เสียงซิปกระเป๋าเดินทางแบรนด์มูจiสีเทาอ่อนที่ถูกรูดปิดด้วยแรงอารมณ์ดัง *แคด* ยาวเหยียด ก้องกังวานไปทั่วห้องนั่งเล่นมินิมอลที่เคยสงบสุข รันภัทรโยนเสื้อเชิ้ตลินินตัวสุดท้ายลงกระเป๋าอย่างไร้ความปรานี มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้ต่ำเกินไป แต่เป็นเพราะความกรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งปรีdขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ
ให้ตายเถอะ... นี่เขาเป็นอะไรในสายตาของเซนจิกันแน่? ตุ๊กตาไขลาน? สัตว์เลี้ยงที่นึกจะอุ้มใส่กระเป๋าพาไปไหนก็ทำได้ตามใจชอบ? หรือเป็นแค่ ‘ภาระ’ ที่ผู้ชายปากร้ายคนนี้เวทนาจนต้องลากติดสอยห้อยตามไปโตเกียวด้วยเพื่อความสบายใจของตัวเองกันล่ะคะ!
"นายเป็นบ้าอะไรเนี่ยเซนจิ!" รันหวีดเสียงขึ้น ทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโซฟาแล้วตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงกำแพงห้องครัวอยู่ ใบหน้าคมคายนั้นยังคงนิ่งเรียบราวน์กับรูปปั้นหินอ่อน แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยไฟโทนร้อนที่พร้อมแผดเผาทุกอย่างรอบตัว
"ฉันไม่ได้บ้า คนที่สติหลุดอยู่ตอนนี้รันต่างหาก" เซนจิสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นตามแบบฉบับคนปากแข็ง "แค่บอกให้เก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปโตเกียวคืนนี้ มันยากนักหรือไง งานโปรเจกต์ใหญ่ที่นั่นกำลังรอเราอยู่ นายเซ็นสัญญาเป็นที่ปรึกษาแล้ว ลืมไปแล้วหรือยังไง?"
"เปล่า! ฉันไม่ได้ลืม!" รันลุกพรวดขึ้นยืน เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่านิดหน่อยแต่รัศมีแห่งความพยศในตัวรันไม่เคยเป็นรองใคร "ฉันไม่ได้โง่ถึงขนาดจำสัญญาไม่ได้ แต่ที่ฉันโมโหเพราะนายทำตัวเหมือน... เหมือนฉันเป็นแค่เด็กเก็บตกที่นายต้องคอยจูงจมูกต่างหากเล่า!"
เซนจิขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรันด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายเผลอผถอยหลังไปก้นชนพนักโซฟา "เด็กเก็บตก? นายเอาความคิดบ้าๆ นี่มาจากไหน รันภัทร"
"ก็จากท่าทางของนายไง!" รันกระแทกเสียงใส่หน้า สบตากับดวงตาคู่คมที่อยู่ใกล้แค่คืบ "มองมาทีไรก็มีแต่แววตาสมเพช... ไม่สิ แววตาเวทนาต่างหาก! นายคิดว่าฉันดิ้นรนทำโปรเจกต์นี้เพราะอยากเกาะนายดังเหรอ? นายคิดว่าที่ฉันยอมมาเป็นรูมเมตห้องนี้เพราะไม่มีปัญญาหาที่อยู่เอง จนต้องก้มหน้ารับความใจดีจากสถาปนิกผู้เพอร์เฟกต์อย่างนายหรือไงกัน!"
ประโยคนั้นพุ่งชนเป้าหมายอย่างจัง บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันทีจนได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ของตู้เย็น เซนจิชะงัก กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่กอดอกอยู่ค่อยๆ คลายออก ปลายนิ้วกระตุกเกร็งด้วยความอัดอั้น
ความเงียบที่ยืดเยื้อทำให้หัวใจของรันกระตุกวูบ ความกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากเก่งเริ่มกัดกินจิตใจ รันคิดมาตลอด... คิดมาตลอดว่าความใกล้ชิด ความใส่ใจที่เซนจิแสดงออก (แม้ปากจะร้ายใส่ทุกวัน) เป็นเพียงเพราะความสงสารที่เห็นสถาปนิกฟรีแลนซ์ตกอับคนนี้ไม่มีทางไป
และนั่นคือสิ่งที่รันเกลียดที่สุด—เกลียดความน่าสงสารของตัวเอง เกลียดความอ่อนแอที่ต้องพึ่งพาคนอื่น
"นายคิดกับฉันแบบนั้นมาตลอดเลยเหรอ..." น้ำเสียงของเซนจิเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทแบบที่เคยเป็น แต่มันคือความเจ็บลึกที่ซ่อนอยู่ใต้ความโกรธ "นายคิดว่าที่ฉันทำทุกอย่าง... ที่ฉันยอมให้นายกวนประสาทอยู่ในห้องนี้ ที่ฉันยอมกินกาแฟห่วยๆ ที่นายชง ที่ฉันคอยตามเช็ดตามล้างความซุ่มซ่ามของนาย... มันเป็นเพราะ 'ความสงสาร' อย่างนั้นเหรอ?"
"แล้วมันเพราะอะไรล่ะ!" รันเถียงกลับเสียงสั่น น้ำตาแห่งความคับ 255 ใจพาลจะเอ่อล้นออกมาแต่ต้องกลั้นไว้สุดชีวิต "ถ้านั่นไม่ใช่ความสงสาร แล้วมันคืออะไร นายถึงได้ทำตัวเผด็จการ บงการชีวิตฉันอยู่ได้ ทริปโตเกียวนี้ฉันปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เพราะนายจัดการจองตั๋ว จองโรงแรม วางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้วโดยไม่เคยถามความสมัครใจของฉันเลยสักคำ!"
"เพราะฉันกลัว!"
เสียงตะคอกที่ดังลั่นห้องทำให้รันสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เซนจิไม่เคยตะโกนใส่เขา ไม่เคยเลยสักครั้ง
สถาปนิกหนุ่มก้าวเข้าประชิดจนรันไม่มีทางถอยหนีอีกต่อไป มือหนาทั้งสองข้างวางทับลงบนพนักโซฟากักตัวรันไว้ตรงกลาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความรัญจวนใจที่สั่นไหว ร่างสูงก้มหน้าลงมาสบตากับรันในระยะประชิด แววตาคู่นั้นไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ระเบิดออกมาจนหมดเปลือก
"นายคิดว่าฉันอยากเป็นคนเผด็จการเหรอ? นายคิดว่าฉันสนุกหรือไงที่ต้องคอยวิ่งตามแก้ปัญหาให้นาย?" เซนจิเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้... นายก็จะหาเรื่องหนีฉันไปอีกใช่ไหมรัน? นายมันคนใจร้าย ชอบผลักไสฉันออกไปจากชีวิตตลอดเวลา!"
"ฉัน..." รันอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด คำพูดโต้แย้งที่เตรียมไว้มลายหายไปสิ้นเมื่อเจอสายตาคู่นั้น "ฉันเปล่า..."
"นายทำ นายทำมันตลอดเวลา" เซนจิขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของทั้งคู่เกือบจะชนกัน รันสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่าย "ที่ฉันต้องลากนายไปโตเกียวคืนนี้ ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เพราะฉันขาดนายไม่ได้ต่างหากเล่า! โง่จริง... ทำไมนายถึงมองไม่เห็นความจริงข้อนี้เลยวะรันภัทร!"
ห้องทั้งห้องเหมือนหยุดหมุน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นจากหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก รันหายใจไม่ทั่วท้อง สมองประมวลผลคำว่า *'ขาดนายไม่ได้'* ซ้ำไปซ้ำมา ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เมื่อปลายนิ้วอุ่นของเซนจิเอื้อมขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้ม แกล้งปัดปอยผมที่ตกลงมาทรกหน้าผากออกให้อย่างทะนุถนอม—สัมผัสที่ขัดกับความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่นี้สิ้นเชิง
"นาย... พูดว่าอะไรนะ..." รันกระซิบเสียงแผ่วเบา ความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้สลายหายไปกลายเป็นความเคอะเขินที่ตีรวนขึ้นมาแทนที่
เซนจิถอนหายใจยาวเหยียด ดวงตาคู่คมทอดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนตรงหน้า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ
"ฉันบอกว่า..." เซนจิกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนหัวใจรันเต้นผิดจังหวะ "ฉันรักนาย... ไอ้เด็กดื้อ"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวอย่างฉับพลัน ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย เซนจิชะงักค้าง ส่วนรันรีบเบนสายตาหนีด้วยความเขินอายจนใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด
แต่ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับชื่อผู้ส่งที่ปรากฏหราบนหน้าจอ กลับทำให้รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเซนจิแข็งค้าง และแววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบขึ้นมาทันที
*ข้อความจาก: 'เควิน' (รุ่นพี่สถาปนิกชาวญี่ปุ่น)*
*"เซนจิ รันภัทรอยู่กับนายใช่ไหม? ฝากบอกน้องเขาด้วยนะ ว่าตั๋วเครื่องบินไฟล์ทคืนนี้ที่ฉันจองให้พิเศษ... ฉันไปรอรับที่สนามบินฮาเนดะนะ"*
เซนจิหันขวับกลับมามองหน้าคนที่นั่งอยู่บนโซฟาทันที นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยไฟหึงหวงที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่อย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
"รันภัทร..." เซนจิเอ่ยชื่อเต็มยศด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่ากลัว "อธิบายมาซิว่าไอ้เควินมันไปเกี่ยวอะไรกับตั๋วเครื่องบินของนาย!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความป่วนและเคมีฟินๆ ของเจ้าเด็กดื้อกับสถาปนิกปากแข็งมาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 19
การปะทะคารมครั้งใหญ่
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!