เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 16

สายตาที่จับจ้อง

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานกระจกใสของหอศิลป์จนยับเยิน ยูมะหอบหายใจจนตัวโยน สีหน้าของรุ่นน้องสถาปนิกซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่กระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้น "พี่เร็น! พี่คิริว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... งานนิทรรศการหลักที่หอศิลป์... ภาพวาดชิ้นเอกที่เก็บไว้ในห้องนิรภัย... มันหายไปอย่างไร้ร่องรอยครับ!" ประโยคคำประกาศนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางห้อง บรรยากาศรอบตัวหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที เร็นที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเก๊กหยิ่งตามเคย ชะงักกึก สีหน้าที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในทันที สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปมลึก สัญชาตญาณความดิบเถื่อนและปากจัดที่มักพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่คนอื่นถูกกลืนหายไปในลำคอ เหลือเพียงความตื่นตัวระดับสูงสุด ในขณะเดียวกัน คิริว ภัณฑารักษ์หน้านิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็น กลับแสดงปฏิกิริยาที่น่าตกใจยิ่งกว่า ดวงตาสองชั้นที่มักสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารกำแน่นจนกระดาษยับย่น "พูดอะไรของนาย ยูมะ..." เสียงของคิริวแหบพร่าลงอย่างผิดปกติ มันไม่ใช่ความตกใจธรรมดา แต่เป็นอาการของคน0ที่ความทรงจำอันเจ็บปวดกำลังถูกกระชากขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจ "ห้องนิรภัยระบบความปลอดภัยระดับสูงสุด ลายนิ้วมือกับรหัสผ่านมีแค่ฉันกับผู้อำนวยการ ภาพนั้นจะหายไปได้ยังไง!" "ผมไม่รู้ครับ... ระบบเซนเซอร์ไม่แจ้งเตือน กล้องวงจรปิดมุมนั้นถูกตัดสัญญาณ ภาพ 'รอยยิ้มสีเทา' ของอาจารย์เคน... มันหายไปจากกรอบแล้วครับ!" ยูมะละล่ำละลักตอบ เสียงสั่นเครือจนน่าสงสาร เร็นหันขวับไปมองคิริวทันที เขารู้ดีว่าภาพวาดชิ้นนั้นมีความหมายต่อภัณฑารักษ์หน้านิ่งคนนี้มากแค่ไหน มันไม่ใช่แค่งานศิลปะมูลค่ามหาศาล แต่มันคือ 'ตราบาป' และ 'ความฝัน' ที่คิริวใช้เวลาทั้งชีวิตในการปกป้อง ท่าทีเย็นชา ห่างเหิน และเจ้าระเบียบที่คิริวใช้กำแพงเข้าหาผู้คน แท้จริงแล้วมันคือเกราะป้องกันจิตใจอันเปราะบางจากอดีตที่เคยผิดพลาด "ตั้งสติก่อน ยูมะ" เร็นก้าวฉับๆ เข้าไปตบไหล่รุ่นน้องแรงๆ สองที น้ำเสียงที่ปกติจะกวนประสาทและแหลมคม กลับแปรเปลี่ยนเป็นความหนักแน่นเด็ดขาดอย่างน่าประหลาด "นายพาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปเช็คระบบรอบนอก ห้ามให้ใครเข้าออกเด็ดขาด ทางนี้ฉันกับคิริวจะจัดการเอง" คิริหายใจติดขัด ร่างโปร่งใต้เสื้อเชิ้ตสีอ่อนเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันมหาศาลบีบอัดจนเขาแทบล้มทั้งยืน เขากำลังจะก้าวขาพุ่งออกไปที่ห้องนิรภัยด้วยความลนลาน แต่เพราะความรีบร้อนและสติที่หลุดลอย ทำให้ข้อเท้าของเขาพลิกเข้าอย่างจังบนพรมหนานุ่ม "ระวัง!" เร็นไวกว่าความคิด ร่างสูงโปร่งพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางของคิริวเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างของภัณฑารักษ์หน้านิ่งจะกระแทกพื้น แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เซถลาล้มลงไปพิงกับชั้นวางหนังสือบิวท์อินเนื้อไม้ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นไม้กฤษณาและกระดาษเก่าจากตัวคิริวคลุ้งอยู่ในโสตประสาทของเร็น หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระหน่ำเต้นโครมครามอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความตกใจเรื่องภาพหาย แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เร็นก้มมองคนในอ้อมแขน คิริวหลับตาลงแน่น เปลือกตาสั่นระริก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมขาวสะอาด ภาพลักษณ์ของภัณฑารักษ์ผู้หยิ่งทะนงและสมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่น พังทลายลงเหลือเพียงชายหนุ่มผู้แตกสลายและกำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว นี่เป็นครั้งแรก... ที่เร็นได้เห็นรอยร้าวภายใต้หน้ากากอันเย็นชาของคิริวอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ "นาย..." เร็นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก น้ำเสียงที่มักจะใช้เยาะเย้ยถากถาง กลับอ่อนนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว "ไหวไหมคิริว" คิริวค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาสองชั้นคู่สวยนั้นคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมา การสบตากันในระยะประชิดเพียงคืบ ทำให้เร็นรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ความรู้สึกต่อต้าน ความหมั่นไส้ และความปากจัดที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก—ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องคนตรงหน้าจากโลกอันโหดร้ายนี้ "ภาพนั้น..." เสียงของคิริวสั่นเครือและแหบแห้ง ยิ่งตอกย้ำความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ "ถ้ามันหายไป... ฉัน... ฉันคงไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่อีกแล้ว เร็น..." สรรพนามที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยบวกกับความอ่อนแอที่หลุดรอดออกมา ทำให้กำแพงในใจของเร็นพังทลายลงในพริบตา สถาปนิกปากจัดถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนาที่ไม่เคยแสดงความอ่อนโยนกับใคร เอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนของคิริวอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วทำให้คิริวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืน ดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าคมคายของเร็นที่เต็มไปด้วยความจริงจัง "เงียบปากแล้วฟังฉันนะ คิริว" เร็นเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าเด็ดเดี่ยว แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "นายคิดว่าตัวเองเก่งนักใช่ไหม? แบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกให้คนอื่นเกรงกลัว แต่วันนี้นายกำลังจะพังเพราะเรื่องบ้าๆ แค่นี้เนี่ยนะ?" "นาย..." คิริวเม้มปากแน่น อยากจะเถียงกลับตามนิสัยเดิม แต่ความอ่อนล้าทำให้เขาไร้เรี่ยวแรงจะต่อกร "จำไว้..." เร็นขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ฉันอาจจะเป็นสถาปนิกที่ปากจัดและน่ารำคาญที่สุดในโลก... แต่ฉันไม่มีวันปล่อยให้นายต้องแบกรับความผิดที่ไม่ได้ก่อไว้คนเดียวแน่ ภาพนั้นจะต้องกลับคืนมา... ฉันสัญญา" หัวใจของคิริวเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือหนาที่ยังคงประคองแผ่นหลังของเขาไว้ และแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจอย่างไร้การเสแสร้งของเร็น ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่คิริวสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีหลอมละลายลงอย่างช้าๆ นี่คือความใจดีที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดถางถาง นี่คือความอบอุ่นที่เร็นมักจะปกปิดไว้ด้วยความกวนประสาท... และเขาก็เพิ่งได้ค้นพบมัน ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมามากกว่านั้น เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ "พี่เร็นครับ! พี่คิริว! แย่แล้วครับ..." เสียงยูมะดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง "เราเจอตัวคนร้ายที่เอาภาพวาดไปแล้วครับ... และ... และคนที่เอาไป..." ยูมะหยุดพูดกะทันหัน สีหน้าของรุ่นน้องตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ เร็นและคิริวผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ คิริวรีบใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากดวงตาอย่างลวกๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทตามสัญชาตญาณ ขณะที่เร็นหันขวับไปมองยูมะด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ "ใครเป็นคนเอาไป? พูดมาให้เคลียร์ ยูมะ!" เร็นเอ่ยเสียงเข้ม ยูมะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "คนที่เอาภาพวาดไป... คือ ผู้อำนวยการ... และตอนนี้เขากำลังยืนรอพวกเราอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ครับ!" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวของต้าวสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่งนะคะ! ตอนหน้าความจริงเบื้องหลังภาพวาดจะถูกเปิดเผยแล้ว เตรียมใจรับแรงกระแทกกันไว้ได้เลยค่ะ! หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%