“ถ้าจะเอาเงินมาฟาดหัวเพื่อแลกกับโฉนดที่ดินผืนนี้ บอกเลยว่าคุณเสียเวลาเปล่าค่ะ”
รินวางจดหมายทวงหนี้ฉบับล่าสุดลงบนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ แรงกระแทกเบาๆ ทำให้ถ้วยชาเซรามิกสั่นไหว กลิ่นหอมจางๆ ของมัทฉะลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่ช่วยให้บรรยากาศที่ตึงเครียดภายในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
ชายในชุดสูทสีเข้มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยกยิ้มมุมปาก เขาเป็นตัวแทนจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จ้องจะฮุบที่ดินผืนงามนี้มานาน สายตาของเขาไม่ได้มองที่ริน แต่มองไปยังมุมห้องที่มีรูปถ่ายของคุณปู่แขวนไว้อย่างเหยียดหยาม
“คุณรินคะ ความดื้อรั้นมันกินไม่ได้นะ” ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด “กำหนดเส้นตายคือสิ้นเดือนนี้ ถ้าคุณหาเงินก้อนใหญ่มาปิดบัญชีไม่ได้ กฎหมายก็ต้องดำเนินไปตามขั้นตอน คุณก็รู้ว่าที่ดินตรงนี้มีค่าแค่ไหนในสายตานักลงทุน”
รินกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ ความรู้สึกเหมือนถูกบีบให้จนมุมแล่นผ่านความรู้สึกเย็นเยียบไปถึงปลายเท้า กิจการโฮมสเตย์ที่เขารัก กำลังจะถูกกลืนกินเพียงเพราะหนี้ก้อนโตที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณปู่ทิ้งไว้ให้
“ผมมีทางเลือกให้คุณ” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากทางด้านหลัง
อาคิระก้าวออกมาจากเงามืดของเคาน์เตอร์ครัว เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกกับตัวเลขหนี้มหาศาลที่ระบุในเอกสาร สายตาคมกริบของเขาสบกับชายชุดสูทอย่างไม่เกรงกลัว มือหนาที่เปื้อนคราบแป้งจากการนวดแป้งทำอาหารยังคงดูมั่นคงและน่าเชื่อถือ
“คุณจะทำอะไรอาคิระ...” รินกระซิบเสียงสั่น
อาคิระไม่ได้ตอบเขาในทันที แต่หยิบสมุดบันทึกสูตรอาหารปกหนังเก่าคร่ำครึที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นขึ้นมาวางลงกลางโต๊ะ กลิ่นอายของความทรงจำและจิตวิญญาณของนักปรุงอาหารฟุ้งกระจายออกมาจากแผ่นกระดาษเหลืองกรอบ
“สูตรอาหารที่ถูกลืม... ‘มิโซะบ่มสามฤดู’ กับเมนูประจำตระกูลที่หายสาบสูญไปกว่ายี่สิบปี” อาคิระเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง “ถ้าเราจัดงานเปิดตัวอาหารชุดพิเศษนี้ในสัปดาห์หน้า เชิญนักชิมและนักลงทุนระดับประเทศมาที่นี่ รายได้จากการจองล่วงหน้าจะเพียงพอต่อการต่อรองกับเจ้าหนี้รายอื่นๆ ที่เหลือ”
“เพ้อเจ้อ” ชายชุดสูทหัวเราะในลำคอ “แค่ร้านโฮมสเตย์เก่าๆ จะไปดึงคนระดับนั้นมาได้ยังไง”
“เพราะคนเหล่านั้นคืออดีตลูกค้าประจำของคุณปู่ไงคะ” รินสวนกลับทันที เหมือนดั่งประกายไฟที่จุดขึ้นในใจ “ถ้าอาคิระทำได้จริงตามสูตรต้นตำรับ กลิ่นหอมของน้ำซุปดะชิกับมิโซะสูตรนี้ จะเรียกวิญญาณของทุกคนที่โหยหาความหลังกลับมาที่นี่เอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง มีเพียงเสียงไหลเอื่อยของแม่น้ำคาโมะภายนอกที่ดูเหมือนจะเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวต่อการเดิมพันครั้งสุดท้ายนี้ อาคิระหันมามองริน สายตาของเขาสื่อสารความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูด ‘เชื่อใจผม’ นั่นคือสิ่งที่รินรับรู้ได้ผ่านแววตาสีเข้มคู่นั้น
หลายวันต่อมา... ความวุ่นวายในห้องครัวกลายเป็นสนามรบ อาคิระไม่ยอมหลับยอมนอน เขาขลุกอยู่กับการหมักมิโซะและคัดเลือกวัตถุดิบชั้นเลิศ รินคอยช่วยอยู่เคียงข้าง เตรียมทุกอย่างอย่างระมัดระวัง แม้ในใจจะยังกังวลกับยอดเงินที่ยังไม่ครบถ้วน แต่มือของเขากลับทำงานประสานกับอาคิระได้อย่างรู้ใจ
“ถ้านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้ปรุงอาหารในบ้านหลังนี้” อาคิระพูดขึ้นขณะคนน้ำซุปในหม้อดินเผา “ผมอยากให้มันเป็นมื้อที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่เพื่อเงิน แต่เพื่อริน”
หัวใจของรินกระตุกวูบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่พัฒนาจากความเงียบงันสู่ความเข้าใจลึกซึ้งกำลังถูกทดสอบด้วยความเป็นความตายของโฮมสเตย์แห่งนี้
คืนก่อนวันงาน... ในขณะที่รินกำลังตรวจสอบรายชื่อแขกที่ตอบรับคำเชิญ เสียงเคาะประตูรั้วด้านหน้าก็ดังขึ้นในเวลาใกล้เที่ยงคืน รินแปลกใจเพราะไม่มีใครนัดหมายไว้ในเวลานี้ เขาเดินไปเปิดประตูด้วยความระมัดระวัง
เงาร่างของชายชราในชุดยูกาตะสีเทาเข้มยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของสวนญี่ปุ่น เขาถือร่มคันเก่าและมีกลิ่นอายของความลึกลับที่ทำให้รินรู้สึกขนลุกซู่ ชายชราคนนั้นมองโฮมสเตย์ด้วยสายตาอาวรณ์ ก่อนจะหันมาสบตาริน
“อาคิระอยู่ในนั้นใช่ไหม... บอกเขาด้วยว่าคนที่เขาหนีมาตลอดสิบปี มาทวงสัญญาแล้ว”
รินชะงักงัน หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นตราประทับบนแขนเสื้อของชายชรา—มันคือตราประจำตระกูลที่อาคิระพยายามลบเลือนทิ้งไปจากความทรงจำตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้โฮมสเตย์แห่งนี้มาตลอดนะคะ หิมะแรกในโตเกียวจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ
สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 15
เมื่อความหวังเหลือเพียงน้อยนิด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!