เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน•ตอนที่ 9

รอยร้าวในแบบแปลน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้า 'ภีม' หวังจะใช้ไม้ตายตื้นๆ แบบนี้เพื่อป่วนงานของผม บอกได้เลยว่าเสียเวลาเปล่าค่ะ" เสียงทุ้มต่ำของคีย์ตวัดขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานเปิดกว้าง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกไม่ได้ขยับเขยื้อnหนีไปไหน เขายังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกริบมองเลยผ่านร่างของชายหนุ่มผู้มาใหม่—ผู้ชายในสูทเนี๊ยบที่ถือแฟ้มแบบร่างโปรเจกต์มาด้วยรอยยิ้มพิมพ์นิยม—ตรงไปยังเงาคุ้นเคยที่ยืนอยู่มุมห้อง วินถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ ดวงตากลมโตฉายแววระอุปนความเหนื่อยหน่ายอย่างปิดไม่มิด เจ้าตัวก้าวเท้าถอยหลังออกมาจากรัศมีประชิดของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ทิ้งระยะห่างอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะส่งสายตาจิกกัดกลับไปตามสไตล์ "แหม คิรินขา ใจเย็นก่อนสิคะ คุณภีมเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ 'ผ่านมา' แถวนี้ทั้งที... เสียดายจังเนอะ ที่บังเอิญซะเหลือเกิน จนฉันเกือบจะเชื่อแล้วว่าเขาติด GPS ไว้ที่เบอร์โทรศัพท์ฉัน" ภีมหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายนั้นเคลือบไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาเดินลอยชายเข้ามาในห้องราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่เสียเอง ดวงตาสีเข้มกวาดมองไปทั่วเซฟเฮาส์และโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษไขแผ่นใหญ่ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของวิน "พี่ก็แค่เป็นห่วงน้องคีย์กับคุณวินเขานี่ครับ โปรเจกต์รีโนเวทห้องพักเซฟเฮาส์นี่มูลค่าไม่น้อยนะ จะมาปล่อยให้คนเขียนบทละครมือสมัครเล่นมาช่วยสเก็ตช์ไอเดีย... เกรงว่าแบบแปลนสวยๆ อาจจะกลายเป็นฉากลิเกคณะใหญ่เอาได้" ภีมจงใจเน้นเสียงเยาะเย้ยในประโยคหลัง บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น คีย์ขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความเย็นชาในแววตาของสถาปนิกหนุ่มไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่เป็นความกรุ่นโกรธที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อเมื่อมีคนมารุกล้ำพื้นที่ที่เขาจัดระเบียบไว้ ทว่า... ก่อนที่คีย์จะได้อ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามแบบฉบับ วินกลับเป็นฝ่ายขยับตัวตัดหน้าขึ้นเสียก่อน รอยยิ้มยียวนบนริมฝีปากบางถูกแทนที่ด้วยมุมปากที่ยกขึ้นนิดๆ อย่างท้าทาย วินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานที่มีแบบแปลนหลักกางอยู่ มือเรียวหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดของคีย์ขึ้นมาควงเล่นอย่างสบายอารมณ์ "ปากดีจังเลยนะคะ คุณภีม... อ้อ เปล่าค่ะ ฉันทหมายถึงฝีปากในการหาเรื่องคนอื่นน่ะนะเก่งเป็นเลิศดี แต่เรื่องงาน... เท่าที่จำได้ ครั้งล่าสุดที่บริษัทคุณรับผิดชอบโปรเจกต์โรงแรมหรูริมแม่น้ำ แปลนฐานรากเบี้ยวจนวิศวกรต้องกุมขมับ เรียกได้ว่าผลงานระดับ 'หายนะ' ชิ้นโบว์แดงเลยไม่ใช่เหรอคะ?" วินยิ้มหวานหยด แต่คำพูดเชือดเฉือนจนอีกฝ่ายหน้าชา "คุณวิน!" ภีมหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเสแสร้งหายวับไปกับตา "อย่ามาพูดจาเลอะเทอะนะ ผมเอาแบบร่างเวอร์ชันอัปเดตมาให้ดูต่างหาก ถ้าไม่มีผมมาช่วยตอนนี้ บอกได้เลยว่าโปรเจกต์นี้พังไม่เป็นท่าแน่ เพราะดูจากสภาพ..." "สภาพอะไรคะ?" คีย์แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เยียบเย็น จนภีมต้องชะงัก "สภาพของเซฟเฮาส์ที่ผมออกแบบเองทุกตารางนิ้ว หรือสภาพสมองของคุณที่คิดว่าผมจะเซ็นอนุมัติงานจากบริษัทไร้มาตรฐานอย่างคุณ?" สถาปนิกหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัววินโดยธรรมชาติ มือใหญ่เอื้อมไปดึงแฟ้มเอกสารจากมือของภีมอย่างไร้ความเกรงใจ สายตาคมกวาดมองกระดาษแผ่นบนสุดเพียงแวบเดียว มุมปากก็กระตุกยิ้มเยาะ "แบบร่างทุเรศๆ แบบนี้... เอาไปใช้ปูรองกรงหมายังสงสารหมาเลยครับคุณภีม เชิญกลับไปก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปดีกว่า" ภีมกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความอับอายที่ถูกหักหน้าอย่างไม่ไว้หน้า "คิริน! นายกล้ามากนะ..." "เชิญค่ะ" วินผายมือไปทางประตูอย่างสุภาพจอมปลอม "ทางออกอยู่ตรงนั้น กรุณาอย่าเหยียบขี้โคลนเข้ามาเลอะพื้นห้องคุณคีย์อีกนะคะ พอดีเจ้าของห้องเขาเป็นโรคเกลียดความสกปรก... โดยเฉพาะความสกปรกในสันតาน" คำพูดของวินทำเอาภีมถึงกับสะดุ้งเฮือก สุดท้ายชายหนุ่มจึงได้แต่ฮึดฮัด สะบัดหน้าเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปัง! สิ้นเสียงประตูปิดลง ความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง คีย์ยังคงยืนนิ่ง มือถือแฟ้มเอกสารห่วยๆ นั้นไว้แน่นก่อนจะโยนมันลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใย "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ" คีย์เอ่ยขึ้นเบาๆ โดยไม่ยอมหันมามองหน้าคนข้างๆ "ก็แค่หมั่นไส้คนฉลาดน้อยค่ะ" วินวางปากกาลงบนโต๊ะ จัดการขยับแฟ้มแบบแปลนของจริงให้เข้าที่เข้าทาง แต่ทว่า... จังหวะที่วินเอื้อมมือไปหยิบไม่บรรทัด T-Square แขนเสื้อเชิ้ตของเจ้าตัวดันไปเกี่ยวเข้ากับแก้วกาแฟเซรามิกที่วางหมิ่นเหม่ริมขอบโต๊ะเข้าพอดี! *เพล้ง!* กาแฟสีดำเข้มสาดกระเซ็นลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่—แบบแปลนโครงสร้างหลักของเซฟเฮาส์ที่ต้องส่งให้ทางเทศบาลตรวจสอบในวันพรุ่งนี้! วินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยพยศรวนเรไปชั่วขณะ "อุ๊ย..." คีย์หันขวับมามองทันที ดวงตาส่อแววตกใจระคนเครียดจัดเมื่อเห็นคราบกาแฟสีน้ำตาลเข้มกำลังซึมลามขยายวงกว้างกลืนกินเส้นสายสถาปัตยกรรมที่เขาใช้เวลาอดหลับอดนอนร่างขึ้นมานับสัปดาห์ "วิน!" เสียงเรียกชื่อนั้นดุดันจนคนฟังสะ throb หัวใจวูบ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความซุ่มซ่าม แต่มันคือหายนะของจริง เอกสารต้นฉบับมีแค่ชุดนี้ชุดเดียว และเวลาที่มีอยู่น้อยนิดก่อนเดดไลน์พรุ่งนี้เช้า... เป็นไปไม่ได้เลยที่จะวาดใหม่ทั้งหมดด้วยมือ! วินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก แม้ปกติจะเป็นคนกะล่อนและปากแข็งแค่ไหน แต่กับความตั้งใจจริงของคีย์... เขารู้ดีว่าผลงานชิ้นนี้มีความหมายต่ออีกฝ่ายมากแค่ไหน ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ หยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะมาซับคราบน้ำกาแฟอย่างลิบลี้ลุกลี้ลุกลน จนมือสั่นเทา "ฉัน... ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ คือมือมันไปโดน..." "หยุด!" คีย์ดึงข้อมือของวินออกเบาๆ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเมื่อครู่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความเคร่งเครียด คีย์ก้มมองรอยเปื้อนบนกระดาษไขแผ่นนั้น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสถาปนิกมืออาชีพ วินยืนมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคีย์ หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกผิด ปกติคีย์ต้องด่ากราดยาวเป็นชุดแล้ว แต่นี่... ความเงียบขรึมและความนิ่งสงบของอีกฝ่ายยิ่งทำให้วินรู้สึกแย่ยิ่งกว่าโดนตะคอกเสียอีก "กระดาษไขแผ่นนี้... ส่วนที่เสียหายคือแนวท่อประปาชั้นสองกับแปลนห้องนั่งเล่นใช่ไหมครับ" คีย์พึมพำกับตัวเอง "อื้ม..." วinพยักหน้ารับหงอยๆ เหมือนเด็กทำความผิด "แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะคิริน ฉัน... ฉันทำพังหมดเลย" คีย์หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้หูลู่หางตกอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธที่มีเมื่อครู่พลันมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเอ็นดูระคนแปลกใจที่ได้เห็นมุมนี้ของนักเขียนบทจอมกวนประสาท "ใครบอกว่าพังครับ" คีย์ถอนหายใจยาว พลางดึงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ออกมานั่งลง "เอาแล็ปท็อปของคุณมานี่สิ" "ห๊ะ?" วินกระพริบตาปริบๆ "หยิบแล็ปท็อปของคุณมา แล้วเปิดไฟล์ CAD ที่เราช่วยกันร่างโครงสร้างคร่าวๆ ไว้เมื่อสามวันก่อน" คีย์ออกคำสั่งเสียงเข้ม แต่แววตาไม่ได้ดุร้ายเหมือนเก่า "ในเมื่อกระดาษไขมันเปื้อนจนแก้ไม่ได้ เราก็แค่เปลี่ยนวิธี... แปลงมันเป็นระบบดิจิทัลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วปรินต์ลงกระดาษเขียนแบบใหม่ซะ" วินเบิกตากว้างขึ้นอีกนิด สมองที่ตื้อตันเพราะความตกใจพลانสว่างวาบ "จริงด้วย! ทำไมฉันถึงคิดไม่ออกนะ" "เพราะมัวแต่ตกใจจนสมองช็อตล่ะสิครับ" คีย์ยื่นมือไปเคาะหน้าผากมนเบาๆ ทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นจนไหล่แทบชิดกัน "เอาล่ะ อย่ามัวแต่ยืนอึ้งครับคุณนักเขียน เวลาเรามีจำกัดถึงเช้าตรู่ ถ้าไม่อยากอดนอนยาวไปจนถึงชาติหน้า... นั่งลงแล้วช่วยผมแก้โค้ดตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย" วินรีบพยักหนัวรับรัวๆ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างกายสถาปัตยกรรมหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวของคีย์ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความร่วมมืออย่างรู้ใจ นิ้วเรียวของทั้งสองคนขยับทำงานประสานกันบนหน้าจอและแป้นพิมพ์ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มยามดึกสงัด คราบกาแฟบนกระดาษไขแผ่นเก่าถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพแบบแปลน 3D สมบูรณ์แบบที่ถูกแก้ไขจนไร้ที่ติ คีย์พิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาตีสามครึ่ง ก่อนจะหันไปมองคนข้างกายที่ตอนนี้ฟุบหน้าลงกับแขนตัวเองบนโต๊ะทำงาน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่าเจ้าตัวเผลอหลับไปทั้งๆ ที่มือยังจับเมาส์ค้างไว้ สถาปนิกหนุ่มอมยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัว มือใหญ่เอื้อมไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวของตัวเองมาคลุมไหล่บางให้อย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น ทว่า... ในวินาทีที่คีย์กำลังจะชักมือกลับ นิ้วเรียวของวินก็ขยับคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น ดวงตากลมโตที่ควรจะหลับใหลกลับลืมขึ้นมองตรงมาด้วยประกายแสงคมกริบและสติที่ตื่นเต็มที่ "ใครบอกว่าฉันหลับล่ะคะ..." เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาในความเงียบ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนสัมผัสได้ "หลอกให้ตายใจต่างหาก... คุณคีย์นี่ใจดีกว่าที่คิดไว้นะคะเนี่ย" คีย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของวินทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับไปไม่เป็น "ปล่อยมือได้แล้วครับ คุณวิน" คีย์กระซิบเสียงพร่า พยายามรักษามาดนิ่งเอาไว้ แต่หัวใจกลับเต้นรัวผิดจังหวะ "ไม่ปล่อยค่ะ..." วินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "แล้วถ้าคืนนี้... ฉันไม่อยากกลับห้องตัวเองล่ะคะ คุณคีย์จะไล่ฉันออกจากเซฟเฮาส์นี้อีกรอบรึเปล่า?" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนวุ่นวายของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะใจเต้นแรงไปพร้อมๆ กับคีย์และวินในตอนนี้ค่ะ — หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%