"คุณจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอคะ อาคิระ?"
เสียงของรินสั่นพร่าขณะยืนขวางประตูห้องนอนที่เปิดอ้าอยู่ ภายในห้องนั้นไม่มีแม้แต่เงาของความอบอุ่นที่เคยมี มีเพียงกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่ถูกวางไว้กลางห้อง ราวกับประกาศิตที่บอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องพร้อมจะเดินจากไปทุกวินาที
อาคิระไม่ตอบ เขายังคงหยิบเสื้อเชิ้ตตัวโปรดพับลงในกระเป๋าอย่างประณีต นิ้วเรียวยาวของเชฟที่เคยรังสรรค์เมนูอันเลิศรสสั่นไหวเล็กน้อยเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินในสวนเซนที่เขาโปรดปราน
"ถ้าผมอยู่ต่อ ชื่อเสียงของโฮมสเตย์ที่คุณปู่สร้างมาจะมัวหมอง เพราะข่าวลือเรื่องครอบครัวของผมเริ่มลามไปถึงหูคนในหมู่บ้านแล้วนะคะริน" อาคิระเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในดวงตาคมกริบนั้นกลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำในแม่น้ำคาโมะยามถูกลมพัด "คุณไม่ควรต้องมาแบกรับความเสี่ยงที่ผมเป็นคนก่อไว้เพียงลำพัง"
"แต่ที่นี่คือบ้าน! บ้านที่มีคุณอยู่ด้วย!" รินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเขาติดขัด "คุณคิดว่าการหนีไปแบบนี้จะแก้ปัญหาได้เหรอคะ? การที่อาคิระหายไป มันไม่ทำให้คนนินทาหยุดพูด แต่มันจะทำให้ความพยายามทั้งหมดของโฮมสเตย์เรากลายเป็นเรื่องตลก เพราะเชฟที่ทุกคนยอมรับ... กลับทิ้งงานไปกลางคันเพียงเพราะกลัวข่าวลือ"
อาคิระชะงักมือที่กำลังรูดซิปกระเป๋า เขาเงยหน้าขึ้นสบตาริน แววตาที่เคยมั่นคงเริ่มร้าวราน "ผมไม่ได้กลัวข่าวลือหรอกค่ะ แต่ผมกลัว... กลัวว่าวันหนึ่งเมื่อพวกเขาขุดคุ้ยอดีตของผมได้มากกว่านี้ คุณนั่นแหละที่จะเป็นคนถูกทำลายไปด้วย ผมยอมเป็นคนเลวที่ทิ้งงาน ดีกว่าเป็นตัวซวยที่ทำลายชีวิตคุณ"
กลิ่นจางๆ ของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นไม้สนที่อาคิระชอบใช้ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นที่รินคุ้นเคยและรักที่สุด แต่ในเวลานี้กลับรู้สึกบาดลึกในใจราวกับใบมีด รินคว้าข้อมือของอาคิระไว้แน่น
"ถ้าคุณไปวันนี้ ผมจะไม่รั้งคุณไว้หรอกนะคะ" รินกล่าว เสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้น พยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมา "แต่อย่ามาเรียกตัวเองว่าเชฟที่รักการปรุงอาหารเลยค่ะ เพราะคนที่รักในสิ่งที่ทำจริงๆ จะไม่มีวันยอมแพ้เพียงเพราะพายุลูกเล็กๆ พัดผ่าน หากคุณก้าวเท้าพ้นธรณีประตูโฮมสเตย์นี้ไปในฐานะคนแพ้... เราก็คงไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก"
อาคิระนิ่งค้างไป คำพูดของรินเหมือนลูกธนูที่ปักลงกลางใจ เขาไม่เคยเห็นรินที่เด็ดขาดขนาดนี้มาก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมา รินคือความอ่อนโยน คือความนุ่มนวล แต่ในวินาทีที่วิกฤตถาโถม ความรักได้หล่อหลอมให้คนอ่อนไหวกลายเป็นกำแพงเหล็กกล้าที่น่าเกรงขาม
"คุณไม่ได้เข้าใจอะไรเลย..." อาคิระพึมพำ ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม เขาเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมาถือไว้
ทว่าในจังหวะที่อาคิระกำลังจะเดินผ่านตัวรินไปสู่ความมืดมิดในโถงทางเดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางหน้าโฮมสเตย์ มันไม่ใช่เสียงย่ำเท้าของลูกค้าที่มาพัก หรือเสียงเดินของคนในหมู่บ้านที่คุ้นเคย แต่มันเป็นจังหวะก้าวที่มั่นคง ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปทันที
เงาร่างสูงโปรดในชุดกิโมโนสีเข้มปรากฏขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ชายชราท่าทางน่าเกรงขามผู้มีแววตาดุจเหยี่ยวจ้องมองมาที่อาคิระด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
"ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าหนีไปไหนก็ไม่พ้น" ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน "ถ้าแกคิดจะทิ้งหน้าที่การงานที่นี่เพียงเพราะเรื่องในอดีต ก็จงจำใส่ใจไว้ด้วยว่า ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อดึงตัวแกกลับไปตระกูล... แต่ฉันมาเพื่อยึดทุกอย่างที่แกพยายามสร้างด้วยมือเปล่าของแกเอง"
รินมองสลับระหว่างชายชราตรงหน้ากับอาคิระที่ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ความลับที่อาคิระเก็บงำไว้มาตลอดดูเหมือนจะไม่ได้มีเพียงแค่ความขัดแย้งกับครอบครัว แต่ดูเหมือนจะมี 'พันธะสัญญา' บางอย่างที่ผูกมัดชีวิตของเขาไว้ยิ่งกว่าที่รินเคยจินตนาการไว้เสียอีก
อาคิระกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาหันกลับมามองรินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
"คุณปู่... ท่านมาที่นี่ทำไม"
คำพูดนั้นทำให้รินแทบล้มทั้งยืน ความจริงตรงหน้าช่างหนักอึ้งเกินกว่าจะรับไหว และทางเลือกสุดท้ายของอาคิระก็ดูเหมือนจะถูกปิดตายลงอย่างสมบูรณ์ในพริบตานั้น
ขอบคุณรี้ดที่รักทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดของอาคิระและรินนะคะ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวเหมือนหิมะแรกในโตเกียวนะคะ!
สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 20
ตัดสินใจครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!