ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 20

ความเงียบงันในห้องพักเดิม

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันเหมือนเป็นการเติมเชื้อเพลิงลงบนกองไฟที่คุกกรุ่นอยู่ใต้ความนิ่งสนิทต่างหาก รันภัทรยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ตัวตรงแน่ว สายตาที่ปกติมักจะแพรวพราวด้วยความกวนประสาท ยามนี้กลับทอดมองต่ำไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบคาอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว ยิ่งอีกฝ่ายใช้ความเงียบกดดัน เขากยิ่งเลือกที่จะปิดปากเงียบสนิท ไม่ยอมปริปากอธิบายอะไรออกไปง่ายๆ ทั้งที่ในใจกำลังนึกหาทางหนทีไล่จนหัวหมุน "หูหนวกไปแล้วหรือไง รันภัทร" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของเซนจิเยียบเย็นจนน่ากลัว สถาปนิกหนุ่มร่างสูงยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลจนมองไม่ออกว่าเจ้าตัวกำลังซ่อนสายตาแบบไหนไว้ แต่กรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนนั้นฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว ตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวเที่ยวเดียว... วางอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ตของเซนเมื่อสิบนาาทีก่อน พร้อมชื่อผู้โดยสารคือ 'รันภัทร' และผู้ซื้อตั๋วที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นชื่อของเควิน รุ่นพี่ลูกครึ่งตัวปัญหาที่เคยประกาศตัวชัดเจนว่าสนใจรูมเมตปากเก่งของเขา มันไม่ใช่แค่เรื่องตั๋วเครื่องบิน แต่มันคือการที่รันภัทร 'กำลังจะไป' โดยไม่คิดจะเอ่ยปากบอกเขาสักคำ "ฉันถามว่าไอ้เควินมันเกี่ยวอะไรกับตั๋วของนาย" เซนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงทีละก้าว ชายหนุ่มเจ้าของห้องตัวโตกว่ากดดันด้วยมวลอารมณ์คุกกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะเบาบาง "หรือช่วงนี้ที่นายหายตัวไปทำงานโปรเจกต์นอกสถานที่บ่อยๆ ความจริงคือแอบไปตกลงเรื่องนี้กับมันอยู่ลับหลังฉัน?" "แล้วทำไมผมต้องรายงานพี่ทุกเรื่องด้วยล่ะครับ" ในที่สุดรันภัทรก็ยอมขยับริมฝีปาก เสียงใสติดจะรั้นเอ่ยสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดขึ้นสบตานิ่ง "ผมจะเป็น1ใคร จะไปไหน หรือใครจะซื้อตั๋วให้ มันก็เรื่องส่วนตัวของผมไม่ใช่เหรอครับ เราเป็นแค่รูมเมตกันนะพี่เซน... ลืมไปแล้วหรือไง" คำว่า *'แค่รูมเมต'* หลุดออกมาจากริมฝีปากบางราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจของคนฟัง เซนชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ร่างสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดหยุดชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยความเจ็บแปลบที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความถือดี แต่เพียงไม่นานความเยียบเย็นก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม "อ้อ แค่รูมเมต..." เซนทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำๆ ฟังดูน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตะคอก "งั้นที่ผ่านมา ทั้งเรื่องที่นอนห้องเดียวกัน ทั้งเรื่องที่ฉันคอยตามเช็ดตามล้าง คอยเป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ... สำหรับนาย มันก็คงไม่มีความหมายอะไรเลยสินะ" "พี่เซน อย่ามาพูดจาประชดประชันแบบนี้นะ!" รันภัทรเริ่มทนไม่ไหว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดที่ไม่ยอมรับความจริง ความรู้สึกพะว้าพะวังตีรวนอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก เขากลัว... กลัวเหลือเกินว่าถ้ายังยืนอยู่ตรงนี้ต่อหน้าคนที่เขารักฝังใจ ความลับที่อุตส่าห์อดทนเก็บไว้จะทะลักออกมาหมด ใช่... เขากำลังจะไปญี่ปุ่น ไปเพื่อรับข้อเสนอทำงานโปรเจกต์ใหญ่ที่โตเกียวตามคำชวนของเควิน เพราะคิดว่าการอยู่ห่างจากเซนจิที่มีแต่จะทำให้ใจสั่นไหวและเจ็บปวด น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะนี้ แต่พอมาเห็นแววตาโกรธเกรี้ยวแกเศร้าสร้อยของเซนในตอนนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนใจร้ายที่สุดในโลก ห้องพักเดิมที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟยามเช้าและเสียงทะเลาะกันเรื่องความสะอาด บัดนี้กลับเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครยอมขยับ ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกแผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางเมตร เซนจิก้าวเข้าไปประชิดตัวรันภัทรอย่างไร้ช่องว่าง ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวไว้มั่น ไม่ได้บีบจนเจ็บ แต่แน่นหนาพอที่จะไม่ยอมให้คนตรงหน้าหนีหายไปไหนได้อีก ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีรื้นน้ำใสๆ เอ่อคลอ "ถ้ากล้าก้าวขาออกจากห้องนี้ไปกับมัน... ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย รันภัทร" เสียงกระซิบพร่าต่ำแต่เฉียบขาดราชาคำประกาศิตดังชิดริมหู รันภัทรสะท้านเฮือก หัวใจกระตุกวูบ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบจะทะลักออกมา เขากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเงียบระหว่างเขากับเซนในวินาทีนี้มันหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าภูเขาเขย่าทั้งลูก แต่ก่อนที่รันภัทรจะได้อ้าปากเอ่ยคำใดออกไปเพื่อทำลายความเงียบงันอันโหดร้ายนี้ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงไขกลอนที่ดังคลิกและบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกโดยวิสาสะ ร่างสูงโปรดของเควินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนๆ ที่ค้างอยู่บนใบหน้า ก่อนจะต้องชะงักกึกเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุกึ่งเป็นตายอยู่ตรงหน้า "อุ๊ย... ขอโทษที สงสัยฉันมาขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ะ หรือเวลาเคลียร์บัญชีเลือดกันพอดี?" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นบทสรุปความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปด้วยกันในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%