"ถ้าคุณทำสเต็กชิ้นนี้ไหม้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว ฉันจะย้ายของออกจากห้องคุณคืนนี้เลยนะเซนจิ"
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แต้มอยู่มุมปาก รันภัทรยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทีสบายๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับยามมองแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ ที่กำลังงวดยุบหนอพองหนออยู่หน้าเตาด้วยความตั้งใจเกินร้อย
เซนจิชะงักมือเล็กน้อย หันกลับมามองคนตัวแสบที่ขยันหาเรื่องมาต่อรองเขาได้ตลอดเวลา ใบหน้าคมคายฉายแววขัดเคืองนิดๆ ตามประสาคนรักความสมบูรณ์แบบ แต่แววตาที่มองกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูจนปิดไม่มิด
"ปากเก่งจริงนะรัน... คอยดูเถอะ ถ้าอร่อยไม่พอ อาหารมื้อนี้เธอต้องเป็นคนล้างจานทั้งหมดคนเดียว" เซนจิปรายตามองพลางเอ่ยเสียงดุกลบเกลื่อนความประหม่า มือหนาบรรจงพลิกเนื้อสันนอกเกรดพรีเมียมบนกระทะเหล็กหล่อ ส่งเสียงฉ่าเบาๆ พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องนั่งเล่น
บรรยากาศในห้องสตูดิโอสุดหรูยามค่ำคืนนี้ถูกเปลี่ยนโหมดไปอย่างสิ้นเชิง แสงไฟนีออนสีขาวสว่างตาถูกหรี่ลงเหลือเพียงแสงสีส้มสลัวจากเทียนหอมกลิ่นวานิลลาและไม้จันทน์ที่จุดไว้บนโต๊ะอาหารริมกระจกบานใหญ่ ด้านนอกคือวิวระยิบระยับของมหานครโตเกียวในยามค่ำคืนที่สะท้อนกับกระจกใส แต่วินาทีนี้ ไม่มีอะไรดึงดูดสายตาของทั้งคู่ได้เท่ากับคนตรงหน้าอีกแล้ว
รันภัทรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงทีละนิดโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของรันลอยเข้าแตะจมูกเซนจิ ทำเอาสถาปนิกหนุ่มต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ รันยื่นมือเรียวไปจัดปกเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่เซนตั้งใจใส่มาเพื่อดินเนอร์นี้โดยเฉพาะ นิ้วเรียวไล้ผ่านแผงอกกว้างเบาๆ อย่างจงใจหยอกล้อ
"ล้างจานมันเรื่องเล็กค่ะคุณเซนจิ... แต่ถ้าคุณทำให้อาหารมื้อนี้กร่อย ฉันอาจจะเปลี่ยนใจไปนอนห้องอื่นจริงๆ นะคะ" รันกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มหวานเจือความยั่วเย้าที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
เซนจิกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาตวัดสายตาคมกริบลงมองคนตัวเล็กที่ยืนเบียดชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง มือหนาวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์ทันที ก่อนจะใช้ท่อนแขนแข็งแรงกักตัวรันไว้ระหว่างเขากับขอบเคาน์เตอร์ครัวอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็วนี้ทำให้รันชะงักไปเล็กน้อย แต่ดวงตากลมโตกลับท้าทาย ไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความสนุกสนานที่ท้าทายขีดจำกัดของเสือซึนอย่างเซนจิเท่านั้น
"ท้าทายเก่งนักนะรันภัทร... คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอหรือไง" เสียงทุ้มต่ำเออดลอดลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนจนรันรู้สึกวูบวาบในท้อง
"ก็ลองดูสิคะ ว่าระหว่างสเต็กของคุณกับตัวฉัน อะไรจะไหม้ก่อนกัน" รันตอบสวนทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ยิ่งเห็นท่าทางฮึดฮัดแต่ทำอะไรไม่ได้ของเซนจิ รันก็ยิ่งสนุก
เซนจิแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยวผสมความคลั่งรักที่พุ่งทะยานจนเกินควบคุม ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จากรูมเมตจำเป็นที่ต้องมาแชร์ห้องกันเพราะความจำเป็น กลายเป็นความผูกพันที่กัดกินหัวใจทีละน้อย จากความรำคาญกลายเป็นความคุ้นเคย จากความคุ้นเคยกลายเป็นความขาดไม่ได้ และตอนนี้... เซนจิรู้ดีว่าเขาไม่อยากเป็นแค่อดีตรูมเมต หรือพี่น้องร่วมชายคาอีกต่อไปแล้ว
"พอเลย... ไปนั่งรอที่โต๊ะได้แล้ว เดี๋ยวสเต็กจะ Overcook ซะก่อน" สุดท้ายเซนจิก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมคลายวงแขนออกแล้วดันร่างบางเบาให้ถอยห่างอย่างจำยอม
รันส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ ยอมเดินหมุนตัวไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารริมหน้าต่างอย่างว่าง่าย แต่สายตายังคงจ้องมองทุกอิริยาบถของเซนจิด้วยรอยยิ้ม
ไม่นานนัก จานสเต็กเนื้อมีเดียมแรร์ฉ่ำซอสไวน์แดง พร้อมเครื่องเคียงอย่างหน่อไม้ฝรั่งย่างและมันฝรั่งบดเนื้อเนียน ก็ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้า พร้อมกับไวน์แดงรสเลิศที่รินใส่แก้วทรงสูงประกายแสงไฟสลัว
เซนจินั่งลงฝั่งตรงข้าม แม้บรรยากาศจะดูโรแมนติกและอาหารจะหน้าตาน่ารับประทานเพียงใด แต่แววตาของสถาปนิกหนุ่มกลับมีความตึงเครียดเจืออยู่เล็กน้อย มือหนายกแก้วไวน์ขึ้นจิบบังคับความประหม่าในอก
รันหั่นเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวชầmๆ ก่อนจะดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ รสชาติกลมกล่อมของเนื้อที่ละลายในปากผสานกับซอสเข้มข้น ทำให้ต้องเอ่ยชมออกมาตรงๆ
"อื้ม... อร่อยมากค่ะเซนจิ ไม่คิดว่าคุณจะฝีมือดีขนาดนี้ นึกว่าเก่งแต่เขียนแบบตึกซะอีก"
เซนจิชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นมาได้บ้าง "ถ้าอร่อยก็กินเข้าไปเงียบๆ เถอะน่า"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างเรียบง่าย มีบทสนทนาหยอกล้อกันตามประสาคนปากแข็งกับคนปากเก่ง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มสลับกันไปมาท่ามกลางแสงเทียนที่วับแหว่ง จนกระทั่งจานสเต็กตรงหน้าว่างเปล่า และไวน์ในแก้วพร่องลงไปครึ่งหนึ่ง
เซนจิสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในฐานะสถาปนิกผู้ไม่เคยกลัวโครงสร้างใดๆ บนโลกนี้ แต่กลับสั่นเทาเพียงเพราะสายตาของคนตรงหน้า มือหนาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงเบา ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้แน่น
รันชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตากลมโตฉายแววสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย
"รัน..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกแผ่วเบา ทว่าจริงจังจนรันเผลอกลั้นหายใจ
"อะไรคะ อยู่ๆ ก็ทำหน้าเครียด สเต็กติดคอหรือไง" รันแกล้งแซวกลบเกลื่อนความไหววูบในอกที่จู่ๆ ก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
"เปล่า..." เซนจิสบตากล่าวอย่างมั่นคง แววตาคมกริบฉายชัดถึงความรู้สึกข้างในที่อัดแน่นมานาน "ฉันไม่ได้เครียด... แต่ฉันกำลังจะพูดเรื่องสำคัญ"
รันเงียบลง ปล่อยให้มือของตัวเองอยู่ในอุ้งมืออุ่นจัดของเซนจิโดยไม่คิดจะดึงออก บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงดูเหมือนจะจางหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงจังหวะกัน
"เราอยู่ด้วยกันมานานพอสมควรแล้วนะรัน จากวันแรกที่เธอเข้ามาถล่มห้องฉัน จนถึงวันที่ห้องนี้กลายเป็น... บ้าน ที่มีเธออยู่ด้วย" เซนจิเว้นจังหวะ สายตาทอดมองรันด้วยความลึกซึ้งที่หาดูได้ยาก "ฉันเป็นคนเรื่องมาก รักความสะอาด และไม่เคยคิดจะแบ่งพื้นที่ส่วนตัวให้ใคร... จนกระทั่งเจอเธอ"
รันรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดที่เรียบง่ายแต่จริงใจของเซนจิมีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆ
"เซน..."
"ฉันไม่อยากเป็นแค่รูมเมตของคุณอีกแล้วรันภัทร" เซนจิบีบมือเรียวแน่นขึ้น แววตาคมกริบพราวระยับด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "ย้ายสถานะ... มาเป็นแฟนของเซนจิคนนี้อย่างเป็นทางการได้ไหม?"
คำสารภาพที่ชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางแสงเทียนสลัวและกลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลา รันแทบหยุดหายใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคยประดับบนใบหน้าเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เต็มไปด้วยความสุขล้นปรี่
รันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบรับที่เซนจิรอคอย...
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องดังขึ้นแทรกบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา ทั้งเซนจิและรันสะดุ้งสุดตัว ขมวดคิ้วพร้อมกันด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ
ใครกันที่มาเคาะห้องเอาป่านนี้?
เซนจิถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นมาทันที รันแอบหัวเราะเบาๆ ในความซวยที่จังหวะเวลาช่างเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน
"เดี๋ยวฉันไปดูเอง..." เซนจิเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูห้องด้วยใบหน้าถมึงทึง พร้อมจะอัดหน้าใครก็ตามกล้ามาขัดจังหวะสำคัญในคืนนี้
มือหนากระชากประตูห้องเปิดออกอย่างแรงด้วยอารมณ์ค้างเติ่ง ทว่าภาพเบื้องหลังประตู กลับทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้สุขุมนิ่งค้างไปในทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเมื่อสบเข้ากับดวงตาของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้อง
"เซอร์ไพรส์! เซนจิลูกแม่... ไม่คิดใช่ไหมล่ะว่าแม่จะบินกลับมาจากโตเกียวเร็วกว่ากำหนดแบบนี้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความรักป่วนๆ ของคุณสถาปนิกซึนกับเด็กดื้อคนนี้มาจนถึงบทนี้นะคะ!
ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 26
เซอร์ไพรส์ใต้แสงเทียน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!