เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 15

บรรยากาศที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ไม่เจอกันนานนะ คิริว... นายยังมีความสุขกับการรื้อฟื้นซากปรักหักพังของคนอื่นอยู่อีกเหรอ" ประโยคท้าทายนั้นยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ กลิ่นอายความอึดอัดของอดีตที่ไม่ได้สะสางลอยฟุ้งเข้ามาปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วบดในห้องทำงานส่วนตัวของเร็น สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม นัยน์ตาสีเข้มคมกริบมองผู้มาเยือนแปลกหน้า—ไม่สิ... คนจากอดีตที่คิริวไม่อยากแม้แต่จะชายตาแล ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมหรือความอึดอัดจนหายใจไม่ออกเหมือนทุกทีที่เร็นกับคิริวปะทะคารมกัน บรรยากาศรอบตัวกลับนิ่งสนิท ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อรอดูว่าภัณฑารักษ์หน้านิ่งจะเลือกหยิบมีดเล่มไหนขึ้นมาป้องกันตัว คิริวไม่ได้ขยับเขยื้อiวร่าง เขายังคงยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ไหล่บางเหยียดตรง แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออนจนมองไม่เห็นประกายในดวงตาคู่นั้น แต่เร็นที่ยืนอยู่ใกล้กันกลับสังเกตเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน—นั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของคนชื่อคิริว "ถ้าการปกป้องงานศิลปะจากพวกมือสมัครเล่นที่ชอบทำลายโครงสร้างเดิมเรียกว่าการรื้อฟื้นซาก..." คิริวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน "ฉันก็คงมีความสุขกว่าการยืนมองคนไม่มีรสนิยมมาทำลายคุณค่าของมันทิ้งล่ะนะ" เร็นแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้โกรธเคืองคำเหน็บแนมนั้น กลับกัน หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะด้วยความเร้าใจประหลาดเมื่อเห็นคิริวเลือกที่จะยืนหยัดและต่อสู้ด้วยวาจา แทนที่จะถอยหนีเหมือนหอยมุกหลบเข้าเปลือกตามนิสัยเดิม แขกไม่速เชิญ—หรือก็คือคู่แข่งคนสำคัญในอดีตของคิริว—แค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกสองก้าว สายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินราคาเซฟเฮาส์แห่งนี้ "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... นายก็ยังเป็นนายสินะ คิริว คนที่ยึดติดกับอดีตจนไม่ยอมมองอนาคต" "อนาคตที่ดี มันต้องสร้างรากฐานมาจากอดีตที่ถูกต้อง ไม่ใช่การบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อสนองนีทตัวเอง" คิริวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีความเกรงกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย เร็นแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนข้างกาย หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขารู้ดีว่าคิริวเป็นคนเงียบขรึมและเกลียดการปะทะ แต่ในเวลาแบบนี้... ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกลับเลือกที่จะยืนหยัดเผชิญหน้ากับปีศาจจากอดีต โดยมีเร็นยืนอยู่เคียงข้างในระยะประชิด ความเงียบเข้าปกคลุมอีกระลอก แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานบางอย่าง—ความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ไม่ได้ถูกเปล่งออกมาเป็นคำพูด เร็นไม่ต้องเอ่ยปากปกป้อง เพราะเขารู้ว่าคิริวจัดการได้ และคิริวเองก็รู้ว่าต่อให้เขาพลาด เร็นก็ไม่มีวันปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำคนของตัวเองเป็นอันขาด "นายเปลี่ยนไปนะ..." แขกผู้มาเยือนหรี่ตามองคิริวอย่างพิจารณา ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับเร็นที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสืออยู่ "หรือเป็นเพราะสถาปนิกปากจัดคนนี้ ที่ทำให้คนเย็นชาอย่างคิริวเริ่มมีความรู้สึกขึ้นมาได้บ้าง" เร็นเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "ถ้าหมายถึงการทำให้เขาเลิกเก็บตัวแล้วออกมาเผชิญหน้ากับความจริง... ฉันคิดว่าฉันทำได้ดีกว่านายเยอะ สมัยก่อนนายทำได้แค่ไล่ตามหลังเขาไม่ใช่เหรอ ถึงได้เก่งแต่เห่าอยู่ในเงาแบบนี้" "นาย!" แขกคนนั้นหน้าตึงขึ้นมาทันที กำปั้นกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "พอได้แล้ว" คิริวเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เขาขยับตัวก้าวออกมายืนบังรัศมีสายตาของเร็นเล็กน้อย แม้ท่าทางจะดูสงบเสงี่ยม แต่แววตาที่มองตรงไปข้างหน้ากลับเด็ดเดี่ยวและทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก "ถ้าเรื่องที่นายมาวันนี้มีแค่นี้ ก็เชิญกลับไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคนที่ไม่รู้จักให้เกียรติงานของผู้อื่น" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงหึ่งเบ aๆ แขกผู้ไม่ได้รับเชิญจ้องมองคิริวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างยอมจำนน "นายยังดื้อด้านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... คิริว ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องโปรเจกต์นั้นใหม่ ฉันรู้ว่านายปฏิเสธมันไม่ได้หรอก" พูดจบ เจ้าตัวก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปอย่างไร้เยื่อใย เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทิ้งให้ความเงียบสงบกลับคืนสู่เซฟเฮาส์อีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้ช่างแตกต่างจากทุกที มันไม่ใช่ความอึดอัด ไม่ใช่ความห่างเหิน แต่มันคือความเงียบที่อบอวลไปด้วยความโล่งใจและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน เร็นถอนหายใจยาว พรูลมหายใจร้อนๆ ออกมาจากปาก ก่อนจะหันไปมองคนข้างกาย "โปรเจกต์อะไรที่หมอกนั่นพูดถึง?" คิริวไม่ตอบในทันที เขานิ่งเงียบ ถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ปลายนิ้วคลึงหว่างเรย์เบาๆ ท่าทางเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน เร็นเห็นดังนั้นจึงขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบโยน แต่จังหวะนั้นเอง คิริวก็เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาสีเข้มคู่สวยไหวระริกเล็กน้อย ไม่มีกำแพงน้ำแข็ง ไม่มีรอยยิ้มเยือกเย็น มีเพียงความอ่อนล้าและความจริงใจที่ส่งผ่านมาตรงๆ "ขอบคุณนะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยมาแตะจมูก เร็นชะงักค้างกลางอากาศ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ฉันไม่ได้ทำเพื่อช่วยนายสักหน่อย แค่หมอนั่นมากวนประสาทในอาณาเขตของฉันต่างหาก" เร็นรีบเบือนหน้าหนีกลบเกลื่อนอาการเขินที่จู่ๆ ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาดื้อๆ หูทั้งสองข้างร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นเสยผม คิริวหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาเป็นครั้งแรก—เสียงหัวเราะที่ไร้การปรุงแต่งและจริงใจที่สุดเท่าที่เร็นเคยได้ยินมา รอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนมุมปากของภัณฑารักษ์หน้านิ่งทำเอาสถาปนิกปากจัดถึงกับสติหลุดลอยไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นและละมุนละไมขึ้นอย่างประหลาด ความเงียบที่ไม่น่าอึดอัดนี้ทำให้ทั้งสองคนยืนใกล้กันมากกว่าที่เคย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะแนบชิด เร็นก้มมองคนตรงหน้า นัยน์ตาสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่ตอนนี้ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด มือที่ค้างอยู่กลางอากาศเปลี่ยนเป็นเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของคิริวอย่างแผ่วเบาโดยสัญชาตญาณ คิริวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบตา ค้างเติ็งอยู่ในความเงียบที่หวานล้ำจนน่าใจหาย "ถ้าหมอนั่นยังกล้ามาหาเรื่องนายอีก..." เร็นโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ "บอกฉันได้เลยนะ... ฉันพร้อมจะพังมันให้ราบคาบกว่าเดิม" คิริวเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปนี้ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออก *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันแทบไม่ทัน ยูมะพรวดพรากเปิดประตูผลาดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าของรุ่นน้องสายชิลล์ซีดเผือดจนไร้สีเลือด "พี่เร็น! พี่คิริว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... งานนิทรรศการหลักที่หอศิลป์... ภาพวาดชิ้นเอกที่เก็บไว้ในห้องนิรภัย... มันหายไปอย่างไร้ร่องรอยครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของเร็นและคิริวนะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%