ก้านนิ้วเรียวที่กำลังเคาะหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นจังหวะชะงักกึกทันที เมื่อเสียงหัวใสของรินดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดในห้องโถงราวกับเปิดเพลงร็อคกลางงานศพ
"อุ๊ย ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะโปรเจกต์ระดับชาติของพวกคุณเข้าสินะคะ"
รินส่งยิ้มหวานหยด ยัยตัวแสบประจำสำนักพิมพ์แห่งนี้ไม่เคยมามือเปล่า มือข้างหนึ่งหิ้วถุงกาแฟแบรนด์ดัง อีกข้างคีบแท็บเล็ตเคสสีพาสเทลแกว่งไปมา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นกวาดมองผู้ชายสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต คนหนึ่งคือคิริน สถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบที่หน้าตาบึ้งตึงยิ่งกว่าก้นกระทะ ส่วนอีกคนคือวินทร์ นักเขียนบทมือทองที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนกลืนยาขมหม้อใหญ่
"ถ้าหมายถึงโปรเจกต์ที่จะทำให้ฉันประสาทกินตายก่อนต้นฉบับส่งล่ะก็... เธอมาถูกเวลาพอดีเลยล่ะริน" วินทร์พ่นลมหายใจพรืด เบี่ยงตัวหลีกทางให้บรรณาธิการสาวเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้อง โดยไม่ลืมปรายหางตาดุใส่ร่างสูงโปร่งของคนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่
"สวัสดีค่ะคุณคีย์ ไม่เจอกันนาน หล่อขึ้นเป็นกองเลยนะคะเนี่ย สงสัยงานรีโนเวทพื้นที่ส่วนกลางคอนโดตึกนี้จะฮวงจุ้ยดี" รินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงรื่นเริงผิดคาด ขณะหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวอย่างถือวิสาสะ
คิรินปรายตามองเอกสารในมือรินแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ตามสไตล์มนุษย์หิน "ผมไม่ได้มาดูฮวงจุ้ยครับ ผมมาเคลียร์เรื่องแบบแปลนที่ยังไม่ลงตัวเพราะ... นักเขียนบางคนแถวนี้ชอบแก้บทส่งเดช"
วินทร์เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง "เดี๋ยวนะคุณคีย์! ที่ฉันแก้เพราะแบบที่คุณออกแบบมามันเหมาะกับหอศิลป์ปารีส ไม่ใช่คอนโดพัก A ของคนธรรมดา! จะให้ลูกบ้านเดินชนเสาปูนเปลือยหัวร้างข้างแตกตายคาล็อบบี้หรือไงคะ ถึงจะถูกใจสถาปนิกผู้สูงส่งอย่างคุณ!"
"ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิดแทนที่จะเอาแต่จินตนาการเรื่องไร้สาระ คุณจะรู้ว่าคอนเซปต์ Minimalist Industrial มันช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ดีที่สุด" คิรินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองคนตัวเล็กกว่าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ไม่แพ้กัน
"พอๆๆ ค่ะคุณขา!" รินยกมือขึ้นห้ามศึกราวกับกรรมการมวยสากลสมัครเล่น ก่อนจะวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังปัง "เลิกกัดกันเป็นหมากับแมวสักสิบนาทีได้ไหมคะ ในฐานะบก.ของวินทร์ และในฐานะตัวแทนของนิติบุคคลคอนโดนี้ ฉันมีประกาศิตจากเบื้องบนมาแจ้ง"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ วินทร์หรี่ตามองเพื่อนสนิทด้วยความระแวง สัญชาตญาณเตือนภัยร้องลั่นว่ารyกำลังจะนำพาหายนะก้อนโตมาให้
"ประกาศิตอะไรของเธอ ว่ามาซิ อย่าลีลา" วินทร์ท้วงเสียงห้วน
รินยิ้มกริ่ม ยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลไฟล์ PDF ไปตรงกลางระหว่างผู้ชายทั้งสองคน "เนื่องจากคณะกรรมการคอนโดลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า พื้นที่ส่วนกลาง ล็อบบี้ และสวนหย่อมชั้นดาดฟ้าของตึกเราต้องเสร็จทันก่อนฤดูฝนนี้ และเพื่อให้งานออกแบบตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและ 'ฟังก์ชันการใช้งานของผู้อยู่อาศัยจริง' ทางนิติเลยขออนุมัติ..."
รินเว้นจังหวะ หันไปสบตากับคิรินก่อนจะหันกลับมาขยิบตาให้วินทร์
"...ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาสองคน โดยให้คุณคิริน สถาปนิกคุมโปรเจกต์ ร่วมมือกับคุณวินทร์ นักเขียนบทผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์ เป็น Co-Project Manager ร่วมกันค่ะ!"
*กริบ*
เงียบสนิท ชนิดที่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
วินทร์อ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำว่า *ร่วมมือ* วนซ้ำไปซ้ำมาสามรอบถ้วน ก่อนจะอุทานออกมาเสียงดัง "เธอจะบ้าเหรอริน! ให้ฉันไปทำงานร่วมกับไอ้คุณชายน้ำแข็งนี่เนี่ยนะ? ชาตินี้ฉันยอมเป็นโสดตายคาคานยังจะดีกว่า!"
"ผมก็ปฏิเสธครับ" คิรินตอบรับทันที น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความลังเล "ตารางงานผมแน่น ไม่มีเวลามานั่งเถียงกับคนไร้ระเบียบวินัยแบบนี้หรอกครับ"
รินหัวเราะคิกคัก ชอบใจเสียยิ่งกว่าได้ดูละครหลังข่าว "ปฏิเสธไม่ได้ค่ะ! เพราะนี่คือคำสั่งจากประธานกรรมการนิติบุคคลโดยตรง และถ้าพวกคุณสองคนทำงานชิ้นนี้ล่ม... ฉันจะระงับค่านิยายเรื่องใหม่ของวินทร์สามเดือนรวด ส่วนคุณคีย์คะ... สัญญาจ้างมูลค่าเจ็ดหลักกับโครงการใหม่ของบริษัทคุณทางนิติก็จะยกเลิกด้วยเช่นกันค่ะ"
หมัดฮุคชุดใหญ่จากบก.สาวทำเอาผู้ชายร่างสูงสองคนถึงกับสะอึก วินทร์หันขวับไปมองคิรินที่ตอนนี้ใบหน้าคมสันบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน
"เธอแบล็กเมลเรา" คิรินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่รินอย่างคาดโทษ
"แหม ใช้คำว่า 'กระตุ้นศักยภาพ' จะดูน่ารักกว่านะคะคุณคีย์" รินลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าถือคู่ใจมาสะพายไหล่ พลางส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ทั้งคู่ "เอาล่ะค่ะ ฉันหมดหน้าที่แล้ว เชิญพวกคุณเคลียร์คิวแล้วเริ่มงาน 'โปรเจกต์ปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง' ได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าเลยนะคะ... อ้อ ห้องทำงานส่วนกลางชั้นสาม นิติเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ไปเคลียร์กันให้ลงตัวล่ะ บาย!"
พูดจบ รินก็หมุนตัวเดินนกเขาโบยบินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งระเบียบเวลาและภาระอันหนักอึ้งไว้ให้คนทั้งคู่รับเคราะห์
ประตูห้องปิดสนิทลง ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง วินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองปอยๆ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด
ส่วนคิรินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีเข้มคมปลาบจับจ้องร่างบางที่กำลังนั่งหัวเสียอยู่เบื้องหน้าทีละนิด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนกระทั่งเงาสูงทาบทับลงบนตัวของวินทร์
วินทร์เงยหน้าขึ้นหวังจะพ่นคำด่าใส่สักชุด แต่จังหวะที่เงยขึ้นนั้น ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับสันจมูกคมของอีกฝ่ายที่โน้มตัวลงมาท้าวแขนกับพนักพิงโซฟาในระยะประชิด
ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจางๆ จากตัวคิรินทำให้วินทร์ชะงัก ลืมคำด่าทอทั้งหมดที่เตรียมไว้ในหัวไปจนหมดสิ้น
ดวงตาสมาร์ทโฟนของคิรินหรี่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนกของเขาอย่างชัดเจน มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความท้าทายอันตราย
"ดูท่าทาง... เราคงต้องร่วมงานกันยาวๆ แล้วล่ะครับ... คุณนักเขียนปากเก่ง"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูแผ่วเบา ราวกับจงใจทอดสะพานข้ามเส้นแบ่งเขตความอดทนของวินทร์ให้ขาดผึ่งลงในวินาทีนั้นเอง
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความป่วนของตาสถาปนิกกับนายปากร้ายคนนี้นะคะ! หวังว่าจะสนุกจนวางไม่ลงเลยค่ะ! — หิมะแรกในโตเกียว
เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน•ตอนที่ 4
โปรเจกต์งานที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!