่ไม่มีเซน มันเงียบเหงาเกินไปจริงๆ สินะ... รันถอนหายใจยาว เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำอัดลมขึ้นมาดื่มแก้เซ็ง ตั้งใจว่าจะเคลียร์งานออกแบบที่ค้างอยู่ให้เสร็จก่อนที่รูมเมตตัวดีจะบินกลับมาในวันพรุ่งนี้ แต่ทว่า... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก้องกังวานในความเงียบ รันขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วเวลานี้จะไม่ค่อยมีใครมาหา ยิ่งเป็นพัสดุหรือไปรษณีย์ก็ไม่น่าจะมาส่งดึกป่านนี้ ร่างโปร่งวางกระป๋องน้ำในมือลง เดินตรงไปที่ประตูด้วยความระแวงนิดหน่อย มือเรียวเอื้อมไปบิดลูกบิดแล้วดึงเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเตรียมอ้าปากทวงถาม "สั่งอะไรดึกดื..." คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อนัยน์ตาคู่สวยสบเข้ากับร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยในชุดสูทสีเข้มยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทาง ไหล่กว้างที่แบกรับความกดดันมาตลอดหลายวันกำลังหอบหายใจเบาๆ เส้นผมสีเข้มปรกหน้าผากชื้นเหงื่อเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้รันแทบหยุดหายใจคือแววตาคู่คมที่มองตรงมาที่เขา—แววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความอ่อนล้า และความรู้สึกบางอย่างที่ล้นปรี่จนทะลักออกมา เซนจิยืนอยู่ตรงนั้น... ตรงหน้าประตูห้อง โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะทิ้งตั๋วเครื่องบินรอบวันพรุ่งนี้ แล้วบินกลับมาก่อนกำหนดถึง 24 ชั่วโมงเต็ม "คุณ... เซน?" รันกระซิบเสียงแผ่ว หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "ทำไมคุณถึง..." เซนไม่ตอบคำถาม ร่างสูงก้าวประชิดตัวเข้ามาอย่างไร้เสียง มือหนายกขึ้นรวบเอวบางของรูมเมตตัวแสบเข้าหาตัวอย่างแรงจนรันเซถลาปะทะกับแผงอกกว้าง ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักปิดลงด้วยเท้าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงล็อกกลอนดัง *คลิก* ทึบๆ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน "คิดถึง..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบอยู่ข้างใบหูของรัน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ "คุณสั่งให้ฉันกลับมาเคลียร์... ฉันก็เลยรีบเคลียร์ทุกอย่างให้จบเร็วที่สุด เพื่อจะมาฟังคำตอบที่คุณติดค้างไว้ก่อนฉันไป" รันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกทางปาก สมองขาวโพลนคิดคำพูดกวนๆ ไม่ออกแม้แต่คำเดียวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุมของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนซึนคนนี้ "ผม... ผมยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะ ว่าจะให้คำตอบอะไร" รันพยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ แต่ปลายคางกลับถูกปลายนิ้วแข็งแรงเชยขึ้นบังคับให้สบตา ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความสลัวของแสงไฟในห้องนั่งเล่น ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนผสมผสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ "แต่แววตาของคุณเมื่อกี้... บอกฉันหมดแล้ว รันภัทร" เซนกระซบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "เลิกปากแข็ง แล้วตอบคำถามฉันสักที... ว่าห้องนี้ จะมีคุณเป็นรูมเมตไปตลอดชีวิตเลยได้ไหม" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่เซนและยัยรันมาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%