เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 24

การปกป้องที่เงียบงัน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเรื่องไม่จริงมาป้ายสีคนอื่นในพื้นที่ทำงานของฉัน จะทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณเพิ่มขึ้นล่ะก็... เชิญกลับไปทบทวนสติปัญญาตัวเองใหม่เสียดีกว่าค่ะ" เสียงของเร็นเฉียบคมดุจใบมีดโกน ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจในห้องประชุมใหญ่ของเซฟเฮาส์ เอกสารโครงการออกแบบชิ้นสำคัญกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมัน ร่องรอยของความโกลาหลจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงค้างคา สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่สถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้กำลังยืนอกผาย ไหล่ผึ่ง ไม่ยอมก้มหัวให้แก่แรงกดดันใดๆ แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันไว้ใต้โต๊ะจะจิกเข้าหากันจนขึ้นข้อขาวด้วยความโกรธก็ตาม บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เมื่อหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบโครงการ ซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุดในห้อง ยิ้มเยาะด้วยมุมปากแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้อากาศในห้องเย็นเยียบลงไปอีก "คุณเร็น... อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ตัดสินเลยค่ะ หลักฐานการรั่วไหลของข้อมูลลับโครงการนี้ ชี้เป้ามาที่คุณคนเดียว เอกสารชุดนี้ถูกส่งออกจากไอพีแอดเรสส่วนตัวของคุณ และถ้าไม่มี 'หนอนบ่อนไส้' คอยส่งข่าวให้ฝ่ายตรงข้าม งานรีโนเวทห้องสมุดโบราณคงไม่พังไม่เป็นท่าแบบนี้หรอก" เร็นแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ไอพีแอดเรสปลอมแปลงกันได้ในเวลาไม่ถึงห้านาที ถ้านี่คือมันสมองทั้งหมดของคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ... ฉันชักสงสัยแล้วสิคะว่าพวกท่านผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเข้ามาบริหารเซฟเฮาส์แห่งนี้ได้ยังไง" "คุณเร็น!" ผู้อาวุโสท่านนั้นตบโต๊ะเสียงดังลั่นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "สามหาว! พูดจาแบบนี้หมายความว่าคุณปรักปรำพวกเราอย่างนั้นเหรอ!" ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง เร็นเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ แม้จะมีเสียงกระซิบกระซาบเห็นใจจากยูมะที่ยืนอยู่มุมห้อง แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ กลับไม่มีใครกล้าพอที่จะก้าวออกมาปกป้องเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางข้อกล่าวหาที่หนักหน่วงราวกับภูเขา บาดแผลในอดีตเกี่ยวกับความสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามปกป้องมาตลอดเริ่มสั่นคลอน ความรู้สึกอึดอัดตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ จนกระทั่ง... "ผมคิดว่า... ท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่านกำลังเสียเวลาไปกับข้อกล่าวหาที่ไร้รสนิยมสิ้นดี" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตู คิริวในชุดสูทสีเข้มเรียบกريبกริบบก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟในห้องจนมองไม่เห็นประกายในดวงตา แต่รังสีความเย็นชาและเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ทุกลมหายใจในห้องต้องสะดุด เร็นเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของภัณฑารักษ์หน้านิ่งที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับคณะกรรมการ หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่กลับกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด คิริวหยุดยืนเคียงข้างเร็น ระยะห่างระหว่างไหล่ของคนทั้งสองแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "คุณคิริว นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเข้ามายุ่งนะคะ!" ผู้อาวุโสส่งเสียงตักเตือนด้วยความไม่พอใจ "นี่คือการสอบสวนความผิดของสถาปนิกประจำโครงการ!" "และผมในฐานะภัณฑารักษ์ผู้ดูแลความปลอดภัยของทรัพย์สินและข้อมูลทั้งหมดในเซฟเฮาส์แห่งนี้ มีสิทธิ์โดยชอบธรรมทุกประการที่จะปกป้อง 'คนของผม' จากข้อกล่าวหาเลื่อนลอยที่ไม่มีน้ำหนัก" คิริวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว แต่น้ำคำกลับเฉียบคมบาดลึกจนคู่สนทนาชะงัก คำว่า *'คนของผม'* หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและรักสันโดษ ทำเอาเร็นถึงกับเผลอกลั้นหายใจ นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่สถานการณ์รอบตัวกำลังระอุ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจนิยาม "คุณคิริว คุณกำลังใช้อารมณ์เหนือเหตุผล!" กรรมการอีกคนแย้งขึ้น "อารมณ์เหรอครับ?" คิริวปรายตามองเอกสารบนโต๊ะด้วยหางตา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากน้อยๆ ช่างเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและอันตรายเป็นที่สุด "ผมใช้หลักฐานและตรรกะต่างหากครับที่กำลังพูดอยู่ เอกสารที่พวกท่านอ้างว่าเป็นหลักฐานมัดตัวคุณเร็น ถูกส่งเข้ามาในระบบเมื่อคืนนี้ เวลาตีสองสิบห้านาที... ช่วงเวลาที่ไฟในเซฟเฮาส์ดับลงทั้งตึกเนื่องจากหม้อแปลงระเบิด" คณะกรรมการหลายคนเริ่มหันหน้ามองกันเลิกลั่ก "และในเวลานั้น..." คิริวเว้นจังหวะ กวาดสายตาคมกริบมองทีละคน "ตัวคุณเร็นกำลังนั่งซ่อมแบบแปลนอยู่กับผมที่ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นบนสุดโดยมีกล้องวงจรปิดสำรองบันทึกภาพไว้ทุกวินาที... ถ้าคุณเร็นเป็นคนส่งข้อมูลจริง เขามีร่างแยกคนที่สองที่สามารถทะลุกำแพงลงมานั่งพิมพ์งานในห้องนี้ได้ หรือไม่ก็... มีใครบางคนในห้องนี้กำลังร้อนตัวจนต้องรีบโยนความผิดให้คนอื่นก่อนที่หางตัวเองจะโผล่" ความเงียบสงบสนิทเข้าครอบงำห้องประชุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าสบตาคิริว แม้แต่ผู้อาวุโสที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ยังต้องเบือนหน้าหนีด้วยความจำนนต่อหลักฐานและรัศมีกดดันที่แผ่ออกมา คิริวไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายื่นมือหนาออกมาอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสข้อมือของเร็นที่ยังคงกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆ ให้คลายออก แล้วกุมมือเรียวนั้นไว้หลวมๆ ใต้ชายโต๊ะบังสายตาผู้คน สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านความมั่นคงและความปกป้องมาสู่เร็นอย่างเงียบงัน เร็นเม้มปากแน่น หัวใจที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหนามแหลมเพื่อป้องกันตัว กลับอ่อนยวบลงอย่างง่ายดายภายใต้การปกป้องที่ไร้เสียงตะโกน แต่ทรงพลังเสียจนต่อให้มีกำแพงเหล็กมากั้นก็พังทลายลงได้ในพริบตา "การประชุมวันนี้ยุติเพียงเท่านี้ครับ" คิริวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหันมามองเร็นที่ยืนนิ่งค้างอยู่ข้างกาย "กลับกันเถอะครับ... เร็น" น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนเพียงนิดในประโยคท้าย ทำให้เร็นรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอกจนแทบหายใจไม่ทัน สถาปนิกปากจัดผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายจูงมือเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตานับคู่โดยไม่ปริปากเถียงสักคำ ยูมะที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้องแอบยิ้มกริ่มจนแก้มปริ รีบหยิบกระเป๋าเดินตามหลังคนทั้งคู่ไปเงียบๆ ด้วยความรู้สึกโล่งอก ทว่า... เมื่อเดินพ้นประตูกระจกของห้องประชุมมาได้ไม่ไกล คิริวก็พาเร็นเลี้ยวเข้าสู่มุมอับสายตาของทางเดินปีกตึกฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นโซนรีโนเวทที่ยังสร้างไม่เสร็จและไม่มีใครเดินผ่านในเวลานี้ ภัณฑารักษ์หน้านิ่งปล่อยมือจากการกุมมือ แต่กลับใช้สองแขนกักตัวเร็นไว้ชิดกับผนังปูนเปลือย ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงมาในดวงตาของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังตื่นตระหนก ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันในระยะประชิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของคิริวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นมินต์จางๆ ลอยอบอวลจนเร็นรู้สึกเคลิบเคลิ้ม "คุณ... จะทำอะไรคะ ที่นี่มันทางเดินนะ" เร็นเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่ทำเอาสติกระเจิง แต่คอเสื้อที่ถูกกักไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้ "ทำไมถึงไม่บอกผมเรื่องที่คุณโดนใส่ร้ายตั้งแต่แรก?" คิริวเอ่ยถามเสียงต่ำ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววตัดพ้อเจือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา "ฉัน... ฉันจัดการเองได้น่า ทำไมฉันต้องไปรบกวนคุณด้วยล่ะคะ อีกอย่าง... คุณก็แค่อยາກรักษาชื่อเสียงของเซฟเฮาส์ ไม่ได้..." เร็นเถียงเสียงแข็งตามนิสัยปากไม่ตรงกับใจ แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค คิริวก็โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน "คนอื่นจะมองเซฟเฮาส์ยังไงผมไม่สนใจ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำดังขึ้นชิดริมฝีปากของเร็น นัยน์ตาสีนิลคู่สวยทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิด The secrets ที่เก็บงำไว้ในใจถูกเปิดเผยออกมาผ่านแววตาคู่นั้น "แต่ถ้าคนๆ นั้นคือคุณ... เร็น... ผมยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายคุณไม่ได้ทั้งนั้น" หัวใจของเร็นกระตุกวูบอย่างไร้การควบคุม ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วอกจนขอบตาร้อนผ่าว ปากที่เคยจัดจ้านกลับปิดสนิท พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ในเสี้ยววินาทีที่เร็นกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไป ทันใดนั้นเอง... *กริ๊ก!* เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาจากมุมมืดปลายทางเดิน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของยูมะก็ดังแทรกขึ้นมาทันที "พ...พี่เร็น! คุณคิริว! แย่แล้วครับ! มีคนแอบเข้าไปในห้องทำงานของพวกเรา แล้วระบบเซิร์ฟเวอร์หลักกำลังถูกลบข้อมูลทั้งหมดตอนนี้เลย!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนนะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%