ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 2

กลิ่นกาแฟกับสงครามประสาท

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นเนยสดจากขนมปังปิ้งลอยอวลไปทั่วทั้งเคาน์เตอร์ครัวสไตล์มินิมอล แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศเช้านี้ดูละมุนละไมขึ้นเลยแม้แต่น้อย เมื่อเจ้าของห้องอย่างเซนจิยืนกอดอกพิงขอบตู้เย็น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ขณะดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวด้วยสายตาพิฆาต “บอกผมอีกทีสิครับ... ว่าทำไมแก้วกาแฟโปรดของผม ถึงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในอ่างล้างจานสภาพนั้น” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างชัดเจนดังขึ้น ทำเอารันภัทรที่กำลังเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ ชะงักมือที่กำลังจะหยิบเนย ร่างโปร่งหันกลับมามองค้อนควับ ดวงตากลมโตฉายแววพยศทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “ก็มันรกหูรกตาคุณชายเซนจิเขาน่ะสิคะ! วางเกะกะขวางทางเดินทำอาหาร ฉันแค่หวังดีช่วยเคลียร์ให้... หรือคุณกลัวว่าแก้วราคาแพงใบนั้นจะสะเทือนใจถ้าโดนฟองน้ำถูกันแน่คะ” รันภัทรย้อนเสียงใส ปากเรียวสีพีชเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ร่างบางก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่ยอมถอยหลังให้แม้แต่เซนเดียว “หวังดี?” เซนจิแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อต้องก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพื้นที่ ทั้งที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาได้ไม่ถึงสิบสองชั่วโมง “แก้วใบนั้นเป็นรุ่น Limited Edition ที่เพื่อนผมหิ้วมาจากมิลาน และกฎข้อแรกของห้องนี้คือ ห้ามใครก็ตามแตะต้องของใช้ส่วนตัวของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะ... รูมเมตปากดีอย่างคุณ” “โอ๊ะ! กฎข้อแรกเหรอคะ? ขอโทษทีนะคะ พอดีฉลากกฎเหล็กของคุณมันตัวเล็กเกินไปจนฉันมองไม่เห็น” รันภัทรลอยหน้าลอยตาตอบ พลางยื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟที่ตัวเองเพิ่งล้างคว่ำไว้ขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่สะทกสะท้าน “อีกอย่างนะคุณสถาปนิก พื้นที่ครัวตรงนี้มันเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ครึ่งหนึ่งคือสิทธิ์ของฉัน จะวางจะเก็บบpนเคาน์เตอร์ตรงไหน มันก็เรื่องของฉันค่ะ!” “รันภัทร!” เซนจือกัดฟันกรอด สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ความอดทนที่สั่งสมมาตั้งแต่เมื่อคืนกำลังจะระเบิดเป็นจุล ร่างสูงขยับตัวก้าวเข้าไปประชิดหมายจะแย่งแก้วใบโปรดคืนจากมือซนๆ นั่น แต่ด้วยความที่ระยะห่างระหว่างกันมันสั้นเกินไป ทำให้ร่างโปร่งที่ถอยหลังหนีสะดุดเข้ากับขอบพรมปูพื้นจนเซถลา “อุ๊ย!” รันภัทรหลุดอุทานออกมาพร้อมกับหลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ แต่ทว่า... ความเจ็บปวดกลับไม่เกิดขึ้น แขนแกร่งของคนตัวสูงกว่าไวกว่าความคิด คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันในเสี้ยววินาที แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งร่างเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยเข้าแตะจมูกทันทีที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง... จังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามดังสะท้อนก้องจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร เซนจิก้มมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ริมฝีปากสีพีชเผยอขึ้นน้อยๆ อย่างลืมตัว ปลายนิ้วเรียวที่ยังคงกำแก้วกาแฟไว้แน่นเผลอ1990เกร็งจนจิกเข้ากับเสื้อเชิร์ตสีขาวของร่างสูง ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มฉายแววซับซ้อนบางอย่าง ประกายไอร้อนระอุขึ้นในหน่วยตาคู่นั้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ร่างสูงโน้มใบหน้าต่ำลงไปโดยสัญชาตญาณ ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะสัมผัสกับแก้มใสของคนตรงหน้าอยู่รอมร่อ “ปล่อยนะ…” รันภัทรกระซิบเสียงแผ่วเบa ความมั่นใจที่เคยมีเมื่อครู่หลบหนีไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อรับรู้ได้ถึงไอIอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของคนตัวโตกว่าที่โอบกอดอยู่ “บอกให้ปล่อยไง คุณเซนจิ…” “ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ...” เซนจิกระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียน ความนิ่งขรึมที่เคยมีพังทลายลงราบคาบ เหลือเพียงความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีปากร้าย ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้เหตุผล เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้น... *“ติ๊งน่อง!”* ตามด้วยเสียงไขรหัสปลดล็อกประตูที่ดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ เซนจิสะดุ้งสุดตัว รีบดึงสติแล้วปล่อยมือออกจากเอวบางทันที ส่วนรันภัทรก็กระโดดถอยหลังกรูดหน้าแดงแจ๋ด้วยความตื่นตระหนก ทั้งคู่หันไปมองทางประตูหน้าห้องพร้อมกันด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นส่ำ ประตูกระจกบานใหญ่เปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบ ใบหน้าคมคายส่งยิ้มร่าเริงเข้ามาพร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือ “เซน! พอดีเลย ฉันซื้อครัวซองต์ร้านโปรดมาฝาก... เฮ้ย!” เพื่อนสนิทของเซนจิชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อกวาดตามองสภาพของเพื่อนรักและรูมเมตคนใหม่ที่ยืนหน้าแดงก่ำ หอบหายใจโยนกันคนละมุมห้อง “ฉัน... มาขัดจังหวะอะไรพวกนายหรือเปล่าเนี่ย?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเต็มความฟินในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%