"ถอนมือออกจากแป้นพิมพ์ซะยูมะ ถ้าไม่อยากให้ฉันหักนิ้วนายตอนนี้"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันของเร็นดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องเซิร์ฟเวอร์เปิดผาง สถาปนิกหนุ่มก้าวฉับๆ เข้าไปในห้องด้วยความเร็วที่ไม่ต่างจากพายุหมุน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นอัมพาต ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังวิ่งแถบโค้ดสีแดงฉาน บ่งบอกถึงระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่กำลังถูกเจาะจงเป้าหมาย
คิริวที่ก้าวตามเข้ามาติดๆ ไม่ได้เอ่ยคำพูดฟูมฟายสักแอะ ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกวาดสายตาสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณความเจ้าระเบียบและรอบคอบทำงานทันทีเมื่อเห็นรอยนิ้วมือบนกระจกหน้าต่างด้านหลังที่ถูกงัดแงะ
"ไม่ใช่การแฮกจากภายนอก" คิริวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท สกัดกั้นความตื่นตระหนกของยูมะที่หน้าซีดเผือดจนแทบจะเป็นลม "IP Address วิ่งมาจากคอมพิวเตอร์เครื่องสำรองในห้องเก็บแบบแปลนชั้นสาม... มีคนต่อสาย LAN ตรงเข้ากับเซิร์ฟเวอร์หลักโดยใช้สิทธิ์แอดมิน"
ยูมะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือที่สั่นเทาชี้ไปที่หน้าจอ "จ...จริงเหรอครับพี่คิริว แบบนี้แปลว่า... มีคนใน?"
"ใช่ หนอนบ่อนไส้" เร็นแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "กล้ามากนะที่ชักศึกเข้าบ้านตอนที่โปรเจกต์ประกวดแบบพิพิธภัณฑ์ศิลปะกำลังจะปิดรับสมัครในอีกสัปดาห์เดียว"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกได้ ไฟล์งานออกแบบสามมิติ โมเดลจำลอง และเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดที่พวกเขาช่วยกันปลุกปั้นมานานนับปี กำลังถูกลบทีละโฟลเดอร์อย่างเลือดเย็น ยูมะทำท่าจะโวยวายด้วยความสติแตก แต่กลับต้องชะงักเมื่อมือใหญ่ของคิริวแตะลงบนไหล่เบาๆ
"ตั้งสติยูมะ โวยวายตอนนี้ไม่ได้ช่วยให้ไฟล์กลับคืนมา" คิริวหันไปสั่งการด้วยความสุขุม "ไปดึงเบรกเกอร์ไฟของชั้นสามลงซะ ตัดระบบการเชื่อมต่อทั้งหมดทางกายภาพ ก่อนที่มันจะอัปโหลดข้อมูลชุดสุดท้ายออกไปข้างนอก"
"ครับ! ผมไปเดี๋ยวนี้ครับ!" ยูมะพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องอย่างลนลาน
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง เร็นไม่รอช้า ร่างสูงโปร่งทรุดตัวลงนั่งแทนที่ยูมะ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วระดับเซียน รหัสผ่านชุดแล้วชุดถูกป้อนเข้าไปเพื่อบล็อกการเข้าถึง แต่ระบบกลับตอบสนองด้วยหน้าจอสีแดงเตือนข้อผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ชit เอ้ย..." เร็นสบถเบาๆ กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความเครียดสะสมจากความสมบูรณ์แบบที่ถูกทำลายพุ่งทะยานถึงขีดสุด ความพยายามนับร้อยชั่วโมงกำลังจะมลายหายไปในพริบตา ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกตีรวนขึ้นมาจนลมหายใจเริ่มติดขัด
มืออุ่นจัดของใครบางคนวางทาบลงบนหลังมือที่กำลังสั่นเล็กน้อยของเร็น
เร็นชะงัก เงยหน้าขึ้นมอง
คิริวยืนอยู่ข้างกายตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าหน้านิ่งไร้ซึ่งรอยยิ้มเช่นเคย แต่แววตาที่มองตรงมากลับมีความนิ่งสงบอันทรงพลังสะท้อนอยู่เต็มเปี่ยม มันไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจแบบที่คนอ่อนแอมีให้กัน แต่มันคือความมั่นคงที่พร้อมจะแบกรับโลกทั้งใบร่วมกันในยามวิกฤต
"หายใจเข้าลึกๆ เร็น" คิริวเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าเด็ดขาด "นายกำลังใช้อารมณ์แก้ปัญหา และนั่นคือสิ่งที่มันต้องการ"
เร็นมองลึกเข้าไปในดวงตานั้น ความเกรี้ยวกราดในอกค่อยๆ มลายหายไปอย่างน่าประหลาด แทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ไหลซึมเข้าสู่หัวใจที่ด้านชา
"นายคิดว่าฉันจะใจเย็นลงได้ยังไง ในเมื่อความฝันของพวกเรา..."
"มันยังไม่พัง" คิริวตัดบท น้ำเสียงหนักแน่น "เพราะฉันสำเนาแบ็คอัปชุดสุดท้ายไว้ในฮาร์ดดิสก์พกพาเมื่อตอนเที่ยง"
เร็นเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตกตะกอนฉายชัดในแววตา "นาย... ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่ตอนที่นายมัวแต่เถียงกับลูกค้าเรื่องโทนสีผนังนิทรรศการนั่นแหละ ฉันมีนิสัยชอบทำสำรองข้อมูลเก็บไว้ทุกครั้งที่ต้องร่วมงานกับคน... ที่ชอบทำตัวน่าปวดหัว" คิริวแอบเหน็บเบาๆ แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นนิดหน่อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำเอาคนมองใจกระตุกวูบ
เร็นหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่แบกรับไว้หลุดร่วงลงพื้น "ให้ตายเธอนี่นะ... เจ้าระเบียบชะมัด"
"ถ้าไม่เจ้าระเบียบ ป่านนี้คงต้องมานั่งเช็ดน้ำตากับสถาปนิกปากจัดแถวนี้ไปแล้ว" คิริวตอบกลับทันควัน ขยับตัวเข้าไปยืนชิดเก้าอี้ที่เร็นนั่ง ไหล่ของพวกเขาสัมผัสกันเบาๆ ผ่านเนื้อผ้า ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เจตนาทำให้บรรยากาศรอบตัวอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว
เร็นเงยหน้าขึ้นมองคนด้านข้าง ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของภัณฑารักษ์หน้านิ่งลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ชั้นเชิงความซึน
"ขอบใจนะ... คิริว" เสียงของเร็นแผ่วเบาลงกว่าปกติ ทว่าจริงใจอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยพูดกับใครมาก่อน
คิริวชะงักไปนิด ดวงตาสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความรู้สึกหลากหลาย หัวใจที่เคยปิดตายเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ มือที่วางอยู่บนหลังมือของเร็นไม่ได้ถูกดึงกลับ แต่กลับพลิกคว่ำแล้วสอดนิ้วประสานเข้าหากันแน่นขึ้นโดยปริยาย
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งสูงจนถึงขีดสุด—
*ปัง!*
ประตูกระจกห้องเซิร์ฟเวอร์ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยยูมะที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับสายตาตื่นตกใจสุดขีด
"พี่เร็น! พี่คิริว! แย่แล้วครับ!" ยูมะหอบหายใจจนตัวโยก ร้องตะโกนลั่นห้อง "คนที่นั่งแฮกข้อมูลอยู่ในห้องชั้นสาม... ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นคุณอาเธอร์ ลูกค้าคนสำคัญของเราเองครับ!"
คำว่า "อาเธอร์" หลุดออกมาพร้อมกับความเงียบกริบที่เข้าปกคลุมห้องทั้งห้องทันที
เร็นขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความตกใจปนโกรธจัด ขณะที่คิริวหันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ขึ้นภาพโปรไฟล์ของสถาปนิกชื่อดังชาวต่างชาติผู้กุมชะตากรรมของโปรเจกต์นี้ พร้อมกับข้อความแชทใหม่ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*["หวังว่าจะชอบเซอร์ไพรส์นี้นะครับ... คุณสถาปนิก"]*
"หิมะแรกในโตเกียว"
เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 25
ความเห็นอกเห็นใจ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!