"คุณกำลังทำให้งานของผมกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไร้ลมหายใจ คิริว"
เร็นวางปากกาสไตลัสลงบนโต๊ะดิจิทัลจนเกิดเสียงดัง 'กึก' เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างทอดทับลงบนแปลนอาคารที่เขากำลังออกแบบอยู่ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งกอดอกพิงผนังห้องทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนรูปปั้นหิน
คิริวไม่ได้สะทกสะท้าน เขาขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "และคุณก็กำลังทำให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นสนามเด็กเล่นที่ไร้ระเบียบ เร็น การออกแบบไม่ใช่แค่การแสดงตัวตน แต่มันคือการทำให้ศิลปะได้หายใจในพื้นที่ที่เหมาะสม"
"ศิลปะน่ะมันหายใจได้ด้วยตัวของมันเอง ถ้าคุณไม่เอา 'กรอบ' บ้าๆ ของคุณไปครอบมันไว้จนสำลักตายเสียก่อน!" เร็นแค่นหัวเราะ ปากจัดอย่างไม่มีใครยอมใคร มือหนาขยำกระดาษร่างแบบชิ้นล่าสุดทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยร้อนระอุด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวกลับเงียบสงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คิริวถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เขาหยิบแผ่นสเกตช์ภาพที่ถูกขยำออกมาคลี่ออกช้าๆ รอยยับย่นบนกระดาษไม่ได้ทำให้เขารู้สึกขัดใจ แต่กลับทำให้เขาสังเกตเห็นเส้นสายที่เร็นพยายามจะสื่อสารออกมาจริงๆ
"คุณต้องการพื้นที่โล่งเพื่อจัดวางประติมากรรมชุด 'Silence' ใช่ไหม" คิริวถามขณะใช้นิ้วเรียวไล่ไปตามโครงสร้างที่เร็นร่างไว้ "ผมเข้าใจว่าคุณเกลียดงานที่ดูเป็นระเบียบเกินไป แต่ถ้าเราปรับมุมเสาตรงนี้ ให้กลายเป็นจุดนำสายตาแทนที่จะเป็นกำแพงทึบ... พื้นที่ของคุณจะยังคงความอิสระไว้ได้ และงานศิลปะของผมก็จะไม่ถูกบดบัง"
เร็นนิ่งไป เขาจ้องมองคิริวที่กำลังสาละวนอยู่กับการลากเส้นเชื่อมโยงความคิดของพวกเขาเข้าด้วยกัน จากคนที่เคยเป็นคู่กัดที่แทบจะมองหน้ากันไม่ติด ตอนนี้คิริวกลับแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจใน 'จิตวิญญาณ' ของงานที่เขาตั้งใจสื่อออกมาจริงๆ
"คุณจะบอกว่า..." เร็นเริ่มขยับเข้าใกล้จนแผ่นหลังของเขาเกือบชนกับอกของอีกฝ่าย "ให้ผมทำผนังโค้งเป็นม่านน้ำพุแทนที่จะเป็นอิฐทึบงั้นเหรอ?"
"ฉลาดนี่" คิริวเงยหน้าขึ้นสบตาเร็น แววตาที่ปกติจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำ กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เร็นถึงกับชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะทะกันในระยะใกล้จนน่าใจหาย
ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ไม่ใช่ความขัดแย้งอีกต่อไป แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น เร็นเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ความถือดีที่เคยมีลดน้อยลงไปเมื่อเห็นว่าภัณฑารักษ์หน้านิ่งตรงหน้าไม่ได้แค่ปากดี แต่เขามีวิสัยทัศน์ที่ร้ายกาจไม่แพ้กัน
"ถ้าทำแบบนั้น..." เร็นพูดเสียงแผ่ว พลางหยิบปากกาสไตลัสขึ้นมาแล้วตวัดเส้นลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว "แสงธรรมชาติจะหักเหผ่านม่านน้ำเข้ามากระทบตัวงานในตอนบ่าย... คิริว คุณมันอัจฉริยะในเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ"
"หึ ชมกันเกินไปแล้ว" คิริวขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ทำเอาหัวใจของคนมองกระตุกวาบ "เราตกลงตามนี้ใช่ไหม? งานออกแบบครั้งนี้จะไม่ใช่ของคุณ หรือของผม แต่มันคือจุดเชื่อมต่อของความร่วมมือที่เราจะแสดงให้โลกเห็นว่าสถาปัตยกรรมกับศิลปะเขารักกันยังไง"
คำว่า 'รักกัน' ที่หลุดออกมาจากปากคนหน้านิ่งทำเอาเร็นหน้าชาไปถึงใบหู เขาอยากจะสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามนิสัยเดิม แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เขากลับพบว่าตัวเองไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้นอกจากความรู้สึกยอมจำนนต่อเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นของอีกฝ่าย
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศสีชมพูจะทันได้ก่อตัวไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยการเปิดผางเข้ามาของยูมะที่หน้าตาตื่นตระหนก
"พี่เร็น! คุณคิริว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ยูมะหายใจหอบถี่ ก่อนจะชูแท็บเล็ตในมือให้ทั้งคู่ดูด้วยสีหน้าซีดเผือด "มีคนปล่อยภาพร่างโครงการนี้ลงสื่อโซเชียล พร้อมข่าวลือว่าพวกเรากำลังจะถูกระงับโครงการเพราะข้อพิพาทเรื่องการออกแบบที่... ไม่ลงรอยกัน!"
เร็นและคิริวหันมาสบตากันทันที ความหวาดระแวงในใจวูบขึ้นมา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของงาน แต่มันเป็นการจ้องทำลายโปรเจกต์ที่พวกเขากำลังเริ่มสร้างขึ้นมาด้วยกันอย่างเลือดเย็น
และดูเหมือนว่า 'คนใกล้ตัว' ในออฟฟิศนี้แหละ ที่น่าจะเป็นคนกุมความลับและจงใจหักหลังพวกเขา
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้เร็นกับคิริวฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ
(หิมะแรกในโตเกียว)
เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 10
จุดเริ่มของความร่วมมือ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!