กลิ่นอับชื้นของกระดาษลังและฝุ่นผงจากการขนย้ายยังไม่ระคายจมูกเท่ากับสายตาคู่คมที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยในท่าทางที่ฉายชัดถึงความระแวงระวัง รันภัทรพรูลมหายใจยาวเหยียดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือข้างหนึ่งยังคงหอบกล่องใส่โมเดลสถาปัตยกรรมที่เพิ่งรอดพ้นจากการกระแทกมาได้หวุดหวิด ขณะที่อีกข้างลากกระเป๋าเดินทางล้อลึกที่ส่งเสียงครูดคราดไปบนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมัน
“ถ้าจะลากกระเป๋าแบบนั้น ช่วยยกให้พ้นร่องยาแนวด้วยครับ รอยขีดข่วนบนพื้นไม้สักทองตารางเมตรละหลายบาท คุณไม่มีปัญญาชดใช้หรอก”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำทักทายต้อนรับ สถาปนิกฟรีแลนซ์ตัวเล็กกว่าชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้องที่สูงกว่าร่วมคืบด้วยแววตาวาวโรจน์ เซนจิในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ท่อนแขนแข็งแรง ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปติดจะบึ้งตึงราวกับว่าการมีรูมเมตเข้ามาอยู่ร่วมชายคาคือหายนะครั้งใหญ่ในชีวิต
“ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ตอนเด็กๆ แม่ให้กินพริกไทยสดแทนข้าวหรอครับคุณสถาปนิกเซนจิ” รันภัทรสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ “แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นเชื้อโรคสักที ห้องเช่าราคาถูกแสนถูกที่คุณลงประกาศหาคนหารค่าห้องครึ่งหนึ่งน่ะ มันไม่ได้หรูหราจนผมอยากเอาหน้าไปถูพื้นหรอกนะ”
“แต่กฎของผมมันชัดเจนตั้งแต่ในแชทแล้วนี่ครับ คุณรันภัทร” เซนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ แต่กดดันจนร่างเพรียวต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ “กฎข้อแรก ห้ามใช้พื้นที่ส่วนกลางเกินเวลาสามทุ่ม กฎข้อที่สอง ห้ามพาคนนอกเข้าห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต และกฎข้อที่สาม…”
ร่างสูงหยุดยืนซ้อนหลังจนแผ่นอกกว้างแทบจะแนบติดกับแผ่นหลังบาง รันภัทรกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือนเมื่อกลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นมี้ลด์คอฟฟี่ลอยเข้าแตะจมูก ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายโน้มใบลงมาใกล้จนกระซิบชิดใบหู
“…ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของผมเด็ดขาด โซนฝั่งซ้ายของห้องนอนและลิ้นชักโต๊ะทำงานตัวนั้น คือเขตหวงห้าม ถ้าคุณล้ำเส้นแม้แต่นิ้วเดียว…” เซนจิหยุดเว้นจังหวะ ปลายเสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนน่าขนลุก “เราคงต้องยกเลิกสัญญาแล้วคุณต้องแบกกระเป๋าออกไปนอนข้างถนนในคืนนี้เลย”
รันภัทรสะບัดหน้าหนีระยะประชิด หัวใจเต้นโครมครามด้วยความโกรธปนความประหม่าที่ถูกจู่โจมอย่างไร้ทางสู้ มือเรียวผลักอกแกร่งออกห่างเต็มแรง ดวงตากลมโตฉายแววพยศไม่ยอมแพ้
“ขู่เก่งเป็นบ้า! คิดว่าผมอยากอยู่รบกวนสายตาคุณนักหรือไง ถ้างานโปรเจกต์ใหญ่ของผมไม่โดนเทกลางอากาศจนกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง มีหวังผมยอมไปนอนใต้ทางด่วนยังดีกว่ามาทนฟังคุณบ่นหรอกน่า!”
“ก็ดีครับ รู้ตัวก็ดี” เซนจิแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างโปร่งบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ครัว “ถ้าเถียงเสร็จแล้ว ก็ไปจัดการเก็บกวาดข้าวของรกๆ ของคุณให้เรียบร้อย ผมเกลียดความสกปรก และที่สำคัญ…”
พ่อหนุ่มสถาปนิกจอมเนี๊ยบชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยหางตา “ผมทำอาหารไม่เป็น หวังว่าคุณคงทำเป็นมื้อเย็นนี้ เพราะถ้าต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในห้องผม คุณต้องจ่ายค่าล้างจานเพิ่มต่างหาก”
รันภัทรแทบกรี๊ดใส่หน้าคนหยิ่งยโส ปากบอกว่าเกลียดแต่กลับสั่งงานเป็นชุด มือบางกำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้ แต่ท้องที่ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาในจังหวะเงียบงันพอดิบพอดีกลับทรยศความตั้งใจเสียสนิท กลิ่นหอมจางๆ ของชาเขียวคั่วที่เจ้าตัวชงทิ้งไว้บนโต๊ะลอยมาเตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศน่าหงุดหงิดนี้ชวนท้องร้องหนักขึ้นไปอีก
“เออ! รู้แล้วน่า ไม่ต้องสั่งซ้ำซาก” รันภัทรสะบัดเสียงใส่ เดินกระแทกส้นเท้าผ่านร่างสูงตรงดิ่งไปยังห้องครัวเล็กๆ ที่มีตู้เย็นสแตนเลสตั้งเด่นเป็นสง่า มือเรียวกระชากประตูตู้เย็นออกแรงๆ หวังจะหยิบวัตถุดิบมาทำอะไรก็ได้ที่เร็วที่สุดเพื่อตัดรำคาญ
แต่ทว่า… ภายในตู้เย็นที่ว่างเปล่ากลับมีเพียงเบียร์กระป๋องสามกระป๋อง ไข่ไก่ครึ่งแผง และต้นหอมเหี่ยวๆ อีกหนึ่งกำถ้วน!
รันภัทรนิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหันขวับกลับมามองเจ้าของห้องที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์มองดูอยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ชวนให้หมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
“นี่คุณ… ในตู้เย็นมีแค่นี้เนี่ยนะ แล้วจะให้ผมทำอะไรกินฮะ!”
“ก็วัตถุดิบเท่าที่มีไงครับ พ่อเชฟมือโปร” เซนจิยักไหล่กวนประสาท “ผมอุตส่าห์เหลือไข่ไว้ให้คุณครึ่งแผงแล้วนะ รันภัทร”
บรรยากาศในห้องครัวแคบๆ เริ่มระอุขึ้นอีกครั้งด้วยประกายไฟแห่งความหมั่นไส้ที่พุ่งปรี๊ดจนทะלטดความอดทน รันภัทรก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวคนตัวสูงกว่าอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่ยอมก้มหัวให้
“ได้! ถ้าอยากกินนัก เดี๋ยวผมทำให้กินจนน้ำตาไหลเลยคอยดู!”
รันภัทรพูดลอดไรฟัน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกันด้วยความโมโห ทว่าในจังหวะที่เซนจิโน้มใบหน้าต่ำลงมาเพื่อจะสวนกลับด้วยคำพูดเย้าแหย่ตามนิสัย ปลายจมูกโด่งรั้นของทั้งคู่ก็เฉียดผ่านกันไปอย่างเฉียดฉิว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกันจนสติที่กำลังพุ่งพล่านเมื่อครู่สะดุดกึก ร่างสูงชะงักค้าง ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลึกล้ำขึ้นทันตาเห็นเมื่อทอดมองเรียวปากสีพีชที่กำลังขยับเถียงเมื่อครู่ในระยะประชิด ชั่ววินาทีนั้น ห้องทั้งห้องราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงโต้เถียง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดังสะท้อนก้องอยู่ในอกของคนทั้งคู่…
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 1 นะคะ รักษ์เสมอ, หิมะแรกในโตเกียว
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 1
รูมเมตหน้าเงินกับกฎสามข้อ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!