กลิ่นหอมกรุ่นของชาเขียวมัทฉะอุ่น ๆ ที่เซนจงใจชงวางไว้บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตอนนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อประโยคเมื่อครู่ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ระหว่างเขากับร่างสูงโปร่งที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู
"แม่... แม่ผมยืนรออยู่ที่หน้าห้องเราแล้ว"
รันภัทรทวนคำพูดนั้นในใจ สมองที่มักจะหมุนเร็วจี่ในการแก้แบบโปรเจกต์กลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตฉายแววสับสนระคนตกใจ เขาหันขวับไปมองหน้าเซน สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมและระเบียบจัด แต่ในวินาทีนี้ แววตาของเซนกลับไหววูบอย่างเห็นได้ชัด—เป็นความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยตามเคย
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ดัง ไม่เร่งเร้า แต่หนักแน่นจนคนฟังรู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาถ่วงอยู่ในอก
"คุณ..." รันเปิดปาก เสียงแหบพร่าเล็กน้อย "แม่คุณมาได้ยังไง แล้วทำไมไม่บอกผมก่อน"
"ฉันก็เพิ่งรู้พร้อมเธอนี่แหละ" เซนถอนหายใจยาว ยื่นมือหนามาคว้าข้อมือบางของรันไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้แน่นจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอจะส่งผ่านความร้อนผ่าวและความกังวลบางอย่างมาให้อีกฝ่าย "อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนโลกจะแตกสลายสิ รัน"
"ใครทำหน้าเหมือนโลกแตก ส티แตกต่างหากเล่า!" รันแหวใส่เบา ๆ พยายามดึงมือตัวเองออกแต่เซนไม่ยอมปล่อย "นี่มันห้องคุณนะ แล้ว... แล้วเรา สภาพเราตอนนี้..."
เขาก้มมองเสื้อฮู้ดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มที่ใส่เดินวนในห้องมาทั้งวัน สลับกับมองหน้าเซนที่อยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ แต่ดูดีราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารสถาปัตยกรรม
แอด...
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดอ้าออกโดยฝีมือของคนนอก เซนภัทร สถาปนิกสาวใหญ่ผู้ทรงสง่างามและมีแววตาดุดันเฉียบคมเช่นเดียวกับลูกชาย ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงลอยปะทะจมูก พร้อมกับกวาดสายตานิ่งเรียบสำรวจห้องชุดสุดเพอร์เฟกต์แห่งนี้... ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะมาหยุดอยู่ที่มือของเซนที่ยังคงกุมข้อมือของรันไว้แน่น
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที
"เซน... ลูกชายแม่" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่มีอำนาจกดดันเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนมุมปากของผู้เป็นแม่ "ไม่คิดเลยนะว่าห้องที่ลูกเคยบอกว่า 'ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด' จนไม่ยอมให้ใครเหยียบเข้ามาง่าย ๆ วันนี้จะมี... รูมเมต หน้าตาจิ้มลิ้มยืนอยู่ข้าง ๆ แบบนี้"
รันรีบสะบัดมือหลุดจากพันธนาการของเซนทันที ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะความรู้สึกอึดอัดที่พุ่งพล่าน
"สวัสดีครับคุณน้า..." รันโค้งตัวทักทายตามมารยาท พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ผมรันภัทรครับ เป็น... เอ่อ เป็นรูมเมตของคุณเซนครับ"
เซนขยับตัวเข้ามาขวางกั้นระหว่างรันกับแม่เล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ปากร้าย ๆ รีบเอ่ยขึ้นทันที "แม่มาที่นี่ทำไมครับ ไม่เห็นบอกล่วงหน้า"
"ถ้าบอกล่วงหน้า ลูกคงเก็บกวาดร่องรอย 'ความลับ' จนหมดเกลี้ยงสิ ถึงว่าช่วงนี้โปรเจกต์งานออกแบบส่วนตัวของบริษัทคู่แข่งถึงได้คืบหน้าไปไกล ทั้งที่เด็กนี่ควรจะแย่ไปนานแล้ว" คุณเซนภัทรปรายตามองรันด้วยแววตาที่อ่านยาก ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเล่มหนาลงบนโต๊ะกลางห้อง
คำพูดนั้น... ทำให้รันชะงักกึก
โปรเจกต์งานออกแบบส่วนตัว? บริษัทคู่แข่ง?
รันขมวดคิ้วแน่น สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาวิกฤตเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่เขาเกือบจะสูญเสียโปรเจกต์ใหญ่ชิ้นแรกในฐานะสถาปตอนิเมต์อิสระ งานที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบจะยอมแพ้ แต่จู่ ๆ ก็มีอีเมลจากบริษัทสถาปัตยกรรมระดับท็อปติดต่อเข้ามาซื้อไอเดียและดันโปรเจกต์นั้นให้ผ่านฉลุยอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เขามีเงินมาจ่ายค่าเช่าห้องและตั้งตัวได้จนถึงทุกวันนี้
รันหันขวับกลับไปมองหน้าเซนทันที แววตาที่เคยฉายความสับสนแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจระคนไม่เชื่อ
"เซน..." รันเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "ที่คุณพูดเมื่อกี้... หมายความว่ายังไง"
เซนเม้มปากแน่น ใบหน้าที่เคยนิ่งขรึมตอนนี้ฉายแววตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ปรายตาคมกริบมองมารดาตัวเองเชิงตำหนิ
"ตกใจอะไรล่ะหนูรัน" คุณเซนภัทรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ท่าทีสง่างามแต่เชือดเฉือน "ลูกชายแม่คนนี้ ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย รำคาญเด็กดื้อที่ชอบเถียงคำไม่ตกฟากอย่างเธอ แต่ลับหลังกลับยอมใช้เส้นสายของบริษัทตัวเอง และแอบเทเม็ดเงินลงทุนก้อนโต เพื่อดันโปรเจกต์งานออกแบบชิ้นแรกของเธอให้รอดพ้นจากการถูกเขี่ยทิ้ง... น่าประทับใจดีไหมล่ะ"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง
รันรู้สึกเหมือนหูอื้อไปชั่วขณะ ทุกคำพูดของคุณเซนภัทรดังสะท้อนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพความทรงจำในช่วงที่เขานั่งอดหลับอดนอนแก้แบบจนขอบตาดำคล้ำ ภาพความดีใจจนน้ำตาซึมวันที่อีเมลอนุมัติส่งมา... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เพราะฝีมือล้วน ๆ ของเขาหรอกหรือ? แต่มันเป็นเพราะผู้ชายปากร้ายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาคนนี้... เป็นคนจัดฉากและปูทางให้ทั้งหมดโดยที่เขาไม่เคยรู้เรื่องเลยสักนิด!
"นี่คุณ..." รันหันไปจ้องหน้าเซน ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก ระหว่างความซาบซึ้งใจ ความโกรธที่ถูกปิดบัง และความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่เง่าที่ภูมิใจในความสำเร็จจอมปลอม
"รัน... ฟังฉันก่อน" เซนก้าวเข้าไปหา ร่างสูงพยายามเอื้อมมือมาแตะไหล่บาง แต่รันกลับถอยหลังหนีหนึ่งก้าว ปัดมือของเขาออกทันที
"ไม่ต้องมาแตะ!" รันเสียงดังขึ้นเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ "คุณทำแบบนี้ทำไม? สนุกมากเหรอที่ได้ยืนมองผมวิ่งวุ่นทำงานหัวหมุน ทั้งที่ความจริงแล้วคุณเป็นคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดเนี่ยนะ!"
"ฉันไม่ได้..." เซนขบกรามแน่น สันจاوโด่งคมขึ้นตามแรงอารมณ์ "ฉันแค่อยากให้เธอลืมตาอ้าปากได้ งานของเธอมีดีพอ แค่ขาดโอกาส และฉันก็แค่... หยิบยื่นมันให้ในแบบที่คนศักดิ์ศรีสูงอย่างเธอจะไม่ปฏิเสธ"
"ศักดิ์ศรีเหรอ? คุณเอาศักดิ์ศรีของผมไปเหยียบย่ำเล่นต่างหาก!" รันแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เขาเกลียดการพึ่งพาคนอื่น เกลียดความรู้สึกติดหนี้บุญคุณ และที่เกลียดที่สุดคือการรู้ว่าความสำเร็จที่เขาภาคภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วเป็นเพราะความเวทนา (หรือความคลั่งรักแบบผิดวิธี) ของรูมเมตปากร้ายคนนี้!
"รันภัทร!" เซนขึ้นเสียงบ้าง ความอดทนที่มักจะมีให้คนตรงหน้าเสมอเริ่มขาดผึ่ง ความหึงหวงและความเป็นห่วงที่ผสมปนเปกันทำให้เขาเผลอใช้น้ำเสียงแข็งกร้าว "เธอคิดว่าฉันว่างมากรึไง ถึงต้องเอาเงินบริษัทมาเสี่ยงกับงานของเด็กดื้ออย่างเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะ..."
เซนชะงักกริบ กลืนคำพูดประโยคสุดท้ายลงคอไปทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเกือบจะหลุดปากพูดอะไรออกไปต่อหน้าแม่ของตน
คุณเซนภัทรยืนมองการปะทะคารมของคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก ผู้เป็นแม่ย่อมรู้ดีว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมีความรู้สึกอย่างไรกับเด็กหนุ่มคนนี้ ไม่อย่างนั้น คนอย่างเซนจิไม่มีทางยอมให้ใครเข้ามามีอิทธิพลทางความรู้สึกได้ขนาดนี้แน่
"เอาล่ะ ๆ เลิกทะเลาะกันเหมือนเด็ก ๆ ได้แล้วเซน" คุณเซนภัทรเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "ที่แม่มาวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อดูพวกเธอเถียงกันเรื่องงานเก่าหรอกนะ แต่มีเรื่องสำคัญกว่านั้น... เรื่องที่ทำให้เซนต้องยอมแหกกฎทุกข้อของตัวเอง เพื่อเก็บเด็กดื้อคนนี้ไว้ใกล้ตัว"
รันสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองหน้าคุณเซนภัทรสลับกับเซนด้วยความระแวง
เซนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองรันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของคนผิดที่ถูกจับได้ไล่ทัน แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ราวกับตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
"แม่หมายความว่ายังไง" เซนถามเสียงต่ำ
คุณเซนภัทรก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของรัน เคาะนิ้วเรียวลงบนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเบา ๆ "บริษัทแม่กำลังจะควบรวมกิจการกับคู่แข่ง และโปรเจกต์ต่อไปที่เธอสองคนต้องร่วมมือกัน... คือการออกแบบตึกระฟ้าใจกลางกินซ่า โตเกียว"
รันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
"และเงื่อนไขเดียวที่แม่จะให้รันภัทรรับงานนี้ในฐานะสถาปนิกหลัก... คือเธอต้องบินไปญี่ปุ่นกับเซนคืนนี้ทันที"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้ มันไม่ใช่ความเงียบจากการปะทะ แต่เป็นความนิ่งงันที่แขวนอนาคตของคนทั้งคู่ไว้บนเส้นด้าย
เซนหันขวับมามองหน้ารันทันที ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ยังคงฉายแววสับสนระคนตกใจ ก่อนที่มือหนาจะคว้าข้อมือบางของรันไว้แน่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการลังเล ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ มีเพียงน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างหูท่ามกลางความเงียบ
"เตรียมกระเป๋าซะ... เราต้องไปโตเกียวด้วยกันคืนนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่เซนด้วยกันนะคะ!
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 18
ความลับที่ถูกเปิดโปง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!