เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 26

ความเงียบในคืนดึก

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณยังยืนจ้องภาพสเกตช์บ้านร้างหลังนั้นด้วยสายตาเหมือนคนอกหักอีกสามวินาที ฉันจะถือว่าคุณกำลังแอบสารภาพรักผลงานของฉัน, คิริว" เสียงทุ้มที่เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานในยามวิกาล เร็นไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษแปลนสถาปัตยกรรมตรงหน้า นิ้วเรียวยังคงควงปากกาหมึกซึมราคาแพงอย่างใจเย็น แต่รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นสูงนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเขารับรู้ทุกย่างก้าวของภัณฑารักษ์หน้านิ่งที่เดินวนเวียนอยู่แถวโต๊ะทำงานของเขามาไม่ต่ำกว่าสิบนาทีแล้ว คิริวสะดุ้งเล็กน้อย เปลือกตาคมกริบกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสจากการจมดิ่งในห้วงความคิดของตัวเอง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้คาหนังคาเขาอีกตามเคย "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลย, เร็น" คิริวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่มักจะใช้คุมโทนเวลาจัดนิทรรศการศิลปะถูกงัดออกมาใช้กลบเกลื่อนความรุ่มร้อนในอก "ผมแค่กำลังตรวจเช็คความถูกต้องของสัดส่วนโครงสร้างพื้นที่จัดแสดงต่างหาก คุณวางผังห้องโถงหลักเบี้ยวไปสองมิลลิเมตร... ในฐานะภัณฑารักษ์ ฉันมีสิทธิ์ท้วงติงความสมบูรณ์แบบที่คุณมักจะอวดอ้างนักหนาไม่ใช่หรือไง" เร็นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มทุ้มและน่าฟังเสียจนคิริวต้องแอบกำมือเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะทำงานของอีกฝ่าย สถาปนิกหนุ่มยอมวางปากกาลงเงยหน้าขึ้นสบตา ปล่อยให้ความเงียบในยามตีสองโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ มีเพียงแสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดกระทบโครงหน้าคมคายและแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "เบี้ยวสองมิลลิเมตรเหรอ?" เร็นทวนคำ ท่าทางกวนประสาทปรากฏชัดเจนบนใบหน้า "แปลกจังนะ... สายตาคนที่บอกว่าตรวจแปลกงานศิลปะอย่างละเอียด ทำไมถึงเอาแต่มองหน้าผมตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในห้องนี้กันล่ะ หืม? หรือว่าแปลนบ้านร้างหลังนั้นมันสู้ใบหน้าอันหล่อเหลาของสถาปนิกคนนี้ไม่ได้" "คุณนี่มัน..." คิริวอยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนหลงตัวเองสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ติดตรงที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะทุกครั้งที่เร็นขยับเข้ามาใกล้ รอยยิ้มพราวเสน่ห์และความดื้อรั้นในแววตานั้นไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างคิริวจะรับมือไหวอีกต่อไปแล้ว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เส้นแบ่งเขตระหว่าง "เพื่อนร่วมงานคู่กัด" กับ "คนพิเศษ" เริ่มพร่าเลือนลงทุกที จากโปรเจกต์รีโนเวตหอศิลป์เก่าที่เต็มไปด้วยการปะทะคารม กลายมาเป็นค่ำคืนทำงานดึกดื่นที่มีแค่พวกเขาสองคนกาแฟหมดไปหลายแก้ว และความรู้สึกที่สั่งสมในใจก็เริ่มเติบโตจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่า... เขากำลังเสพติดการมีเร็นอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองเสียแล้ว คิริวถอนหายใจยาวเหยียด พยายามดึงความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีกลับมา เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเร็นอีกก้าว ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนขอบกระดาษแปลน พยายามมองข้ามสายตาพราวระยับคู่นั้น "เราทำงานร่วมกันมามากพอที่จะรู้ว่าความเงียบในยามดึกแบบนี้มักจะไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่, เร็น" คิริวเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณควรพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้เราต้องไปตรวจหน้างานจริงแต่เช้าตรู่" "เป็นห่วงผมเหรอ?" เร็นถามสวนทันควัน ดวงตาคมกริบพุ่งตรงมาที่คิริวราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปถึงก้นBบึ้งของหัวใจ น้ำเสียงที่เคยติดตลกเมื่อครู่กลับแฝงความจริงจังบางอย่างเอาไว้จนคิริวเผลอกลั้นหายใจ "พักหลังมานี่ คุณดูแลผมดีเกินหน้าที่ภัณฑารักษ์ไปเยอะเลยนะ คิริว... หรือว่าคุณกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่?" คิริวชะงัก ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ถูกจี้1ตรงจุดเป๊ะ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียความสัมพันธ์แบบนี้ไป ความกลัวที่ว่าหัวใจของเขาอาจจะเผลอมอบให้สถาปนิกปากจัดคนนี้ไปหมดทั้งดวงโดยที่อีกฝ่ายแค่เล่นสนุก "ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น" คิริวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้ "และไม่ได้เป็นห่วงคุณด้วย แค่ไม่อยากให้งานพังเพราะสถาปนิกสมองกลับอดนอนจนเบลอต่างหาก" เร็นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างสูงโปร่งที่ขยับเข้ามาประชิดตัวทำเอาคิริวต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้เนื้อแข็งด้านหลังเสียแล้ว เร็นใช้แขนข้างหนึ่งยันชั้นหนังสือไว้ กักตัวคิริวไว้ในวงแขนอย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟจางๆ จากตัวของเร็นลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ปากแข็งเก่งเสียจริงนะ... ทั้งที่หัวใจของคุณตอนนี้เต้นแรงจนผมได้ยินมันชัดกว่าเสียงนาฬิกาแขวนผนังซะอีก" เร็นกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว "ถ้าไม่ได้เป็นห่วง... แล้วทำไมสายตาที่คุณมองผมมันถึงได้ฟ้องว่าคุณอยากให้ผมพูดคำอื่นมากกว่าเรื่องงานล่ะ, หืม?" คิริวเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่เกินขอบAเขตทำให้สติที่มีอยู่กระเจิงไปหมด เขาอยากจะผลักอกอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง แต่ฝ่ามือกลับไร้เรี่ยวแรงจะขยับ ยิ่งมองลึกลงไปในดวงตาที่จริงจังไร้ร่องรอยของการหยอกล้อในตอนนี้ของเร็น คิริวก็ยิ่งรู้ตัวว่าเขาพ่ายแพ้ราบคาบ "เร็น... คุณ..." คิริวเปล่งเสียงได้แค่นั้นเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่รินรดกัน ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับเดือนกำลังจะถูกปลดปล่อยในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ ทว่า— *กริ๊งงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบในยามดึกขึ้นมาทันที ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนพังทลายในพริบตา เร็นสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด ขณะที่คิริวรีบใช้จังหวะนั้นดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างแล้วสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติกลับคืนมา เร็นหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสว่างวาบด้วยความไม่สบอารมณ์ แต่พอเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาในยามวิกาลแบบนี้ คิริวก็สังเกตเห็นว่าแววตาสนุกสนานเมื่อครู่ของเร็นแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "ว่าไง ยูมะ?" เร็นกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น เสียงร้อนรนของยูมะรุ่นน้องสถาปนิกดังลอดออกมาจากปลายสายจนคิริวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังได้ยินชัดเจน *"พี่ยุติธรรม... พี่เร็นรีบมาที่ไซท์งานรีโนเวตด่วนเลยครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... โครงสร้างผนังปีกตะวันตกที่เพิ่งซ่อมแซมไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้นมาเพราะแรงสั่นสะเทือนอะไรบางอย่าง... ตอนนี้มันกำลังจะพังลงมาแล้วครับ!"* เร็นหน้าถอดสีในทันที ความทรงจำเลวร้ายเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตพุ่งเข้าชนสมองราวกับค้อนทุบ คิริวที่เห็นอาการของเร็นก็รีบก้าวเข้ามาคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่นทันที "เร็น ตั้งสติ!" คิริวเอ่ยเสียงเข้ม แววตานิ่งสงบเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวในยามวิกฤต "เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้" เร็นหันกลับมาสบตากับคิริว ชั่ววินาทีนั้นความกลัวและความกังวลฉายชัดในแววตาของสถาปนิกผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ก่อนที่เร็นจะได้ขยับตัวก้าวออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็วจากด้านนอกห้องทำงาน ประตูก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้า—บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาโผล่ที่นี่ในเวลานี้ "สวัสดีครับ... สถาปนิกคนเก่ง ดูท่าว่าโปรเจกต์ในฝันของคุณกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตาแล้วสินะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่อยู่เคียงข้างความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานนี้นะคะ — หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%