ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต•ตอนที่ 25

ชัยชนะและอ้อมกอดแน่นๆ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"โปรเจกต์นี้... ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำของประธานกรรมการบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ดังขึ้น ทลายความเงียบงันที่กดดันในห้องประชุมใหญ่ราวกับยกภูเขาออกจากอก เอกสารพรีเซนต์งานรีโนเวทโครงการศูนย์วัฒนธรรมชุมชนถูกปิดลงบนโต๊ะไม้โอ๊คขัดมัน แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของรันภัทร ร่างโปร่งในชุดสูทเบลเซอร์สีเทาเข้มพรูลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววความภาคภูมิใจระคนความเหนื่อยล้าที่สะสมมาแรมเดือน เสียงปรบมือประปรายดังขึ้นจากรอบห้อง ทีมงานฝ่ายอื่นเริ่มเก็บข้าวของ ทว่ารันกลับยังยืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจกต์ชัน ภาพสามมิติของอาคารไม้เก่าแก่ที่ถูกชุบชีวิตใหม่ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืนยังคงปรากฏหราอยู่ที่เดิม—งานที่ใครหลายคนสบประมาทว่าเด็กฟรีแลนซ์นอกสังกัดอย่างเขาไม่มีวันทำสำเร็จ นี่คือชัยชนะ ชัยชนะที่ไม่ได้แลกมาด้วยโชคช่วย แต่แลกมาด้วยกาแฟนับร้อยแก้ว รอยคล้ำใต้ตา และการอดหลับอดนอนติดต่อกันสามวันสามคืนในห้องพักแคบๆ ที่มีรูมเมต์จอมจุกจิกคอยเคี่ยวเข็ญอยู่เบื้องหลัง "เก่งมากครับ คุณรันภัทร" ตัวแทนจากฝั่งลูกค้าเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้ม "คุณทำให้เราเห็นว่าสถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้แค่สร้างตึก แต่มีไว้สร้างเรื่องราว" รันโค้งตัวรับคำชมด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทันทีที่การประชุมอย่างเป็นทางการสิ้นสุดลงและทุกคนเริ่มทยอยเดินออกจากห้อง ขาทั้งสองข้างของเขาก็แทบจะหมดแรงทรุดลงตรงนั้น หากไม่มีมือปริศนาคู่หนึ่งเอื้อมเข้ามาคว้าข้อศอกของเขาไว้เสียก่อน แรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างโปร่งเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมผสมผสานกับกลิ่นสะอาดเฉพาะตัวของ 'เซนจิ' ลอยเข้าแตะจมูกก่อนที่เจ้าของอ้อมกอดจะพูดอะไรเสียอีก "เก่งเกินไปแล้วมั้ง รันภัทร" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู รันชะงัก เงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่หลังกรอบแว่นสายตา แม้ภายนอกเซนจะพยายามทำตัวให้เป็นทางการที่สุดเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกตในสถานที่ทำงาน แต่ทว่าท่อนแขนแกร่งที่โอบรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นจนแทบจมหายไปกับอกเสื้อนั้น... ฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวตื่นเต้นและคลั่งรักแค่ไหน "ปล่อยนะเซน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" รันเอ็ดเบาๆ พยายามใช้มือดันอกอีกฝ่ายออก แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอมปล่อย แรงกอดกระชับแน่นขึ้นจนกระดุมเสื้อสูทเกือบจะชนกัน "ให้เห็นไปสิ ใครจะทำไม แฟนฉันชนะการประมูลโปรเจกต์ใหญ่ทั้งที ฉันไม่มีสิทธิ์แสดงความยินดีรึไง" เซนกระซิบตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเอาแต่ใจและเย่อหยิ่งตามนิสัยเดิม แต่แววตาที่มองลงมากลับไหวระริกไปด้วยความภาคภูมิใจและอ่อนโยนจนน่าใจหาย รันใจกระตุกวูบ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไปในพริบตาเมื่อสบเข้ากับดวงตาดำขลับคู่นั้น ปากเก่งๆ ที่มักจะหาคำมาเถียงเซนได้ตลอดเวลาพลันปิดสนิท รันทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของห้องประชุมที่เหลือเพียงเข2คน เซนไม่สนใจสายตาของพนักงานทำความสะอาดที่กำลังเดินถือรถเข็นผ่านประตูกระจกเลยสักนิด ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของคนตัวเล็ก นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ "คืนนี้... ฉันจองร้านอาหารญี่ปุ่นริมอ่าวไว้แล้วนะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" เซนกระسิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนแกมบังคับ "ถือว่าเป็นการฉลองให้ชัยชนะของเธอ... และฉลองให้ความอดทนของฉันที่ต้องทนเห็นเหมียวดื้อทำงานหามรุ่งหามค่ำมาหลายวันด้วย" รันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความท้าทาย "ปากร้ายจริงนะสถาปนิกเซนจิ... แต่ก็นะ ขอบคุณค่ะ" เซนชะงักไปนิดเมื่อได้ยินคำพูดและรอยยิ้มละมุนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นจากคนตรงหน้า ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบaที่ทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่รันเคยเห็นมา ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลือหลอ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายภวังค์สีชมพูลงอย่างไม่ไว้หน้า "คุณเซนคะ! เอกสารสรุปงบประมาณด่วนสำหรับล็อตหน้าค่ะ..." เสียงใสของเลขาฯ สาวดังแทรกเข้ามาพร้อมกับที่ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต รันสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมกอดของเซนด้วยความรวดเร็วราวกับไฟฟ้าช็อต ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย ต่างจากเซนที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชายหนุ่มอยากจะยิงศรใส่คนที่กล้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญนี้เหลือเกิน รันแอบหัวเราะคิกคักกับท่าทางหัวเสียของคนตัวโตกว่า ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วก้าวเดินเลี่ยงออกไปทางประตูอีกด้าน ทิ้งให้เซนยืนหน้าบึ้งตึงอยู่กับกองเอกสารของเลขาฯ แต่ทว่า ก่อนที่รันจะก้าวพ้นขอบประตูห้องประชุม มือหนาก็คว้าข้อมือเขาไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงต่ำที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะอีกรอบ "กลับไปถึงห้อง... เราเคลียร์กันยาวแน่ รันภัทร" รันใจกระตุกวูบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด กลับตั้งตารอคอยยามค่ำคืนนี้เสียด้วยซ้ำ ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รันกับเซนมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องนี้มีเด็กดื้อเป็นรูมเมต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%