"บอกแล้วไงว่าฉันเดินเองได้ ไม่ได้ขาหักสักหน่อย เซน! ปล่อยแขนฉันนะ คนมองกันหมดแล้ว!"
รันภัทรพยายามบิดข้อมือออกจากการกุมกระชับที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็กของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ แต่ดูเหมือนแรงของฟรีแลนซ์ตัวแสบจะกลายเป็นแค่มดไต่เมื่อเทียบกับเซนจิ ที่วันนี้สลัดภาพหนุ่มเนี๊ยบมาในลุคเสื้อฮู้ดสีดำสนิทกับกางเกงยาร์โก้เซอร์ๆ แต่รัศมีใบหน้าคมคายและความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรกลับยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว ยิ่งในบรรยากาศของงานเทศกาลตลาดนัดสไตล์ญี่ปุ่น (Matsuri Pop-up) ที่เบียดเสียดไปด้วยผู้คน ยิ่งทำให้การยื้อยุดฉุดกระชากนี้ดูเหมือนคู่รักที่กำลังงอนง้อกันมากกว่าการเป็นรูมเมต
"ถ้าไม่จับไว้ นายก็คงเดินไปสะดุดขาโต๊ะขายปลาหมึกย่างร้านโน้น หรือไม่ก็ไปยืนเถียงกับพ่อค้าทาโกะยากิอีกตามเคย" เซนจิเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับกวาดตามองรอบตัวด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเป็นระยะ
เขากระชับมือที่จับข้อมือบางให้เปลี่ยนเป็นสอดนิ้วประสานเข้าหากันแน่นขึ้น บังคับให้รันต้องก้าวเดินตามจังหวะก้าวที่มั่น and คงของเขา ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารญี่ปุ่นสารพัดชนิดลอยอบอวลปะปนไปกับเสียงหัวเราะและเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ
"ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะ! อีกอย่าง ปล่อยมือได้แล้ว มือเปียกเหงื่อหมดแล้วเนี่ย" รันบ่นอุบอิบ พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อไว้ใต้ฮู้ดสีเทาตัวโคร่ง แม้จะปากเก่งเถียงไม่หยุด แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงผิดจังหวะทุกครั้งที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายลูบไล้ผ่านหลังมืออย่างจงใจ
"เงียบแล้วเดินตามมาน่า… หิวไม่ใช่เหรอไง เห็นบ่นตั้งแต่ตอนออกจากห้องว่าอยากกินทาโกะยากิร้านดัง" เซนจิปรายตามองคนปากแข็งที่ตอนนี้เริ่มทำจมูกฟุดฟิดเมื่อลมพัดเอาความหอมของแป้งย่างร้อนๆ ลอยมาแตะจมูก
ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ก่อนจะลากตัวรันพุ่งตรงไปยังร้านทาโกะยากิที่คิวยาวเหยียด แต่ด้วยความที่เซนจิเป็นสถาปนิกเจ้าแผนการ (และมีวิธีเจรจาเฉพาะตัว) เขาใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็ได้ทาโกะยากิลูกโตโรยปลาโอแห้งเต้นระบำมาอยู่ในมือ
เซนจิใช้ไม้จิ้มลูกแป้งกลมกล่อมที่เพิ่งเป่าควันคุุนๆ ออกไป เป่าเบาๆ จนไอความร้อนจางลง แล้วยื่นไปจ่อ1ตรงริมฝีปากของคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกทำท่าฟึดฟัด
"อ้าปาก" คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ ตามสไตล์ แต่แววตากลับอ่อนโยนจนน่ากลัว
"ฉันมีมือ มีไม้ ย่างเอง กินเองได้ ไม่ต้องมาป้อน…" รันเบี่ยงหน้าหนี ทว่าเซนจิตัวดีกลับขยับตาม รอยยิ้มเจ้าเลفةปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"จะกินดีๆ หรือจะให้ฉันป้อนด้วยวิธีอื่น… เลือกเอา"
คำขู่หน้าตาเฉยทำเอารันหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู ดวงตากลมโตถลึงใส่ด้วยความเคืองแค้น "นายมัน… คนฉวยโอกาส!"
สุดท้าย รันก็จำใจต้องอ้าปากงับทาโกะยาก็ร้อนๆ เข้าไป รสชาติภายนอกกรอบนอกนุ่มใน น้ำซอสหวานเค็มกลมกล่อมและปลาโอแห้งที่ละลายในปากทำให้ความตั้งใจจะด่าทอหายวับไปกับตา รันเคี้ยวตุ้ยๆ แก้มป่องเหมือนกระรอกน้อย ทำเอาเซนจิเผลอยกมือขึ้นมาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเศษซอสที่มุมปากให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารันตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ
"อร่อยก็บอกว่าอร่อย ทำเป็นฟอร์ม" เซนจิหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี
พวกเขายังคงเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินประดับโคมไฟแดง (โจจิน) แสงสีส้มอบอุ่นสาดกระทบใบหน้าของทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก แม้จะมีเสียงผู้คนจอแจ แต่เซนจิกลับรู้สึกว่าโฟกัสเดียวของเขาในตอนนี้มีเพียงคนข้างกายที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับร้านขายขนมโมจิ
"เซน! ดูนั่นสิ ไดufuku สตรอว์เบอร์รี่สด น่ากินชะมัด!" รันร้องออกมาด้วยดวงתาเป็นประกาย ลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น มือบางเอื้อมไปดึงชายเสื้อฮู้ดของเซนจิเขย่าเบาๆ อย่างลืมตัว
สถาปนิกหนุ่มมองท่าทางนั้นด้วยสายตาที่คลั่งรักจนแทบจะกลืนกิน รันในโหมดนี้… ดื้อรั้นแต่น่ารักจนเขาอยากจะเก็บไว้ดูคนเดียวในห้อง ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้เด็ดขาด
และดูเหมือนความคิดของเซนจิจะทำงานเร็วกว่าที่คิด เมื่อจังหวะนั้นเอง มีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองเดินตรงเข้ามาหารันด้วยท่าทางยิ้มแย้ม พร้อมกับเอ่ยทักทายเสียงดัง
"อ้าว… น้องรันใช่ไหมครับ? ไม่เจอกันนานเลย จำพี่ดินได้หรือเปล่า ที่เคยร่วมงานโปรเจกต์ประกวดแบบด้วยกันไงครับ"
รันชะงัก หันไปมองชายหนุ่มแปลกหน้า (ที่รันแอบจำแทบไม่ได้ว่าเคยร่วมงานกันตอนไหน) ก่อนจะพยักหน้ารับตามมารยาท "อ๋อ… สวัสดีครับพี่ดิน"
"มาเดินเที่ยวคนเดียวเหรอครับเนี่ย บังเอิญจัง พี่ก็มาคนเดียวเหมือนกัน สนใจไปเดินดูร้านโน้นด้วยกันไหมครับ เดี๋ยวพี่เลี้ยงโมจiลูกนั้นเอง" ชายหนุ่มส่งยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมกับทำท่าจะยื่นมือเข้ามาแตะที่ไหล่บางของรัน
*เปรี๊ยะ!*
เสมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงสาดประכולออกมาจากร่างของเซนจิที่ก้าวขึ้นมาขวางกลางระหว่างรันกับชายหนุ่มคนนั้นได้อย่างพอดิบพอดี ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
เซนจิยกมือขึ้นโอบไหล่บางของรันดึงเข้าหาตัวแนบชิด จนแผ่นหลังของคนตัวเล็กแนบกับอกแกร่ง ราวกับการประกาศอาณาเขตกลายๆ
"ขอโทษนะครับ พอดีผมยืนอยู่ตรงนี้… และน้องรัน ไม่ได้มา *คนเดียว*" เซนจิเน้นย้ำคำหลังด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน จน 'พี่ดิน' ถึงกับชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า
"เอ่อ… แล้วคุณคือ…"
"ผมเป็นรูมเมตของเขาครับ" เซนจิสวนกลับทันควัน สายตาดุดันมองกราดตั้งแต่หัวจรดเท้า "แล้วก็… แฟน(ในอนาคตอันใกล้นี้) เขาไม่ว่างไปไหนด้วยหรอกครับ เชิญคุณไปเดินเที่ยวคนเดียวต่อเถอะครับ"
พูดจบ เซนจิก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้อ้าปากพูดอะไรต่อ เขาใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือรันแล้วกึ่งจูงกึ่งลากเดินหนีออกมาจากตรงนั้นทันท่ามกลางความอึ้งของชายหนุ่มแปลกหน้า
รันที่ถูกลากออกมาไกลจนถึงมุมอับของซุ้มต้นไม้ใหญ่ หายใจหอบถี่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความเขินอายที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่ได้
"นี่! นายทำบ้าอะไรเนี่ย! ไปเสียมารยาทใส่เขาทำไม!" รันโวยวาย สะบัดแขนออกจากการจับกุมแล้วจ้องหน้าเซนจิเขม็ง "เขาแค่อัธยาศัยดีชวนคุยเฉยๆ เองนะ!"
เซนจิไม่ตอบ เขาเอามีล้วงกระเป๋าเสื้อฮู้ด ก้าวเข้าไปประชิดตัวรันทีละก้าว จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาไม้ของซุ้มงาน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก
พื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองแคบลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสานกับกลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่ของเซนจิทำเอารันสมองตื้อตัน
"อัธยาศัยดีเหรอ? สายตาหื่นๆ แบบนั้น ฉันมองปราดเดียวก็รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่" เซนจิเอ่ยเสียงกระซิบพร่าชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนรันขนลุกซู่ "แล้วอีกอย่าง… ที่ฉันบอกเขาไปเมื่อกี้ ว่าฉันเป็น 'อะไร' ของนาย…"
เซนจิโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า
"นายจะปฏิเสธไหม… ว่าเมื่อกี้ ที่ฉันหึงจนแทบคลั่ง นายไม่ได้รู้สึกอะไรเลย?"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจรันอย่างจัง… ความเงียบโรยตัวลงระหว่างคนทั้งคู่ ท่ามกลางเสียงดนตรีงานวัดที่ดังคลอเบาๆ ในระยะประชิดที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รันอ้าปากจะเถียง แต่สายตาที่จริงจังและเว้าวอนเกินกว่าจะปิดบังของเซนจิ กลับทำให้คำพูดทุกคำติดอยู่แค่ที่ลำคอ
และในจังหวะที่เซนจิโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันนั้นเอง—
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเซนจิก็ดังแหวกอากาศขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาเซนจิขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขีดสุด
รันอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นดันอกอีกฝ่ายออกเต็มแรง รีบหันหลังหนีหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินจัด แต่เซนจิกลับคว้าข้อมือเขาไว้เบื้องหลัง ปลายสายกดรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนเย็นชา
"มีอะไร… ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย นายโดนดีแน่"
ทว่าเสียงปลายสายที่ตอบกลับมาด้วยความร้อนรนผ่านลำโพง ทำเอาเซนจิและรันต้องชะงักกุนงงพร้อมกัน
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
— หิมะแรกในโตเกียว
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 16
เดทที่ไม่ใช่เดท
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!