"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังจงใจวิ่งหนีรสนิมในงานสถาปัตยกรรมยุคโชวะนะคecเซ็นseเร็น"
คิริวหยุดฝีเท้าลงบนฟุตปาธย่านคานะซาวะ—แม้เราจะปักหลักกันที่โตเกียว แต่โปรเจกต์รีโนเวต์พิพิธภัณฑ์ศิลปะรอบนี้ พาเราลัดเลาะมาไกลถึงเมืองเก่าเพื่อตามหา 'แรงบันดาลใจนอกสถานที่' ตามคำสั่งเฉียบขาดของสถาปนิกปากจัดที่ตอนนี้กำลังทำหน้ายุ่งยากเหมือนคนท้องผูก
เร็นชะงักฝีเท้า ใบหน้าคมคายภายใต้โค้ทตัวยาวหันขวับมามองภัณฑารักษ์หน้านิ่งที่วันนี้สวมแว่นกรอบบางสะท้อนแสงแดดจัดจ้าน ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยอย่างนึกหมั่นไส้
"ผมไม่ได้หนี แค่ไม่อยากเสียเวลากับการยืนจ้องประตูไม้ผุๆ ของร้านขายมิโซะเก่าๆ สามสิบนาทีแบบที่คุณทำต่างหาก คิริวซัง" เร็นสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความถือดีตามวิสัย "เรามาหาแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงสร้างเหล็กถักรับน้ำหนัก ไม่ใช่มาทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน"
"แต่โครงสร้างเหล็กถักที่คุณว่า มันก็ต่อยอดมาจากภูมิปัญญาการเข้าไม้แบบดั้งเดิมนี่แหละค่ะ ถ้าคุณไม่อ่านรากเหง้า งานของคุณก็เป็นแค่กล่องกระจกเย็นชาไร้จิตวิญญาณเหมือนหน้าตาคุณตอนเช้านั่นแหละ" คิริวตอบกลับด้วยน้ำพักน้ำแรงที่นิ่งสนิท ทว่าวาจาร้ายกาจไม่แพ้กัน
เร็นแค่น "หึ" ในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวร่างโปร่งที่สูงไล่เลี่ยกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากเสื้อกันหนาว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นจางๆ ของอากาศปลายฤดูโชยเข้าจมูกจนเร็นเผลอชะงักไปชั่ววินาที
ปากก็เก่งแบบนี้ทุกทีสิน่า...
"งั้นพิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อยสิครับ ว่าภัณฑารักษ์ผู้รอบรู้คนนี้ มีสายตาเฉียบคมพอที่จะหา 'มุมมองใหม่' ให้ผมได้จริงๆ ไม่ใช่แค่พามาเดินเล่นแก้หนาว" เร็นท้าทาย ปลายจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างจากแก้วเนียนของอีกฝ่ายเพียงคืบเดียว ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนไปมาบนถนนสายวัฒนธรรม
คิริวไม่หลบสายตา นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างท้าทายพอกัน "ตามมาสิคะ ถ้าคุณกล้าพอนะ"
ร่างโปร่งหมุนตัวเดินนำไปยังตรอกแคบๆ ด้านข้างศาลเจ้าเก่าแก่ที่ถูกบดบังด้วยตึกพาณิชย์สมัยใหม่ เร็นพ่นลมหายใจอย่างขัดใจเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เดินตามหลังไปติดๆ ยูมะที่เดินตามหลังมาห่างๆ ทำได้เพียงยกมือขึ้นกุมขมับกับความเด็กของหัวหน้าทีมทั้งสองคนที่มักจะหาเรื่อง "ประลองฝีปาก" กันได้ทุกตารางเมตรของญี่ปุ่น
บรรยากาศในตรอกแคบเงียบสงบ ตัดขาดจากความวุ่นวายของย่านการค้าโดยสิ้นเชิง ผนังปูนเปลือยของอาคารสมัยใหม่ตั้งตระหง่านอยู่เคียงคู่กับกำแพงดินอัดแน่นโบราณ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านช่องว่างระหว่างตึก ทอดเงาทาบทับลงบนพื้นหินขรุขระเกิดเป็นลวดลายเรขาคณิตธรรมชาติที่งดงามเกินบรรยาย
คิริวหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าผนังปูนฉาบแตกแขนงเป็นริ้วรอยคล้ายใยแมงมุม มือเรียวยื่นไปแตะเบาๆ บนพื้นผิวที่ขรุขระและเย็นเฉียบนั้น
"มองเห็นอะไรไหมคะ... เร็น" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกแผ่วเบา ยามที่เจ้าตัวหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหลัง
เร็นก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับความเย็นของอากาศรอบตัว สายตาคมกไล่ระดับตามรอยแยกบนผนังปูน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงข้ามที่ถูกย้อมด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ของยามบ่าย ความเย่อหยิ่งในแววตาสถาปนิกหนุ่มค่อยๆ เจือจางลง แทนที่ด้วยประกายความทึ่งที่ปิดไม่มิด
"รอยแตกร้าวที่ควบคุมทิศทางได้... มันไม่ใช่ความเสียหาย แต่มันคือการยอมรับแรงกดทับจากธรรมชาติ" เร็นพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับหลุดเข้าไปในโลกความคิดของตัวเอง "ถ้าเราเอาแนวคิดนี้มาใช้กับระเบียงกระจกของโปรเจกต์หลัก... ให้มันมีร่องรับการขยายตัวตามอุณหภูมิโดยไม่สูญเสียความงาม..."
"Bingo ค่ะ" คิริวคลี่ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้านิ่งสนิท ทำให้เร็นถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว
รอยยิ้มนั้น... ทำไมมันถึงมีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจจะเถียงของเขาได้ราบคาบขนาดนี้นะ
เร็นขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปราวกับจะแตะกลุ่มผมสีเข้มที่พลิ้วไหวตามแรงลม แต่ทว่า—
"อุ๊ย ขอโทษด้วยนะคะ!"
เสียงใสๆ พร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ที่หัวไหล่ ทำให้เร็นต้องผละถอยหลังออกมาอย่างเสียดาย นักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติคนหนึ่งก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในฝูงชน
เร็นหันกลับมามองคิริวอีกครั้ง ตั้งใจจะเอ่ยกลบเกลื่อนความเก้อเขินด้วยประโยคคมคายสักประโยค ทว่า...
ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตหลังกรอบแว่นของคิริว กลับไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทแบบเดิมอีกต่อไป
ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งกำลังก้าวพ้นมุมตึกฝั่งตรงข้ามมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา ใบหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงแววตาดุดันคุ้นตาคู่นั้น ทำให้เลือดในกายของคิริวเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ไม่เจอกันนานนะ คิริว... นายยังมีความสุขกับการรื้อฟื้นซากปรักหักพังของคนอื่นอยู่อีกเหรอ"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 14
การสำรวจเมืองโตเกียว
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!