เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 22

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของยูมะสั่นรัวติดต่อกันจนแทบจะหลุดจากอุ้งมือ เสียงแจ้งเตือนจากสำนักข่าวออนไลน์และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียดังระงับราวกับเสียงปรบมือในโรงละครแห่งความหายนะ เร็นก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยสีหน้าถมึงทึง นัยน์ตาคมกริบฉายแววเกรี้ยวกราดจนไม่มีใครกล้าสบตา ขณะที่คิริวซึ่งยืนอยู่หน้าแท่นจัดแสดงว่างเปล่ากลับนิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแช่แข็งไว้ท่ามกลางพายุหิมะ "มันตีแผ่ไปหมดแล้วครับพี่เร็น..." ยูมะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่พาดหัวข่าวตัวหนาเป้งให้ดู *‘ความลับแห่งมรดกเลือด! สถาปนิกชื่อดังกับภัณฑารักษ์หน้านิ่งร่วมมือกันปกปิดการสูญหายของผลงานศิลปะชิ้นเอก มูลค่าร้อยล้าน หรือนี่คือแผนฉ้อฉลระดับชาติ?’* เร็นแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนพรูลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างเหลืออด นิ้วเรียวยาวเสยผมสีเข้มที่รกระเกะระกะขึ้นลวก ๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองพาดหัวข่าวเหล่านั้นด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของเขาที่กำลังจะพังทลาย แต่เป็นเพราะข้อมูลภายในที่ควรจะมีเพียงคนไม่กี่คนรู้ กลับหลุดรอดออกไปสู่สายตาสาธารณชนได้อย่างไรต่างหาก "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการโจมตีตึกเก่าหลังนี้..." เร็นเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตากวาดมองไปรอบห้องโถงที่ตอนนี้เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น "แต่พวกมันกำลังพยายามทำลายทุกอย่างที่เราสองคนพยายามปกป้อง" คิริวยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคู่สวยที่ปกติจะเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น บัดนี้ไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อกวาดสายตาไปเห็นภาพถ่ายระยะประชิดของห้องโถงใหญ่ในข่าว—ภาพที่แสดงให้เห็นร่องรอยการรื้อถอนและพื้นที่ว่างเปล่าที่เคยเป็นที่ตั้งของผลงานชิ้นเอก ภาพนั้นไม่ใช่ภาพที่ใครจะแอบถ่ายได้ง่าย ๆ หากไม่มีหนอนกระเทือนไส้อยู่ข้างใน "คุณคิดว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่มั่น เร็นหันขวับกลับมามองคนตัวบางกว่าที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ความโกรธเกรี้ยวในแววตาเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวคิริวอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "นี่คุณกำลังสงสัยผมอยู่หรือไง คิริว?" เร็นกดเสียงต่ำ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสานกับความตึงเครียดรอบตัวทำให้บรรยากาศยิ่งระอุ "คุณคิดว่าผมจะเอาผลงานที่ตัวเองทุ่มเทแรงกายแรงใจ... และโปรเจกต์ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อไปขายข่าวเพื่อแลกกับพื้นที่หน้าหนึ่งงี่เง่าพวกนั้นงั้นเหรอ!" คิริวไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย ดวงตาสีนิลเงยขึ้นสบตาคนอารมณ์ร้อนตรงๆ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบคมไม่แพ้กัน "แล้วคุณคิดว่าผมเป็นคนทำหรือไงคะ เร็น?" คิริวเน้นเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ผลงานชิ้นนั้น... มันคือความทรงจำเดียวที่เหลืออยู่ของผม คุณคิดว่าผมจะใจร้ายพอที่จะเอามันมาเป็นเครื่องมือสร้างกระแสให้ตึกบ้าๆ นี่หรือไง?" บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนสุดแรง Yuma ที่ยืนอยู่ริมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ถอยร่นไปเงียบๆ เพื่อเปิดทางให้สองหนุ่มเคลียร์ปมในใจที่สะสมมานาน ระหว่างสถาปนิกปากจัดผู้แบกรับความสมบูรณ์แบบกับภัณฑารักษ์หน้านิ่งผู้ซ่อนเร้นบาดแผลทางใจ เคมีที่เคยขัดแย้งกันอย่างดุเดือด บัดนี้กลับหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความอึดอัดและแรงดึงดูดประหลาดที่ปฏิเสธไม่ได้ เร็นจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรั้นอยู่ในอก มือหนายื่นออกไปคว้าข้อแขนเรียวของคิริวไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ แต่กุมแน่นพอที่จะไม่ให้อีกฝ่ายถอยหนีไปไหน ความใกล้ชิดนี้ทำให้ได้กลิ่นหอมสะอาดจางๆ จากตัวของภัณฑารักษ์หน้านิ่ง ซึ่งมักจะทำให้สติสัมปชัญญะของสถาปนิกหนุ่มกระเจิงทุกที "เราไม่ได้ทะเลาะกันเพื่อหาว่าใครผิด... คิริว" เร็นผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนลาดไหล่บาง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนภายใต้ความปากจัด "ข่าวนี้มันจงใจบิดเบือนเพื่อบีบให้เราต้องยอมยกที่ดินแปลงนี้ให้กับกลุ่มทุนใหญ่... คุณก็รู้" คิริวชะงักไปเล็กน้อย ความเย็นชาบนใบหน้าละลายหายไปทีละน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมข้อมือตนอยู่ ดวงตากลมโตไหวระริก ยอมรับในใจลึกๆ ว่าอีกฝ่ายพูดถูก เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างเขากับเร็นเสียแล้ว "แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ..." เสียงของคิริวแผ่วเบาลง ลดทอนความแข็งกร้าวลงโดยไม่รู้ตัว "ถ้าสื่อเล่นข่าวนี้โหมกระหน่ำต่อเนื่อง คณะกรรมการเมืองจะต้องสั่งระงับการบูรณะตึกเก่า และทุกสิ่งที่เราสร้างมาจะพังทลายในชั่วข้ามคืน" เร็นยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเสน่ห์แพรพราวแบบฉบับของสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะ เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด จนคิริวต้องซุกตัวหนีความจั๊กจี้แต่ก็ไม่ยอมถอยห่าง "ก็ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมนัก... เราก็แค่เปิดห้องโถงนี้ แถลงข่าวสดให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลยสิครับ ว่าของที่หายไปน่ะ แท้จริงแล้วมันอยู่ที่ไหนกันแน่" ทว่า ก่อนที่คิริวจะได้ทันเอ่ยปากทักท้วงแผนการบ้าบิ่นนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ของห้องโถงใหญ่ ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสาดส่องเข้ามาวับวามพร้อมกับนักข่าวกลุ่มใหญ่ที่กรูเข้ามาด้านในอย่างล้นหลามราวกับฝูงผึ้งแตกรัง และคนที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก... กลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่ชายต่างแม่ของเร็น—คนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศและเป็นเจ้าของตัวจริงเบื้องหลังการปล่อยข่าวฉาวครั้งนี้เอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางฟินจิกหมอนมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%