เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 11

งานออกแบบที่สะท้อนใจ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานถูกโยนลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น จนยูมะที่กำลังจิบกาแฟอยู่ถึงกับสะดุ้งโหย่ง สำนักงานสถาปัตยกรรมในยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อความลับเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลโปรเจกต์ถูกเปิดโปง และ "คนใกล้ตัว" ที่พวกเขากล่าวถึง ก็ยืนตีหน้าซื่ออยู่ตรงหน้าประตูนี้เอง "คุณอธิบายมาสิครับ ยูมะ... หรือว่าเราควรจะเชิญ ฝ่ายกฎหมายมาเคลียร์กันให้ชัดเจนดีล่ะ" เร็นไม่ได้ตวาด เสียงของสถาปนิกหนุ่มราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง ดวงตาคมกวาดมองรุ่นน้องคนสนิทที่ก้มหน้าหลบสายตา คิริวซึ่งยืนกอดอกพิงผนึกกระจกใสอยู่เงียบๆ ไม่ได้เอ่ยปากขัดจังหวะ เขาเพียงแต่ใช้สายตานิ่งสนิทวิเคราะห์สถานการณ์ ความเย็นชาของภัณฑารักษ์หนุ่มไม่ได้แปลว่าไม่สนใจ แต่เขากำลังประเมินทุกอณูความผิดปกติในห้องนี้อย่างแม่นยำต่างหาก "ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะหักหลังพวกพี่นะ!" ยูมะเสียงสั่น เผลอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด "ทางนั้นเขาเสนอตัวเลขที่ผมปฏิเสธไม่ได้... บริษัทเรากำลังจะแย่ไม่ใช่เหรอครับ ผมแค่... แค่หาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง!" "ข้ออ้างของคนเห็นแก่ตัว" เร็นแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วแจ้งความจับคุณข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และขโมยความลับทางการค้า" ยูมะหน้าซีดเผือด รีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งหนีออกไปจากออฟฟิศราวกับคนเสียสติ ทิ้งให้ความเงียบงันที่หนักอึ้งโรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศรอบตัว คิริวถอนหายใจแผ่วเบา เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษร่างแบบแปลน เขายื่นแก้วอุ่นๆ ที่บรรจุน้ำชาร้อนกรุ่นมาตรงหน้าเร็น โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง "ดื่มซะ หน้าคุณซีดเป็นไก่ต้มแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ เร็นชะงัก เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดอ่อนลงวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ปฏิเสธ ยอมรับแก้วชาอุ่นๆ มาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสโดนมือของคิริวโดยบังเอิญ ความอบอุ่นจากไออุ่นของชาและสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจที่กำลังเต้นเร็วด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับสะดุดกึกอย่างไม่ทันตั้งตัว "ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อย" เร็นพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมคราบที่มองมาอย่างรู้ทัน "ผมรู้ว่าคุณไม่ได้อ่อนแอ... แต่คุณแบกรับความสมบูรณ์แบบไว้บนบ่ามากเกินไปต่างหาก" คิริวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มจ้องมองร่างโปร่งอย่างพิจารณา "เลิกทำตัวเป็นสถาปนิกผู้พิทักษ์โลกสักวันเถอะ เร็น งานออกแบบชิ้นนี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจอีกต่อไปแล้วนะ" เร็นนิ่งอึ้ง คำพูดของคิริวมันแทงใจดำอย่างจัง ทุกครั้งที่เขาออกแบบ เขาต้องการความไร้ที่ติ เพื่อชดเชยความผิดพลาดในอดีตที่เขาเคยสูญเสียครอบครัวไปจากอุบัติเหตุการก่อสร้าง แต่คิริว... กลับมองทะลุปรุโปร่งถึงตัวตนที่แท้จริงภายใต้เกราะหนามแหลมคมนั้น "ถ้ามันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ... แล้วสำหรับคุณ มันคืออะไรล่ะ คิริว" เร็นโน้มตัวเข้าไปใกล้ แววตาท้าทายแต่ซ่อนความสั่นไหวบางอย่างเอาไว้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นจางๆ ของชาคาโมมายล์ลอยวนอยู่ระหว่างกัน คิริวชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคู่สวยไหววูบคล้ายผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป ปรกติแล้วภัณฑารักษ์หนุ่มจะเป็นคนควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับแววตาจริงจังและคำถามที่จี้จุดของเร็น เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพ่ายแพ้ "มันคือ... พื้นที่ที่ผมอยากจะใช้ชีวิตอยู่จริงๆ ต่างหากล่ะ" คิริวตอบเสียงแผ่ว แต่ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาไม่หลบเลี่ยง "ไม่ใช่แค่แกลเลอรีจัดแสดงงานศิลปะไร้ชีวิตชีวา แต่เป็น... บ้าน" คำว่า 'บ้าน' จากปากของคนรักสันโดษและเจ้าระเบียบอย่างคิริว มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เร็นนิ่งงันไปได้ชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำผิดจังหวะจนน่ากลัว รอยยิ้มมุมปากที่มักจะมีไว้ประชดประชันหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เร็นเม้มปากแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในซอกหลืบมืดมนของหัวใจที่ปิดตายมานาน "งั้นเหรอ..." เร็นกระซิบเสียงพร่า พลางเอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าคมคายของคิริว ปัดปอยผมที่ตกลงมาบังตาให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับปีกผีเสื้อ แต่กลับตรึงร่างของคิริวให้แข็งค้างอยู่กับที่ "ถ้ามันคือบ้านของคุณ... ผมจะออกแบบมันให้ดีที่สุด จนคุณไม่มีวันอยากเดินออกไปไหนอีกเลย" คิริวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไออุ่นจากปลายนิ้วของเร็นร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่แผดเผาความเยือกเย็นทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี บรรยากาศระหว่างพวกเขากำลังเปลี่ยนไป ความตึงเครียดจากเรื่องการทรยศหักหลังถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงและหอมหวาน เร็นขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลือ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ดวงตาสีเข้มของคิริวหลุบลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับเอื้อนเอ่ย ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับเร็นที่กำลังจ้องมองมาด้วยแววตาคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งอย่างกะทันหัน! "ก๊อก ก๊อก! ขอโทษที่มารบกวนเวลาสวีทนะครับคุณสถาปนิก แต่ดูเหมือนว่า... เรามีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่าง" เสียงทุ้มของรุ่นน้องอีกคนดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับการผลักบานประตูเปิดออกโดยไม่รออนุญาต เร็นผละถอยหลังด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ขณะที่คิริวรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เร็นหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันพร้อมฆ่าคน แต่เมื่อได้ยินชื่อของแขกที่มารออยู่ด้านล่างจากปากของรุ่นน้อง เร็นก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "พี่ชายของคุณ... มาถึงที่นี่แล้วครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของต้าวสถาปนิกกับน้องภัณฑารักษ์ของเรานะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดเพราะดราม่ากำลังจะระเบิดความฟินค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%