"ถ้าคุณยังมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะคิดว่าคุณแอบรักฉันนะคะ บ.ก.ริน"
เสียงหัวเราะคิกคักของรินไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องรับแขกของเซฟเฮาส์ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งทิ้งความระอุบางเบาที่ชวนให้กระอักกระอ่วนไว้ระหว่างคนสองคนที่เพิ่งกระโดดออกจากกันราวกับถูกไฟช็อต
วินเสยผมลวกๆ พลางกึ่งนั่งกึ่งพิงอยู่กับพนักโซฟา รอยยิ้มมุมปากยังคงความกะล่อนตามแบบฉบับนักเขียนบทตัวแสบ แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววูบไปเล็กน้อยยามเหลือบมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนตัวตรงแหน่วอยู่ริมหน้าต่าง
คิริน... หรือที่เขาชอบเรียกในใจว่า 'คุณชายเจ้าระเบียบ' กำลังตีสีหน้าเรียบเฉยจนเกือบจะเย็นชา สันกรามคมกริบขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกอย่างสุดความสามารถ
"ผมไม่ได้มอง ผมแค่... ทบทวนงาน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงติดจะห้วนจัดกว่าปกติเล็กน้อย สมาร์ตโฟนในมือถูกพลิกไปพลิกมาซ้ำๆ จนหน้าจอดับลง
"ทบทวนงานหรือทบทวนอย่างอื่นคะ คุณสถาปนิกหน้ามน" รินหรี่ตามองอย่างรู้ทัน เธอวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังพอประมาณ ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนร้อนตัวรู้สึกหน้าร้อนผ่าว "พอดีฉันแวะเอาเอกสารสัญญาฉบับแก้ไขมาให้เซ็นค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็น... เอ่อ ภาพสมาคมคนรักความสะอาดในระยะประชิดแบบนี้"
"ริน!" วินแหวขึ้นมาทันควัน ใบหน้าหล่อเหลามีริ้วสีแดงจางๆ พาดผ่านอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าตัวจะพยายามกลบเกลื่อนด้วยการหัวเราะกลบเกลื่อนก็ตาม "อย่ามาพูดจาเหลวไหล แสงเงาตรงนี้มันหลอกตา ฉันแค่สะดุดพรมแล้วคุณคีย์เขาก็... แค่มีน้ำใจตามประสาคนใจบุญสุนทานก็แค่นั้นเอง"
"สะดุดพรมกลางห้องโล่งๆ เนี่ยนะคะ?" บรรณาธิการสาวเลิกคิ้วสูงอย่างท้าทาย "แปลกดีนะคะ นึกว่าสะดุดรักซะอีก"
วินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรายตามองเพื่อนสนิทที่ชักจะล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขาไปไกลลิบ ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นปูนปั้นอยู่มุมห้อง
แปลก... ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาเหยียบเซฟเฮาส์หลังนี้ คิรินไม่เคยทำตัวปกติใส่เขาเลยสักครั้ง
ถ้าเป็นคนอื่น... วินคงคิดว่านี่คือแผนการสร้างความรำคาญเพื่อขับไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้ออกไปพ้นหูพ้นตา แต่ทว่า... ทุกครั้งที่คิรินทำท่าทางเย็นชาใส่ หรือเอ่ยปากไล่เขาด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน สายตาคู่นั้นกลับไม่ได้สะท้อนความเกลียดชังออกมาเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันมีความลังเล ความกังวล และบางสิ่งที่ลึกล้ำกว่านั้นซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งขรึม ราวกับกำลังพยายามปิดกั้นกำแพงบางอย่างไม่ให้ใครข้ามผ่าน
และนั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้วินคาใจจนนอนไม่หลับมาสามคืนติดต่อกัน
"โอเค งั้นรินเซ็นสัญญาตรงนี้ให้เรียบร้อย แล้วก็กลับไปได้แล้วค่ะ ฉันกับคุณคีย์เขามีเรื่องต้องเคลียร์กัน..." วินเอ่ยปากไล่เพื่อนสนิทหน้าตาเฉย พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่ง จนคิรินต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"อุ๊ย ตายจริง..." รินแสร้งทำเป็นยกมือปิดปาก ดวงตาส่อประกายวิบวับอย่างคนชอบเสพเรื่องชาวบ้าน "มีเรื่องส่วนตัวต้องเคลียร์กันสองต่อสองด้วย... งั้นฉันไม่กวนใจแล้วดีกว่าค่ะ เชิญตามสบายนะคะ คุณนักเขียน กับคุณสถาปนิก"
ร่างเพรียวของบรรณาธิการสาวหมุนตัวเดินลิ่วไปยังประตูหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ห้องรับแขกกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้กลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
วินไม่รอให้บรรยากาศอึดอัดไปมากกว่านี้ เขาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่ม ดวงตาคมกริบจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อนของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณคีย์" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกนิ่งๆ แต่น้ำเสียงกลับจริงจังกว่าทุกครั้ง
คิรินชะงักเล็กน้อย ปรายตามองคนตัวสูงกว่าที่ยืนขวางทางเดินอยู่ "อะไรของคุณอีก"
"ผมมีเรื่องอยากถาม... และหวังว่าคุณจะตอบแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่กวนประสาทกลับมาเหมือนทุกที" วินก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นหอมสะอาดจางๆ จากตัวของสถาปนิกหนุ่มลอยมาแตะจมูก
คิรินเม้มริมฝีปากแน่น เกร็งหัวไหล่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ผมไม่มีเหตุผลอะไรต้องตอบคำถามคุณ"
"มีสิครับ" วินเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มยียวนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงแววตาสงสัยที่จริงจังจนน่ากลัว "บอกผมหน่อย... ทำไมคุณถึงตั้งแง่กับผมขนาดนี้?"
คำถามนั้นทิ้งตัวลงกลางอากาศราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงผืนน้ำนิ่งสนิท
คิรินชะงักกึก ดวงตาคู่สวยไหววูบไปวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว "ผมไม่ได้ตั้งแง่ คุณคิดไปเอง"
"ผมคิดไปเองงั้นเหรอ?" วินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปอีกก้าว จนหลังของคิรินแทบจะติดกับกรอบหน้าต่างกระจก "ตั้งแต่วันแรกที่ผมแบกกระเป๋าเข้ามาเหยียบที่นี่ คุณทำหน้าเหมือนผมเป็นโจรปล้นบ้าน ทั้งที่ผมก็แค่นักเขียนบทต๊อกต๋อยคนหนึ่งที่มาขออาศัยหลบมุมคิดงาน... คุณรังเกียจผมเหรอ? หรือว่า..."
วินหยุดพูดไปนิด ปลายสายตากวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนใจสั่น
"...หรือว่าคุณกลัวอะไรบางอย่างในตัวผมกันแน่?"
คำว่า 'กลัว' กระแทกเข้าใส่ความรู้สึกของคิรินอย่างจัง สถาปนิกหนุ่มรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน หัวใจในอกกระหน่ำเต้นรัวจนน่ารำคาญ ยิ่งได้เห็นแววตาที่ฉายแววรู้ทันและท้าทายจากคนตรงหน้า คิรินก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในมุมอับที่ไม่มีทางหนี
"ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น วินทร์" คิรินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่กว้างให้ออกห่าง แต่ทว่าคนตัวสูงกลับปักหลักนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน "เลิกมโนแล้วถอยไปซะ ผมจะไปทำงาน"
"ไม่ถอย จนกว่าคุณจะพูดความจริง" วินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความใกล้ชิดที่อันตรายเกินขีดจำกัด "ทำไมต้องเป็นผมวะคีย์? ทำไมคุณถึงต้องทำท่าเหมือนเกลียดผม ทั้งที่เวลาผมเข้าใกล้... คุณไม่เคยผลักผมออกจริงๆ เลยสักครั้ง"
ประโยคสุดท้ายทิ้งน้ำหนักลงบนหัวใจของคิรินอย่างรุนแรง ร่างโปร่งแข็งค้างไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนคิดคำแก้ตัวไม่ออกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของวินเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าของเขา ปัดปอยผมที่ตกลงมาบังตาให้อย่างอ่อนโยน—สัมผัสที่ขัดกับคำพูดกวนประสาทโดยสิ้นเชิง
ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคมเข้มที่ฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะตีความ
ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องรับแขก มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างน่าประหลาด
วินกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างต่อ ทว่า...
*กริ๊งงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังลั่นขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมระอุให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
คิรินสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกวินให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัวทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่วินสบถเบาๆ อย่างขัดใจเมื่อเหยื่อความอยากรู้อยากเห็นของเขาเกือบจะหลุดคำสารภาพออกมาอยู่รำคาญ
"ใครมาวะเนี่ย..." วินขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองทางประตูหน้าบ้านอย่างหงุดหงิด
คิรินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปเพื่อเปิดประตู โดยมีวินเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยความอยากรู้ไม่แพ้กัน
แกร็ก—
บานประตูไม้สักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรغของใครบางคนยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ ใบหน้าคมคายรับกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งตรงมาให้คิรินอย่างสนิทสนม ทำให้วินถึงกับหรี่ตาลงทันทีที่เห็นหน้าแขกผู้มาเยือนยามวิกาลคนนี้
"อ้าว... น้องคีย์ครับ พอดีพี่ผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาแบบร่างโปรเจกต์ใหม่มาให้ดู... เอ๊ะ หรือว่าพี่มารบกวนเวลากระชับมิตรกับแขกคนพิเศษของคุณเข้าล่ะเนี่ย?"
____________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้วินกับคุณคีย์นะคะ หิมะแรกในโตเกียวสัญญาว่าจะพาไปขยี้ปมให้ฟินจิกหมอนยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน•ตอนที่ 8
ทำไมต้องเป็นนาย
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!