เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 3

กาแฟขมกับความคิดเห็นที่ต่างกัน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงกระแทกของแก้วเซรามิกสีดำสนิทกระทบลงบนพื้นโต๊ะประชุมไม้โอ๊กเนื้อแน่นดัง *กึก* จนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย ไม่มีใครในห้องประชุมห้องนี้กล้าส่งเสียงหายใจดังเกินจังหวะปกติ แม้กระทั่งยูมะ รุ่นน้องสถาปนิกที่นั่งตัวลีบอยู่มุมห้องยังต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อสนามรบขนาดย่อมระหว่างสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กับภัณฑารักษ์หน้านิ่งผู้ยึดมั่นในกรอบระเบียบอย่างเคร่งครัด ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นประโยคทักทาย "ถ้าคุณคิดว่าการทุบผนังปูนเปลือยฝั่งตะวันออกทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยกระจกใสแจ๋วจะช่วยให้ห้องจัดแสดงนิทรรศการดู 'โมเดิร์น' ขึ้นล่ะก็..." คิริวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "ผมเกรงว่าคุณคงเข้าใจความหมายของคำว่า 'พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับงานศิลปะร่วมสมัย' ผิดเพี้ยนไปไกลทีเดียวค่ะ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง 'ไปไกลลิบโลก' ต่างหากล่ะครับ" ประโยคหลังถูกจงใจเน้นเสียงด้วยรอยยิ้มจอมปลอมที่ไปไม่ถึงดวงตาคู่คมสีสนิม เร็นถึงกับแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงมองคนตรงข้ามด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ สถาปนิกหนุ่มเกร็งกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน มือเรียวยาวที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงหมุนวนไปมาเร็วขึ้นตามจังหวะความดันโลหิตที่พุ่งสูงขึ้น "ถ้าคุณคิริวจะกรุณาเปิดสมองส่วนหน้าแล้วทำความเข้าใจงานสถาปัตยกรรมแบบฟังก์ชันนอลสักนิด คุณก็จะรู้ว่าแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจะช่วยขับเน้นมิติของงานประติมากรรมชิ้นเอกที่คุณอุตส่าห์ไปประมูลมาจากมิลานให้โดดเด่นขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้มันนอนจมอยู่มุมห้องมืดๆ เหมือนของตกรุ่นในห้องเก็บของแบบที่คุณพยายามยัดเยียดให้ผมออกแบบ!" เร็นสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันชัดเจน ไหล่กว้างขยับเข้าหาโต๊ะเล็กน้อยเพื่อสร้างแรงกดดัน "ห้องเก็บของงั้นเหรอ?" คิริวทวนคำ สีหน้านิ่งเรียบเริ่มมีรอยแตกร้าว ความหงุดหงิดฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยที่วาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวประสานกันไว้ที่หน้าท้องท่าทางเจ้าระเบียบ "นั่นคือห้องจัดแสดงศิลปะจัดวางที่ออกแบบโดยศิลปินระดับโลกเชียวนะคะคุณเร็น หรือว่าวิสัยทัศน์ของคุณมันแคบเสียจนมองไม่เห็นคุณค่าของความเรียบง่ายเชิงแนวคิดกันแน่?" บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ ยูมะนั่งกุมขมับภาวนาให้แผ่นดินแยกตัวออกตอนนี้เสียเลย รุ่นพี่เร็นผู้ปากจัดกับคุณคิริวผู้หน้านิ่งแต่เชือดเฉือนเก่งไม่แพ้กันคู่นี้ หากปล่อยไว้มีหวังได้วางมวยกันกลางโต๊ะประชุมโครงการปรับปรุงหอศิลป์แห่งชาติแน่ๆ เร็นแค่นหัวเราะในลำคออีกครั้ง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่คิดจะปิดบัง "ความเรียบง่ายเชิงแนวคิดอะไรกันครับคุณคิริว พูดให้ถูกคือคุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้าแสงธรรมชาติส่องเข้ามาในฮอลล์จัดแสดงแล้ว คนอื่นจะมองเห็นความมักง่ายในการจัดวางองค์ประกอบของงานศิลป์ที่คุณดูแลอยู่ต่างหากล่ะ" "นี่คุณ!" คิริวตบโต๊ะเบาๆ แต่แรงพอจะทำให้เอกสารการประชุมสั่นไหว ดวงตาสองคู่ประสานกันดุจประกายไฟกระทบกับน้ำมัน กลิ่นอายความดื้อรั้นและอีโก้ที่สูงลิ่วของทั้งคู่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วห้องจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เร็นจ้องมองริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความโกรธ ความโกรธที่ผสมปนเปแปลกประหลาดกับความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ—ให้ตายเถอะ ถึงจะปากร้ายและจู้จี้จุกจิกเป็นยายแก่ แต่เวลาที่อีกฝ่ายโต้เถียงด้วยความมั่นใจแบบนี้ แววตาที่เปล่งประกายความดื้อรั้นนั้นกลับดึงดูดสายตาของเขาอย่างประหลาด เร็นค่อยๆ เคลื่อนตัวลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงที่มากกว่าทำให้เขโน้มตัวลงไปหาคนตัวเล็กกว่าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนคิริวต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่าติดขอบพนักเก้าอี้เสียแล้ว "ถ้าคิดว่าผมออกแบบห่วยแตกนัก..." เร็นโน้มใบกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าทุ้ม แววตาพราวระยับด้วยความท้าทาย "ทำไมคุณไม่ลองร่างแบบที่คิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุดมาให้ผมดูหน่อยล่ะครับ ภัณฑารักษ์คนเก่ง... หรือว่าดีแต่พูดแต่ทำไม่ได้จริงกันแน่?" คิริวชะงักไปชั่ววินาที ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับข้างแก้มทำให้หัวใจจังหวะรวนเรไปชั่วขณะ แต่ด้วยสัญชาตญาณของการปกป้องศักดิ์ศรี ภัณฑารักษ์หน้านิ่งจึงเชิดคางขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจดวงน้อยในอกจะเต้นรัวเร็วกว่าปกติจนน่าตกใจก็ตาม "ได้สิคะ ถ้าคุณต้องการแบบนั้นจริงๆ ผมจะทำให้ดูว่างานศิลปะที่แท้จริงเขาจัดวางกันอย่างไร ไม่ใช่เอาแต่สร้างตู้กระจกบ้าๆ เพื่อโชว์อีโก้พองโตของสถาปนิกปากเสียอย่างคุณ!" คิริวสวนกลับทันควัน ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนเร็นแทบจะนับขนตางอนงามของอีกฝ่ายได้ ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุดและระยะห่างระหว่างทั้งคู่กำลังลดลงจนน่าใจหาย เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก็ทำลายความเงียบงันลงทันที *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอนุญาต ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยร่างสูงของใครบางคน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามากลางวง "ขอโทษทีที่มาช้านะครับพอดีรถติดมาก... อ้าว เร็น คิริว พวกนายกำลังเคลียร์งานกันถึงไหนแล้วเนี่ย ทำไมบรรยากาศมันดู... ร้อนแรงจังล่ะ?" เร็นและคิริวผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ดวงตาสองคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนยิ้มร่าอยู่ตรงหน้าประตู โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามาในเวลานี้ จะเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นสนามอารมณ์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความระอุของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะหลงรักความปากแข็งของสถาปนิกหนุ่มกับความดื้อเงียบของภัณฑารักษ์คนสวยคนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของสถาปนิกปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%