กลิ่นคั่วเข้มของเมล็ดพันธุ์เกศิณีผสมผสานกับความเงียบเชียบของระเบียงคอนโดมิเนียมย่านอารีย์ในยามที่เมืองยังไม่ทันตื่นเต็มตา แต่สำหรับคิรินแล้ว ความสงบมักเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่มักถูกทำลายลงได้ง่ายดายด้วยสิ่งมีชีวิตที่ชื่อ ‘วินทร์’
สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ยกแก้วเซรามิกสีดำสนิทขึ้นจิบ ปรายตามองคนตัวแสบที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพสวมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงนอนลายการ์ตูนยับยู่ยี่ เส้นผมชี้โด่เด่ราวกับรังนกกระจอก แต่ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่พร้อมหาเรื่องเขาได้ตั้งแต่ยังไม่ล้างหน้า
"กาแฟดริปมือแกนี่รสชาติเหมือนอิฐบล็อกโดนน้ำร้อนลวกเลยนะคิริน ดื่มเข้าไปแล้วนอกจากตาสว่างแล้ว ยังรู้สึกเหมือนอายุขัยลดลงไปสามปี"
วินทร์เอ่ยขึ้นทันทีที่พิงสะโพกเข้ากับราวระเบียงเหล็กดัด มือเรียวคว้าแก้วกาแฟในมืออีกฝ่ายไปถือหน้าตาเฉยแล้วยกขึ้นจิบหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจสายตาคมกริบที่วัดส่วนสูงและประเมินความน่าหมั่นไส้ของเขาในหัวไปไม่ต่ำกว่าสบรอบ
"ถ้าลิ้นจระเข้ของนายแยกแยะไม่ออกระหว่างเกواتบล็อกกับเกอิชาบราซิลคั่วกลาง ก็กรุณาใช้แก้วน้ำเปล่าธรรมดาจากก๊อกน้ำเถอะค่ะ วินทร์... เซฟเฮาส์นี้ไม่ได้มีบริการบาริสต้าส่วนตัวสำหรับนักเขียนบทไส้แห้งที่ตื่นสายเป็นสันดาน"
คิรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นเยียบจนเกือบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่กลับซ่อนแรงกระแทกกระทั้นไว้ในทุกพยางค์ ดวงตาคมปลาบกวาดมองคนตรงหน้าที่ทำลอยหน้าลอยตาไม่สะทกสะท้าน
"แหม ปากคอเรานี่มันคมยิ่งกว่าคัตเตอร์ตัดโมเดลของแกซะอีกนะคุณสถาปนิก... อุตส่าห์ตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์รับยามเช้าทั้งที ทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลาด้วยล่ะคะ ยิ้มหน่อยสิ เดี๋ยวริ้วรอยถามหาแล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน"
วินทร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวรีหยيسยลงเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เขารู้ดีว่าจุดไหนคือสวิตช์เปิดโหมดหงุดหงิดของคนตรงหน้า และเขาก็ชอบที่จะกดมันเล่นเสียเหลือเกิน—มันคือความบันเทิงยามเช้าอย่างเดียวที่พอยอมรับได้ในสถานที่กักตัวบำบัดความคิดสร้างสรรค์แห่งนี้
คิรินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กเสียงดัง ‘กริ๊ก’ จนของเหลวสีเข้มกระฉอกเล็กน้อย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวคนกวนประสาทอย่างรวดเร็ว จนวินทร์ที่กำลังจะยกแก้วจิบซ้ำต้องชะงัก ร่างโปร่งบางถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับราวระเบียงกระจกใสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ระยะห่างระหว่างเขาทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบา คิรินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของนักเขียนบทตัวแสบที่เริ่มมีอาการชะงักงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไปจากมุมปากของวินทร์ เหลือเพียงความไหววูบในแววตาที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด
"ถ้าว่างมากจนไม่มีบทละครจะส่งกองบรรณาธิการ นายเอาเวลาไปเก็บกวาดห้องนอนตัวเองที่รกยิ่งกว่ารังหนู หรือไม่ก็หุบปากแล้วดื่มกาแฟไร้รสนิยมแกไปเงียบๆ จะดีกว่าค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นกาแฟเจือจางเป่ารดต้นคอขาวผ่องของวินทร์ จนเจ้าตัวเผลอหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมากลางอก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อพบว่าไอ้สถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบคนนี้ เวลาโกรธแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างเดียว... แต่มันดันอันตรายต่อหัวใจอย่างประหลาด
"นี่แก..." วินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเค้นเสียงให้ดูมั่น100%เหมือนเดิม "ถอยไปห่างๆ เลยนะคิริน กลิ่นตัวแกมัน... มันรบกวนสมาธิในการเขียนบทของฉันเว้ย!"
"ข้ออ้างของคนแพ้ทาง" คิรินเหยียดยิ้มหยันที่มุมปาก แต่มือข้างหนึ่งกลับไม่ได้ขยับหนี มันยังคงวางทาบอยู่บนราวระเบียง กักตัววินทร์ไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์ "จำไว้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของฉัน กฎข้อแรกคือห้ามล้ำเส้น และข้อที่สอง... อย่ามาลองดีกับความอดทนที่เหลือน้อยนิดของฉัน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของใครบางคน—หรืออาจจะทั้งคู่—ที่ดังแข่งกับเสียงรถราบนท้องถนนเบื้องล่าง แววตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีที่ปะทะกันรุนแรงเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านอย่างน่าประหลาด
ทว่า... ก่อนที่คิรินจะได้เอ่ยประโยคเชือดเฉือนบทต่อไปเพื่อตอกย้ำชัยชนะ
*กริ๊งงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูห้องพักดังขึ้นทำลายความเงียบงันและระยะห่างอันตรายนั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว วินทร์สะดุ้งสุดตัวราวกับหลุดออกจากภวังค์ รีบใช้มือผลักอกแกร่งของคิรินให้ออกห่างทันที ขณะที่คิรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ
สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันหลังเดินสาวเท้าก้าวกลับเข้าไปในห้องโถงเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามเช้าตรู่แบบนี้ วินทร์รีบยกมือขึ้นทาบอกตัวเองเพื่อตั้งสติ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินตามหลังไปติดๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
คิรินเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูและดึงบานประตูให้เปิดออก...
ทว่า ร่างที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าประตูพร้อมกับถุงกระดาษร้านเบเกอรี่ชื่อดัง กลับทำให้ทั้งคิรินและวินทร์ที่เดินตามออกมาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"เซอร์ไพรส์! ฉันแวะเอาครัวซองต์ร้านโปรดมาฝาก... อ้าว คิริน ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นล่ะ หรือว่านายไม่ได้อยู่คนเดียว?"
ริน บรรณาธิการสาวคนสนิทผู้กุมความลับทั้งหมดของวินทร์ เอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะกวาดสายตามองข้ามไหล่กว้างของคิริน เข้ามาสบตากับวินทร์ที่ยืนค้างเติ่งอยู่กลางห้องโถงพอดี
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความป่วนชวนฟินในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หิมะแรกในโตเกียวสัญญาว่าจะเสิร์ฟความแซ่บให้ฟินจิกหมอนยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน•ตอนที่ 3
กาแฟยามเช้าและคำพูดถากถาง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นี้มีไว้ให้เธอพักใจ ไม่ใช่ให้มาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!