“ถอยไปไอ้เควิน! ใครใช้ให้แกถือวิสาสะเข้ามาในห้องคนอื่นแบบนี้!”
รันตวาดลั่นพลางขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟา มือไม้เกะกะไปหมดเมื่อบรรยากาศที่ควรจะตึงเครียดระหว่างเขากับเซนจิถูกพังทลายลงด้วยแขกไม่ได้รับเชิญ
เซนจิไม่ได้หันไปมองเควินแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของรันราวกับต้องการจะอ่านใจกันในวินาทีนี้ แรงกดดันรอบกายของเขาเย็นเยียบจนเควินที่ยืนอยู่ตรงประตูยังสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา
“โอ้โห... อารมณ์เสียเหรอครับคุณสถาปนิก?” เควินหัวเราะร่าในลำคอ สายตากวาดมองไปที่กล่องข้าวสีพาสเทลที่วางอยู่บนโต๊ะตัวกลางสลับกับใบหน้าที่บึ้งตึงของเจ้าของห้อง “อ๋อ... เข้าใจแล้ว นี่สินะ ‘ของดี’ ที่ทำให้ฉันต้องโดนไล่ออกจากห้องเมื่อวาน งั้นฉันไปก่อนก็ได้ ไม่รบกวนเวลาจีบกันหรอก”
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ไหลกลับเข้ามาในห้องราวกับน้ำท่วมฉับพลัน
เซนจิถอนหายใจยาว ความมั่นใจที่สร้างมาตลอดทางหายไปเกินครึ่ง เขาขยับตัวเข้าไปใกล้รันอีกก้าว กลิ่นสบู่จางๆ จากตัวเขากระทบจมูกคนตรงหน้า ก่อนจะดันกล่องข้าวทรงสี่เหลี่ยมที่มีการจัดวางอาหารอย่างทุลักทุเลไปข้างหน้า
“กินซะ... ก่อนที่มันจะเย็น” เสียงเขาทุ้มต่ำและแหบพร่าผิดปกติ
รันก้มลงมองกล่องข้าวตรงหน้าแล้วก็ต้องเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นยิ้ม เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในคือเบนโตะที่มีข้าวปั้นรูปหัวใจที่… ‘เบี้ยว’ จนดูเหมือนก้อนหินที่โดนรถทับมากกว่ารูปทรงแห่งความรัก
“อะไรเนี่ย... นี่คือความพยายามของสถาปนิกผู้เป๊ะทุกตารางนิ้วงั้นเหรอ?” รันแค่นหัวเราะพลางใช้นิ้วจิ้มไปที่ก้อนข้าวเบี้ยวๆ นั่น “ดูเหมือนแผ่นดินไหวระดับแปดริกเตอร์เลยนะเซนจิ”
“ก็บอกแล้วไงว่าทำครั้งแรก อย่าเรื่องมากน่า” เซนจิหลบสายตาไปทางอื่น ใบหูของเขาขึ้นสีแดงจัดจนสังเกตได้ชัด เขาเดินไปหยิบแก้วน้ำวางลงตรงหน้าอีกฝ่ายพลางพึมพำ “ก็แค่อยากลองง้อ... เห็นรันชอบบ่นว่าข้าวฝีมือฉันอร่อยกว่าของที่ซื้อตามร้าน ก็เลย… เออ! แค่จะพิสูจน์เฉยๆ ว่าทำเองก็ได้ ไม่เห็นต้องง้อใคร”
รันใจอ่อนยวบยาบเหมือนเนยที่โดนความร้อน เขาเงยหน้ามองคนที่ยืนเกร็งจนไหล่ตึง ความปากร้ายที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความเคอะเขินที่ดูน่ารักจนน่าหมั่นไส้
“ปากแข็งจังนะ” รันแกล้งว่าพลางหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบข้าวเข้าปาก รสชาติมันอาจจะจืดไปนิดและแฉะไปหน่อย แต่มันกลับอุ่นวาบไปถึงหัวใจ “อร่อยดี... ขอบคุณนะ”
เซนจิเม้มปากแน่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ รันในระยะที่ใกล้จนไหล่ชิดกัน เขามองรันกินด้วยสายตาที่อ่อนโยนจนคนถูกมองต้องวางตะเกียบลง
“เรื่องเมื่อวาน... ฉันขอโทษ” เซนจิพูดขึ้นเบาๆ “ฉันแค่อารมณ์ไม่ดีที่เห็นรันไปสนิทกับคนอื่นเกินไป ความหึงมันบังตาจนทำตัวงี่เง่า... ฉันไม่ชอบที่ตัวเองกลายเป็นคนแบบนั้นเลย”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนซึนมันทรงพลังกว่าคำหวานใดๆ ในโลก รันรู้สึกได้ว่ากำแพงที่เขาสร้างไว้กำลังทลายลงทีละน้อย
“ฉันก็ไม่ได้จะไปไหนสักหน่อย ต่อให้แกจะปากร้ายหรือหึงจนน่ารำคาญแค่ไหน แต่สุดท้ายฉันก็ยังอยู่ตรงนี้ ไม่เคยไปไหนอยู่แล้ว” รันหันไปสบตาคนข้างๆ แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย “แต่คราวหลังไม่ต้องทำข้าวรูปหัวใจแบบนี้อีกนะ มันดู... ตลก”
“หัวเราะเหรอ?” เซนจิเลิกคิ้วกวนๆ กลับมาเป็นคนเดิม “งั้นคืนนี้ไม่ต้องกินแล้วมั้ง”
“เดี๋ยว! ก็บอกว่าอร่อยไง!”
จังหวะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน เสียงโทรศัพท์ของเซนจิดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะหน้าจอโชว์ชื่อ ‘แม่’ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวของเขาจะกดรับสายด้วยความลังเล
“ว่าไงครับแม่... ครับ? อะไรนะ... ตอนนี้เหรอ?”
สีหน้าของเซนจิเปลี่ยนไปทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองรันด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้เกือบคว่ำ
“รัน... ฉันต้องไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ แม่บอกว่ามีเรื่องด่วนที่สตูดิโอ... และเธอกำลังมาที่นี่”
“แม่แกจะมาที่นี่เหรอ?” รันถามด้วยความงุนงง
ยังไม่ทันสิ้นคำถาม เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ดังแบบคนคุ้นเคย แต่เป็นการเคาะที่หนักแน่นและเป็นจังหวะที่ดูมีอำนาจ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยที่เซนจิยังไม่ได้อนุญาต ร่างของหญิงวัยกลางคนที่ดูสง่างามในชุดผ้าไหมสั่งตัดก้าวเข้ามาในห้อง กวาดสายตาคมกริบมาหยุดที่รันราวกับเข็มเย็บผ้า
“เซนจิ... แม่มีเรื่องต้องคุยกับเรา และรวมถึง ‘รูมเมต’ ของเราด้วย”
หิมะแรกในโตเกียวหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์นี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 21
แผนปฏิบัติการง้องอนฉบับคนซึน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!