เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 23

พายุข่าวลือ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เอกสารอ้างอิงและแบบแปลนโครงสร้างโครงการ ‘The Sanctuary’ ร่วงลงมากระแทกพื้นกระจกใสเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เร็นกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ชายที่ยืนยันรอยยิ้มเยาะเย้ยอยู่เบื้องหน้า "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องชาย... ดูท่าทางโปรเจกต์เรือธงของนาย จะมีปัญหาใหญ่เสียแล้วสิ" ยูคิโอะ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเจือแววเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาในห้องทำงานกระจกของเร็นอย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับบรรยากาศตึงเครียดในเซฟเฮาส์แห่งนี้อย่างน่าขัดใจ คิริวที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย สายตานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวกระวัง เขาเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไปขวางหน้าระหว่างเร็นกับยูคิโอะเอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เร็นเอ่ยปากขอร้องแม้แต่คำเดียว "ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล และมีคำสั่งห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกชั่วคราว หากคุณยังไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกและละเมิดสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา เชิญเดินกลับออกไปทางเดิมจะดีกว่าค่ะ" คิริวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมและทรงพลังพอกจะหยุดยั้งรอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าของยูคิโอะได้ชะงัก ยูคิโอะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองภัณฑารักษ์หน้านิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมิน "อ๋อ... ภัณฑารักษ์คนเก่งที่ช่วยกู้หน้าให้เร็นในงานนิทรรศการสินะ หน้าตาดีใช้ได้นี่... ถึงว่าล่ะ ทำไมน้องชายฉันถึงยอมให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวได้ง่ายๆ" "หุบปากซะ ยูคิโอะ" เร็นเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุร้ายจดจ้องพี่ชายต่างแม่ราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมขย้ำ "นายกล้าดียังไงถึงส่งเอกสารเท็จพวกนั้นให้กับคณะกรรมการ และปล่อยข่าวลือเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์งานออกแบบของฉัน" ยูคิโอะหัวเราะในลำคอเบาๆ สีหน้าของเขาไม่ได้มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย "พูดจาให้มันระวังหน่อยส เร็น เอกสารพวกนั้นไม่ได้เท็จ... มันคือหลักฐานที่แสดงว่าสถาปนิกอัจฉริยะผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างนาย กำลังลอกเลียนแบบผลงานสถาปัตยกรรมโบราณเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวต่างหาก และตอนนี้... ทางบริษัทแม่ก็มีคำสั่งระงับการก่อสร้างโปรเจกต์ 'The Sanctuary' ชั่วคราวแล้ว จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน ข่าวสารที่ได้รับทำให้บรรยากาศรอบตัวร่วงดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ยูมะที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบผลักประตูเข้ามาถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว "มะ... หมายความว่ายังไงครับพี่เร็น สั่งระงับชั่วคราว? แล้วงานโครงสร้างที่กำลังเทพื้นล่ะ จะเอายังไงต่อ!" เร็นไม่ได้หันไปตอบยูมะ สายตาของเขายังคงตรึงอยู่กับพี่ชายต่างแม่ผู้เป็นต้นเหตุของความพินาศครั้งนี้ หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระหน่ำเต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัดอั้น ปมในอดีตที่เคยถูกครอบครัวกดทับและแย่งชิงความสำเร็จผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพรีเพลย์ แต่วันนี้... เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้ไร้ทางสู้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว "นายคิดว่าแผนตื้นๆ แค่นี้ จะทำลายฉันได้จริงๆ งั้นเหรอ" เร็นก้าวเท้าเข้าไปประชิดยูคิโอะช้าๆ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแม้จะแผ่วเบา แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "นายส่งคนมาขโมยไฟล์แบบร่าง... แต่ลืมไปสินะ ว่าฉันสำรองข้อมูลชุดจริงไว้ที่ไหน" รอยยิ้มบนใบหน้าของยูคิโอะสะดุดลงชั่วขณะ ดวงตาคู่คมฉายแววระแวงขึ้นมาวับหนึ่ง ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยท่าทีสบายๆ ตามเดิม "มั่นใจนักนะเร็น... แต่ต่อให้นายมีข้อมูลชุดจริง แล้วยังไงล่ะ? ในเมื่อข่าวฉาวถูกปล่อยออกไปทั่ววงการสถาปนิกแล้ว ชื่อเสียงของนายป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ต่อให้โปรเจกต์นี้ได้ไปต่อ... ก็ไม่มีใครกล้าจ้างสถาปนิกที่มีคดีฉ้อโกงผลงานหรอก" "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง..." เสียงนุ่มทุบแต่หนักแน่นของคิริวดังแทรกขึ้นมา ภัณฑารักษ์หน้านิ่งเดินมาหยุดยืนเคียงข้างเร็นอย่างมั่นคง มือเรียวเอื้อมไปแตะข้อศอกของสถาปนิกหนุ่มเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นและความเชื่อมั่นที่ทำเอาเร็นชะงักไปชั่ววินาที "ในฐานะภัณฑารักษ์และผู้ดูแลโครงการจัดแสดงศิลปะสถาปัตยกรรมแห่งนี้ ฉันมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และเอกสารรับรองสิทธิ์การออกแบบที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ พร้อมทั้งบันทึกการทำงานแบบเรียลไทม์ที่พิสูจน์ได้ว่า คุณเร็นเป็นเจ้าของความคิดสร้างสรรค์นี้แต่เพียงผู้เดียว" คิริวปรายตามองยูคิโอะด้วยแววตาเยือกเย็น "และถ้าคุณยังไม่หยุดปล่อยข่าวลือที่เป็นเท็จ... ทีมกฎหมายของพิพิธภัณฑ์และพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ จะเป็นฝ่ายดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายทางธุรกิจกับคุณอย่างถึงที่สุด" ยูคิโอะหุบยิ้มสนิท ดวงตาคู่คมมองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เขาไม่คาดคิดเลยว่าเร็นจะมีคนที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างและปกป้องอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจตระกูลใหญ่ขนาดนี้ "เก่งนี่... หาพาร์ทเนอร์มาช่วยสู้ได้ดีนี่นา" ยูคิโอะกัดฟันกรอด ยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาดุดันของเร็นและรัศมีเฉียบขาดของคิริว "แต่อย่าคิดว่าเกมนี้จะจบง่ายๆ ล่ะ น้องชาย... โลกสถาปัตยกรรมไม่ได้กว้างใหญ่อย่างที่นายคิดหรอกนะ" พูดจบร่างสูงโปรดก็สะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องทำงานทันที ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ ยูมะผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาใกล้ๆ "ให้ตายเถอะพี่เร็น... ใจหายหมด นึกว่าจะโดนเล่นงานจนจมดินซะแล้ว แล้วแบบนี้เราจะเอายังไงต่อดีครับ คำสั่งระงับงานยังมีผลอยู่นะ" เร็นนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ความโกรธเมื่อครู่เริ่มคลี่คลายลง เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเขาก้มลงมองมือของตัวเองที่ยังคงสัมผัสอยู่กับไออุ่นจากมือของคิริว ภัณฑารักษ์หน้านิ่งถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสถาปนิกปากจัดตรงๆ "หายหัวร้อนแล้วหรือยังคะ คุณสถาปนิก" เร็นแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงติดความหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่แววตาที่มองคิริวกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "ใครบอกว่าผมหัวร้อน... ผมแค่กำลังคิดบัญชีกับมันต่างหากล่ะ" "ค่ะ... พ่อคนใจเย็น" คิริวเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยาก "แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การไปตามไล่บี้เขา แต่เป็นการเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดกู้ชื่อเสียงโปรเจกต์กลับมาก่อนที่คุณจะโดนพักงานยาวจริงๆ" "รู้แล้วน่า..." เร็นพึมพำเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้คิริวมากขึ้นโดยไม่สนใจสายตาของยูมะที่นั่งทำตาโตอยู่ข้างๆ "ขอบคุณนะ... คิริว" คิริวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ไออุ่นจากลมหายใจของอีกฝ่ายทำเอาหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรวนเร นัยน์ตาสีนิลหลุบมองริมฝีปากที่มักจะเอ่ยคำพูดปากจัดใส่เขาเสมอ ก่อนที่เร็นจะโน้มตัวกระซิบประโยคถัดมาด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "แต่ถ้าคืนนี้... นายยังไม่ออกไปจากเซฟเฮาส์ของผมล่ะก็ ผมอาจจะไม่ได้คิดบัญชีกับแค่พี่ชายตัวเองแล้วนะ..." ยูมะที่นั่งเป็นก้างชิ้นโตอยู่บนโซฟาถึงกับรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันที พร้อมกับบ่นงึมงำ "โอ้ย! นี่มันเวลาเครียดเรื่องงานนะเว้ย ไม่ใช่เวลามาหยอดกัน สรุปโปรเจกต์เราจะเอายังไงต่อเนี่ย!" เร็นผละตัวออกห่างจากคิริวช้าๆ นัยน์ตาสีสนิมฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เขากดโทรศัพท์มือถือต่อสายตรงหาทนายความส่วนตัวทันที "ยูมะ... เตรียมเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะนี้ให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าเราจะเปิดโต๊ะแถลงข่าวชนกับบริษัทแม่โดยตรง" เร็นหันไปสบตากับคิริว รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอีกครั้ง "ส่วนนาย... คิริว อยู่ช่วยเป็นพยานให้ผมจนกว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" คิริวปรายตามองสถาปนิกหนุ่มผู้เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุดคนนี้ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ "ก็ตามใจคุณค่ะ... คุณสถาปนิกปากจัด" แต่ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะกลับเข้าสู่ความสงบ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นพร้อมกันสามเครื่องติดต่อกัน! เร็นหยิบขึ้นมาเปิดดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เพิ่งกลับมามั่นใจเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดาร์กขึ้นมาทันที ดวงตาสีสนิมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนโกรธจัด เมื่อพบว่าภาพถ่ายลับภายในเซฟเฮาส์แห่งนี้ ถูกส่งตรงไปยังสำนักข่าวบันเทิงและสถาปัตยกรรมชื่อดัง พร้อมกับพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งที่เขียนไว้ตัวโตอย่างจงใจทำลายล้าง — *"สถาปนิกหนุ่มชื่อดัง แอบซุกซ่อนภัณฑารักษ์หนุ่มในเซฟเฮาส์ส่วนตัว พร้อมหลักฐานการทุจริตโครงการใหญ่ เตรียมปลดพ้นตำแหน่งสัปดาห์หน้า!"* เร็นเงยหน้าขึ้นสบตากับคิริวทันที ความตื่นตระหนกวูบผ่านนัยน์ตาของคนทั้งคู่ เมื่อตระหนักได้ว่า... ศัตรูไม่ได้อยู่แค่ข้างนอก แต่อาจจะมี "หนอนบ่อนไส้" แอบซ่อนอยู่ภายในเซฟเฮาส์แห่งนี้มาโดยตลอด! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของเร็นและคิริวนะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%