เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทบนโต๊ะไม้สักราคาแพง ดังสะท้อนก้องห้องทำงานกว้างในเซฟเฮาส์จนวินทร์ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง
สถาปนิกหนุ่มเจ้าของเซฟเฮาส์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเยียบเย็น ราวกับกำลังประเมินว่าควรจะโยนนักเขียนบทจอมกะล่อนคนนี้ออกนอกหน้าต่างชั้นสามก่อน หรือจะปล่อยให้พิษสงของอีกฝ่ายเผาทำลายสติสัมปชัญญะของเขาให้หมดสิ้นเสียก่อนดี
"ผมบอกคุณเป็นครั้งที่สามแล้วนะวินทร์ ว่าผนังกระจกบานนั้นไม่มีทางทุบออกเพื่อทำเป็นเคาน์เตอร์บาร์เปิดโล่งตามใจคุณเด็ดขาด"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววหงุดหงิดตวัดขึ้นทันทีที่วินทร์หยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงของเขามาควงเล่นอย่างไร้ความเกรงใจ
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะคุณคิรินขา" วินทร์ลากเสียงยียวน จงใจเปลี่ยนสรรพนามเพื่อกวนประสาทคนตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากเผยความร้ายกาจชนิดที่ต่อให้เป็นพระอิฐพระปูนก็ยังต้องร้าวราน "ในเมื่อคาแรกเตอร์ของตัวละครหลักในเรื่องนี้ เป็นพวกชอบดื่มไวน์เคล้าแสงจันทร์ริมระเบียง การมีเคาน์เตอร์เชื่อมต่อระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นมันคือนิพพานของซีนดราม่าเลยนะรู้ไหม การจัดแสงแบบนี้น่ะมันช่วยบิ้วต์อารมณ์คนดูได้ดีกว่างานดีไซน์แข็งกระด้างที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมไร้หัวใจของคุณตั้งเยอะ"
"นี่คุณเอาตรรกะนิยายน้ำเน่ามาใช้กับโครงสร้างสถาปัตยกรรมจริง ๆ น่ะเหรอ?" คิรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางเฉียบ "โครงสร้างรับน้ำหนักของเซฟเฮาส์หลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ไม่ใช่เพื่อให้คุณเอาความเพ้อฝันไร้สาระมาทำลายความสมบูรณ์แบบทางวิศวกรรม"
"โอ๊ะ! ความสมบูรณ์แบบที่ว่านี่รวมถึงการทำให้อากาศในห้องมันเย็นชาจนฉันหายใจไม่ออกด้วยหรือเปล่าคะ?" วินทร์วางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง *ก๊อก* เจ้าตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คม "คุณมันก็แค่คนกลัวการเปลี่ยนแปลง... กลัวแม้กระทั่งจะเปิดพื้นที่ในใจให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม ไม่แปลกใจเลยที่แบบร่างของคุณมันถึงไร้ชีวิตชีวา ปราศจากความรู้สึกสิ้นเชิง"
คำพูดนั้นราวกับลูกศิษย์ที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจ คิรินชะงักไปชั่ววินาที กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผม?" คิรินก้าวเข้าประชิดจนแผ่นหลังของวินทร์เกือบจะชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน มือหนาข้างหนึ่งยันลงกับพนักพิงโซฟา กักขังร่างบางไว้ในอาณาเขตของตัวเองอย่างจงใจ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มใสจนวินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "อย่าทำเป็นอวดรู้ในสิ่งที่คุณไม่มีวันเข้าใจ วินทร์... คุณเป็นแค่นักเขียนที่เก่งแต่ใช้คำพูดสวยหรูไปวัน ๆ เท่านั้นแหละ"
"ถ้างั้นก็พิสูจน์ให้ดูสิคะ!" วินทร์เชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาหลุดลอดซี่โครง ความใกล้ชิดที่อันตรายเกินขอบเขตทำให้เส้นประสาทในสมองส่งสัญญาณเตือนภัยยิบ ๆ แต่ทิฐิและริมฝีปากที่ชอบเอาชนะกลับไม่ยอมถอยร่น "ถ้าแบบร่างของคุณมันดีเลิศเลอนัก ทำไมตอนที่ฉันเสนอไอเดียปรับปรุงห้องทำงานเพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจ คุณถึงได้ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะกินยาพิษล่ะคะ"
"เพราะไอเดียของคุณมันไร้สาระ!"
"แต่มันขายได้!"
"ที่นี่ไม่ใช่ตลาดสดที่จะมานั่งต่อรองราคาสินค้า!" คิรินตวาดกลับเสียงกร้าว ความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งวันขาดผึ่งลงในพริบตา "ผมจ้างคุณมาเพื่อเขียนบท ไม่ใช่มาต่อเติมบ้านตามอำเภอใจ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันทีหลังจากเสียงตวาดนั้นสิ้นสุดลง ไดอะล็อกเชือดเฉือนเมื่อครู่ทิ้งร่องรอยความตึงเครียดไว้กลางอากาศ วินทร์เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ รอยยิ้มยียวนเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงแววตาสั่นไหวที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว
คิรินเองก็ชะงักไปเมื่อเห็นประกายความไหววูบในดวงตาคู่สวยนั้น ความรู้สึกผิดสายหนึ่งวาบผ่านเข้ามาในใจ แต่มันก็ถูกความถือดีกลบฝังลงอย่างรวดเร็ว เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำบางอย่างเพื่อลดความตึงเครียด
ทว่า... ก่อนที่บทสนทนาอันร้อนระอุจะดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก ๆ ๆ*
ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสไตล์บลิซเนสส์แฟชั่นที่ก้าวฉับ ๆ เข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก รินหอบหายใจเล็กน้อย กวาดสายตามองคนทั้งสองที่ยืนชิดติดกันจนแทบจะสิงร่างด้วยสายตาตกตะลึง
"วิน! คุณคิริน!แย่แล้วค่ะ..." รินร้องอุทานเสียงหลง มือเรียายกขึ้นทาบอก "ผู้จัดจากช่องส่งข้อความมาด่วนที่สุด บอกว่าพวกเขายกเลิกโลเคชั่นเซฟเฮาส์หลังนี้แล้ว และต้องการให้เปลี่ยนพล็อตเรื่องทั้งหมดภายในสามวันเพราะกระแสเรียกร้องจากแฟนคลับในเน็ตเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ!"
คิรินผละออกจากร่างของวินทร์ทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น ในขณะที่วินทร์เบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองเพื่อนสนิทด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะยังไม่หนีหายไปไหนนะคะ เพราะศึกหนักเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองค่ะ!
เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน•ตอนที่ 5
แบบร่างที่ไม่มีวันเข้ากัน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!