"ตัวเลขสีแดงพวกนี้... มันหมายความว่ายังไงกันคะ อาคิระ?"
รินวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดังจนแก้วชาที่ยังอุ่นอยู่สั่นไหว เขาไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ ยังคงก้มหน้าก้มตาขัดมีดทำครัวด้วยความบรรจงเกินความจำเป็น เสียงเหล็กกระทบหินลับมีดดัง 'ครืด... ครืด...' เป็นจังหวะที่ฟังดูเย็นเยียบและน่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน
อาคิระชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมีดลงอย่างแผ่วเบา "มันก็หมายความตามที่เห็นนั่นแหละริน โฮมสเตย์ของเราไม่ได้มีแขกมาพักนานเกินไปแล้ว"
"ฉันรู้ค่ะ!" รินเผลอขึ้นเสียง ก่อนจะพยายามสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความสั่นเครือในลำคอ "แต่คุณดูสิ เราแทบไม่มีเงินจ่ายค่าวัตถุดิบสำหรับสัปดาห์หน้าด้วยซ้ำ เงินเก็บที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้... มันหายไปเกือบหมดแล้ว"
อาคิระหันกลับมา แววตาของเขาที่เคยสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในคลองคาโมะยามไร้ลม กลับไหววูบราวกับมีพายุพัดผ่าน เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่จ้องมองมือของตัวเองที่ยังคงสั่นเทาไม่เลิก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวที่มีเพียงกลิ่นซุปมิโซะจางๆ หลงเหลืออยู่ แต่มันกลับไม่มีความอบอุ่นเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"ผมขอโทษ" เสียงของเขาแหบพร่า
"ขอโทษแล้วมันช่วยอะไรคะ?" รินเดินเข้าไปใกล้คนตัวสูงกว่า ความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมาตลอดหลายสัปดาห์เริ่มพรั่งพรูออกมา "ฉันพยายามแล้วที่จะทำตลาดออนไลน์ ฉันปรับปรุงเมนูตามคำแนะนำของคุณ แต่ทำไม... ทำไมโฮมสเตย์ที่ควรจะมีชีวิตชีวากลับกลายเป็นที่ฝังศพความฝันของพวกเราไปได้"
อาคิระแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดมากกว่ามีความสุข "ความฝันเหรอ? บางทีมันก็อาจจะเป็นแค่สิ่งของที่เรายืมคนอื่นมาใช้เพื่อหลอกตัวเองไปวันๆ เท่านั้นแหละริน คุณไม่เข้าใจหรอกว่าโลกข้างนอกนั่นมันไม่ได้ใจดีกับคนที่หนีมาซ่อนตัวอย่างเรา"
รินนิ่งไป เขาพูดเหมือนคนที่มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าที่ราบเรียบนั้นตลอดเวลา ทุกครั้งที่ยอดจองลดลง ทุกครั้งที่เขาต้องปั้นหน้ายิ้มรับแขกที่ไม่มีอยู่จริง อาคิระจะถอยห่างออกไปเรื่อยๆ ราวกับกำแพงที่กั้นระหว่างพวกเขากำลังหนาตัวขึ้นจนมองไม่เห็นแม้แต่แสงไฟจากอีกฝั่ง
"คุณไม่ได้หนีมาคนเดียวนะอาคิระ เรากำลังทำสิ่งนี้ด้วยกัน" รินเอื้อมมือไปหมายจะคว้าแขนของเขาไว้ แต่ชายหนุ่มกลับชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก
เขามองรินด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ถ้าผมบอกคุณว่า... ความซวยของโฮมสเตย์แห่งนี้มันไม่ได้เริ่มจากเรื่องเศรษฐกิจ แต่มันเริ่มจากวันที่ผมก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ คุณจะยังอยากให้ผมอยู่ต่อหรือเปล่า?"
รินชะงักไป คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลึกลงไปในอก ความกลัวที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจปะทุขึ้นมา เขาหมายความว่าอย่างไร? สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในบัญชี แต่เป็นปมหลังที่เขากำลังพาหายนะมาสู่โฮมสเตย์ที่รักของรินอย่างนั้นหรือ?
"คุณหมายความว่ายังไง?" รินถามเสียงเบาหวิว
อาคิระไม่ตอบ เขาหยิบผ้ากันเปื้อนออกแล้วโยนมันลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ไยดี ก่อนจะเดินออกไปทางหลังบ้าน ทิ้งให้รินยืนอยู่ท่ามกลางตัวเลขสีแดงฉานในบัญชีที่เหมือนคำพิพากษา รินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง เขาไม่ได้ต้องการคำตอบที่สวยหรู แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นความมืดมิดที่ยิ่งกว่าเดิม
ท่ามกลางความสับสน รินสังเกตเห็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ถูกเสียบไว้ใต้แจกันบนโต๊ะทำงานของคุณปู่ เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน ด้วยมือที่สั่นเทา รินหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน ลายมือคุ้นตาที่เขาจำได้ดีว่าเป็นลายมือของคุณปู่เขียนไว้สั้นๆ
*‘ถึงหลานรัก... หากวันใดที่เจ้าพบกับทางตัน ให้ระวังชายผู้มีรอยแผลเป็นที่หัวไหล่ซ้าย เขาไม่ใช่แค่เชฟ... เขาคือคนที่ครอบครัวเราเคยทำลายชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน’*
รินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก เขารีบก้าวออกไปที่ระเบียงมองหาอาคิระ แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เขาต้องหยุดหายใจ...
ตรงหน้าประตูบ้าน มีชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยืนขวางทางอยู่ อาคิระยืนเผชิญหน้ากับคนผู้นั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและหวาดกลัว ก่อนที่ชายแปลกหน้าจะขยับเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่หัวไหล่ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก
"ได้เวลาชดใช้หนี้เก่าแล้วนะ... อาคิระ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับรินและอาคิระมาโดยตลอดนะคะ หิมะแรกในโตเกียวจะรอพบกับทุกคนในตอนหน้าค่ะ
สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 14
วิกฤตเศรษฐกิจของโฮมสเตย์
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!