เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 6

เมื่อภัณฑารักษ์ยอมถอย

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่น ลวดลายแปลนสถาปัตยกรรมของหอศิลป์ที่ร่างขึ้นด้วยลายเส้นดินสอเอชบีสะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกของเร็น สถาปนิกหนุ่มขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น ขณะจ้องมองร่างสูงโปร่งของภัณฑารักษ์หน้านิ่งที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์จัดแสดงนิทรรศการ "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คิริว" เสียงทุ้มต่ำเจือความไม่พอใจหลุดออกมาจากริมฝีปากที่มักจะมีคำพูดจิกกัดเสมอ เร็นก้าวเท้าเข้าไปประชิดพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่ายอย่างคุกคาม แต่คิริวกลับไม่มีท่าทีสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาสีนิลคู่นั้นยังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น "ผมไม่ได้เล่นเกมครับ คุณเร็น" คิริวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสายตาของสถาปนิกหนุ่ม "นี่คือการทำงานตามมาตรฐานของแกลเลอรี และแปลนที่คุณแก้มาสามรอบล่าสุด มันยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานของภัณฑารักษ์... หรือว่าอีโก้ของคุณมันใหญ่เกินกว่าจะรับฟังเสียงสะท้อนจากคนใช้งานจริงล่ะครับ" คมคายและบาดลึก เร็นแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง เขายื่นมือไปกุมขอบโต๊ะทำงานของคิริวโน้มตัวเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นซีดาร์จางๆ จากตัวของภัณฑารักษ์ลอยมาแตะจมูก ปะปนกับความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวตนของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน "อีโก้เหรอ? หึ... ถ้าผมไม่มีอีโก้ งานออกแบบหอศิลป์ชิ้นนี้คงพังไม่เป็นท่าตั้งแต่วันแรกที่คุณเข้ามาจุ้นจ้านแล้ว คิริว คุณมันก็แค่คนหัวโบราณที่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ จนมองไม่เห็นความงามของการทะยานออกนอกกรอบ!" "ถ้าการทะยานออกนอกกรอบของคุณมันหมายถึงการทำลายพื้นที่จัดแสดงภาพวาดทรงคุณค่าให้กลายเป็นแค่ห้องโล่งๆ ไร้จิตวิญญาณ... ผมก็ยอมเป็นคนหัวโบราณที่น่ารำคาญในสายตาคุณดีกว่าครับ" คิริวสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมตวัดมองสบกับเร็นอย่างไร้ความเกรงกลัว ความนิ่งสงบนั้นยิ่งเติมเชื้อเพลิงให้เร็นรู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะตัดได้ด้วยมีด ยูมะที่ยืนหลบมุมอยู่ตรงประตูทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน รุ่นน้องสถาปนิกสายชิลล์คอยส่งสัญญาณมือใบ้ให้ทั้งคู่ใจเย็นๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจโลกภายนอกอีกแล้ว นอกจากสงครามประสาทของคนสองคนตรงหน้า เร็นจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรงของคิริว อกบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่าง ความดื้อรั้นที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครของคิริว กลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เร็นรู้สึกว่า... คนตรงหน้าไม่ได้เป็นแค่หุ่นยนต์จัดแสดงงานศิลปะ แต่มีหัวใจที่เต้นแรงอยู่ข้างในจริงๆ "คุณเกลียดผมมากสินะ" น้ำเสียงของเร็นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่เจือด้วยความตัดพ้อบางเบาที่เจ้าตัวแทบไม่อยากยอมรับ คิริวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลที่เคยเรียบเฉยไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม นิ้วเรียวยาวขยับจัดปกเสื้อของตัวเองอย่างช้าๆ เพื่อซ่อนความสั่นไหว "ผมไม่ได้เกลียดคุณ..." คิริวเว้นจังหวะ หายใจเข้าลึกราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดแต่ละคำ "แต่ผมเหนื่อย... เหนื่อยที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างความเย่อหยิ่งของคุณ และเหนือสิ่งอื่นใด... เหนื่อยที่เห็นคุณทำลายพรสวรรค์ของตัวเองด้วยความดันทุรัง" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจเร็น สถาปนิกหนุ่มนิ่งอึ้ง สมองที่เคยแล่นเร็วดั่งติดจรวดหยุดชะงักลงทันที ไม่มีคำพูดจิกกัด ไม่มีรอยยิ้มเยาะ มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากแววตาคู่คมของภัณฑารักษ์หน้านิ่ง ที่ทำให้เร็นรู้สึกเหมือนถูกถอดหน้ากากออกจนหมดเปลือก คิริวถอนหายใจยาว ยอมเป็นฝ่ายถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อทิ้งระยะห่าง มือเรียวหยิบแฟ้มเอกสารอีกเล่มขึ้นมาเปิดผ่านๆ โดยไม่สบตาเร็นอีก "ถ้าวันนี้คุณยังคิดแค่จะเถียงเพื่อเอาชนะ... เชิญกลับไปก่อนเถอะครับ ผมยังมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ" ท่าทีที่ยอมถอยแต่โดยดีของคิริว กลับทำให้เร็นรู้สึกวูบโหวงในช่องท้องอย่างประหลาด มันไม่ใช่การถอยเพราะยอมแพ้ แต่เป็นการถอยเพราะความเหนื่อยหน่ายและผิดหวัง... ซึ่งนั่นมันแย่ยิ่งกว่าการถูกด่ากราดเสียอีก เร็นยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของคิริวเอาไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบิดเบาๆ ทำให้ภัณฑารักษ์หน้านิ่งต้องสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างแนบแน่นในระยะประชิด ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องจัดแสดงกว้าง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นรัวแข่งกัน "เดี๋ยวก่อน..." เร็นกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของอีกฝ่าย "ผม... ขอโทษ" คิริวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำขอโทษจากปากของสถาปนิกปากจัดผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นระรัวเข้าหากันจนแทบจะหลอมละลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูห้องกระจกที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมด... "อ้าว! อยู่กันครบทีมพอดีเลย... ผมมีข่าวร้ายเรื่องงบประมาณโปรเจกต์จะมาแจ้ง" เสียงทุ้มของบุคคลที่สามดังแทรกเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของประธานกรรมการบริหารโครงการที่ยืนยันรอยยิ้มเย็นเยียบอยู่หน้าประตู ทำให้เร็นต้องรีบปล่อยมือจากข้อมือของคิริวทันทีด้วยความหงุดหงิดสุดขีด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและปมร้อนๆ ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%