ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 29

การกลับมาของหมาโบ้คลั่งรัก

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทกลุ่มดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งติด เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือนเบาๆ รันภัทรละสายตาจากแบบร่างสามมิติของโครงการรีโนเวตคาเฟ่แถuย่านคุรามาเอะ ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอาปนเอ็นดู เมื่อเห็นข้อความรูปภาพจาก "หมอคิม" เพื่อนสนิทตัวดีที่ส่งภาพแคปหน้าจอสตอรี่อินสตาแกรม พร้อมข้อความประกอบแบบตัวพิมพ์ใหญ่ *‘กรี๊ดดด! รัน รูมเมตแกบินกลับมาก่อนกำหนดสามวันไม่ใช่เหรอวะ ทำไมตอนนี้มาโผล่ที่ออฟฟิศแกได้แถมยังมีสภาพเหมือนหมาตกน้ำบ่อปลาขนาดนั้นอ่ะ!’* ตามด้วยข้อความของ “พี่พลอย” บก.นิตยสารแต่งบ้านชื่อดังที่บังเอิญไปประชุมงานตึกเดียวกัน *‘ตายแล้วคุณรันคะ คุณเซนเดินถือกล่องโดนัทคาราเมลสตรอว์เบอร์รี่ร้านดังหน้าสถานีรถไฟมาเคาะประตูห้องกระจกออฟฟิศคุณ สีหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนมาสองวันแต่สายตาคลั่งรักทะลุแมสก์มาก น้องที่แผนกเกือบเป็นลม’* รันภัทรยังไม่ทันได้พิมพ์ตอบอะไร ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าบานเลื่อนก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักเบาๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมกับความชื้นจากละอองฝนข้างนอกโชยเข้ามาแตะจมูก ร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มเจ้าของห้องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและรักความสะอาด ปรากฏตัวขึ้นในสภาพที่แทบดูไม่ได้ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ เนกไทถูกดึงหลวมจนแทบหลุดจากคอ ผมเผ้าที่เคยเซ็ตมาอย่างดีลู่ฝนเล็กน้อยจนปรกหน้าผาก ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับสว่างวาบราวกับเจอโอเอซิสกลางทะเลทราย “คุณ...” รันภัทรอ้าปากจะเอ่ยทักท้วงด้วยความตกใจ แต่เสียงนั้นก็กลืนหายไปในลำคอ เซนจิไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน รวบตัวคนตัวเล็กกว่าที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนให้ลุกขึ้นยืนประชิด ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับซอกคอของรันภัทรอย่างไร้ฟอร์ม ทิ้งน้ำหนักตัวพิงซบลงมาดื้อๆ จนรันภัทรต้องยกมือขึ้นประคองไหล่กว้างตามสัญชาตญาณ “เฮ้ย... เซน! นี่มันกลางออฟฟิศนะ คนอื่นเห็นหมดแล้ว!” รันภัทรเอ็ดเสียงเบา พยายามดันไหล่หนาออก แต่แรงกดที่ซบลงมากลับยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น “ช่างหัวคนอื่นสิครับ...” เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบชิดลาดไหล่ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนรันภัทรต้องหดคอหนี “ผมบินไฟลต์ดึก เปลี่ยนตั๋วทันทีที่เคลียร์หน้างานเสร็จ... กะว่าจะกลับมาเซอร์ไพรส์ แต่พอเปิดประตูห้องไปแล้วไม่เจอคุณ... ใจมันโหวงเหวงจนทนไม่ไหว” รันภัทรชะงัก หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดทั้งวันเริ่มรัวกระหน่ำจนควบคุมไม่ได้ ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่โอบเอวเขาไว้แน่นทำให้ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องกลายเป็นเรื่องไร้ความหมาย “ไหนบอกว่าจะกลับมะรืนนี้ไง...” เสียงของรันภัทรอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกได้กลิ่นหอมหวานของโดนัทที่เซนจิยังคงถือติดมือข้างหนึ่งไว้ด้วยซ้ำ “แล้วทำไมสภาพถึงดูทุรักทุระขนาดนี้ ไปโดนหมาที่ไหนไล่กัดมาหรือไงคุณสถาปนิก” เซนจิเงยหน้าขึ้นจากซอกคอของคนรัก ดวงตาคมกริบมองสบตาเขานิ่ง แววตาที่ปกติมักจะเรียบนิ่งและดุดัน บัดนี้กลับฉายประกายความโหยหาและดื้อรั้นอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอารันภัทรแทบสำลักอากาศ “โดนหมาที่ไหนไม่รู้... ปากแข็งใส่ผมตั้งแต่คืนก่อนบินไปซัปโป로 จนผมกินไม่ได้นอนไม่หลับ ฝันเห็นแต่หน้าคุณเวลาเถียงผม... รันภัทร คุณต้องรับผิดชอบ” “ผมไปเกี่ยวอะไรด้วยเล่า!” รันภัทรเถียงกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดโดยไม่ต้องพึ่งบลัชออน “คุณจัดการงานของคุณไม่ดีเองแท้ๆ มาพาลอะไรแถวนี้ ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวพี่พลอยก็เดินมาทวงต้นฉบับคอลัมน์หรอก” “ไม่ปล่อยครับ” เซนจิกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ “ไฟล์งานคอลัมน์ของคุณ ผมส่งบก.ให้ตั้งแต่เมื่อคืนตอนตีสองแล้ว... ส่วนเรื่องอื่น ผมเคลียร์หมดแล้ว เหลือแค่เรื่องของเราที่ยังค้างคา” “เรื่องอะไรอีกเล่า...” รันภัทรหลบสายตาคู่นั้นไม่ได้ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ก็เรื่องคำถามเมื่อคืนก่อนไงครับ...” เสียงกระซิบพร่าเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ใกล้ริมฝีปาก “ที่คุณยังไม่ได้ให้คำตอบผม... รันภัทร หันมามองตากันดีๆ แล้วบอกผมหน่อยสิครับ ว่าห้องของเรา... จะมีคุณเป็นรูมเมตไปตลอดชีวิตจริงๆ ใช่ไหม” บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงฝนปรอยๆ ด้านนอกหน้าต่างกระจกดูเหมือนจะเบาลง เปิดทางให้เสียงหัวใจของคนทั้งคู่ดังชัดเจนยิ่งขึ้น รันภัทรเม้มปากแน่น ความพยศและฟอร์มที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าภายใต้สายตาเว้าวอนที่หาดูได้ยากยิ่งจากผู้ชายคนนี้ ทว่า ก่อนที่รันภัทรจะได้อ้าปากเอ่ยคำตอบที่อีกฝ่ายรอคอย เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สחผสานกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กฝึกงานหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะ “พ...พี่รันคะ คือว่า... มีพัสดุด่วนมาส่งค่ะ เป็นกล่องใหญ่มาก... เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะหรือเปล่าคะเนี่ย!” รันภัทรสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกเซนจิให้ออกห่างทันที ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย ขณะที่สถาปนิกหนุ่มเจ้าของฉายาหมาโบ้คลั่งรักกลับทำเพียงแค่ถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ ส่งสายตาคมกริบมองลอดกระจกไปดุเด็กฝึกงานเบาๆ จนอีกฝ่ายรีบวิ่งหนีหายไปจากหน้าห้อง “เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งบุ่มB1amเข้ามา!” รันภัทรหันมาค้อนใส่คนตัวสูงที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ช่างเด็กนั่นเธอดสิครับ...” เซนจิโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนริมฝีปาก “ว่าไงล่ะครับ... คำตอบของผม ว่ายังไงหึ?” รันภัทรชะงักไปเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเซนจิเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของตัวเขาเองไว้อย่างชัดเจน ไม่มีร่องรอยของความเล่นสนุก มีเพียงความจริงจังและมั่นคงที่แผ่ซ่านออกมาจากหัวใจ ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของรันภัทรขยับเตรียมจะเอ่ยคำว่า ‘ตกลง’ ออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเซนจิก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นขัดจังหวะอีกครั้งอย่างไม่รู้กาลเทศะ เซนจิขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิด ควักโทรศัพท์ออกมาด้วยมือข้างเดียวโดยไม่ยอมปล่อยเอวรันภัทร แต่พอปรายตาดูชื่อบนหน้าจอ สีหน้าเรียบนิ่งที่เคยผ่อนคลายก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในทันที “มีอะไรครับพ่อ...?” เซนจิกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น รันภัทรสังเกตเห็นประกายไหววับในแววตาของคนรักผ่านทางสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ปลายสายเอ่ยอะไรบางอย่างด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนรันภัทรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังได้ยินเสียงลอดออกมาเบาๆ *‘เซนจิ รีบกลับมาที่บ้านใหญ่ด่วน... เรื่องโปรเจกต์ที่เกียวโตเกิดปัญหาใหญ่ มีคนจงใจปล่อยข่าววงในเล่นงานบริษัทเราแล้ว!’* เซนจิชะงัก รันภัทรเห็นสันกรามของอีกฝ่ายขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความคลั่งรัก บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและดุดันราวนักล่าที่ถูกลูบคม --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายกับความคลั่งรักของยัยตัวแสบกับคุณสถาปนิกมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ ✨
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%